คอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลก 23-25 กรกฎาคม 2023 เขียนถึงคิสซิงเจอร์และการเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งและเข้าคารวะประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของนายเฮนรี คิสซิงเจอร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 100 ปี คิสซิงเจอร์เป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าด้านการต่างประเทศของสหรัฐฯ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลกเมื่อวาน ผมรับใช้ถึงการที่คิสซิงเจอร์จัดให้ประธานาธิบดีนิกสันไปลงนามในแถลงการณ์เซี่ยงไฮ้ร่วมกับเหมา เจ๋อตง เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 1972 มีสาระสำคัญว่าสหรัฐฯยอมรับนโยบายจีนเดียว การยอมรับในครั้งนั้นเป็นการยอมรับอำนาจอธิปไตยของสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกทุกวันนี้ มีชาวโลกบางพวกออกมาตะโกนว่า ‘ไต้หวันเป็นประเทศ’ ‘สหรัฐฯควรจะช่วยไต้หวันสู้กับจีน’ พวกที่พูดอย่างนี้ อาจจะไม่ได้อ่านประวัติศาสตร์เมื่อ 51 ปีที่แล้ว จึงไม่ทราบว่าผู้นำสหรัฐฯไปลงนามอะไรไว้ การลงนามในครั้งนั้นเป็นการรับรองโดยปริยายว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่ในการเจรจาใน ค.ศ.1972 สหรัฐฯแสดงทีท่ายินยอมจะถอนกำลังทหารอเมริกันและอาวุธยุทโธปกรณ์ออกจากไต้หวัน ส่วนจีนก็ยอมที่จะลดการสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ท้องถิ่นในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้รัฐบาลของหลายประเทศสามารถเอาชนะพรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศตนเองได้โดยง่าย เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของจีนอีกต่อไป สิ่งที่สหรัฐฯและจีนตกลงกัน เมื่อ ค.ศ.1972 ก็คือ ทุกประเทศควรจะกำหนดโชคชะตาของตนเอง ไม่ต้องมีสหรัฐฯหรือจีนเข้าไปหนุนหลัง การพบกันระหว่างผู้นำจีนกับผู้นำสหรัฐฯ ค.ศ.1972 ทำให้ความขัดแย้งในภูมิภาคของเราที่ดำเนินมานานกว่า 20 ปีลดน้อยถอยลงไป สหรัฐฯเองก็ถอนตัวออกจากสงครามเวียดนาม และใน ค.ศ.1979 ทั้งสหรัฐฯและจีนก็สามารถสถาปนาความสัมพันธ์ในระดับปกติต่อกันได้หลังจากคิสซิงเจอร์แนะนำให้นิกสันไปเยือนจีนได้แล้ว แกก็มองไปอีกก๊กหนึ่ง นั่นคือก๊กสหภาพโซเวียต ซึ่งในตอนนั้น เลโอนิด อิลยิช เบรจเนฟ เป็นนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียต (สมัยนั้นโซเวียตยังไม่มีตำแหน่งประธานาธิบดี)กลับจากแผ่นดินจีนปลายเดือนกุมภาพันธ์ 1972 พอถึงวันที่ 22 มีนาคม 1972 คิสซิงเจอร์ก็ลากประธานาธิบดีนิกสัน ขึ้นเครื่องบินไปลงที่กรุงมอสโก แล้วก็อยู่จนถึง 30 มีนาคม 1972 เพื่อร่วมใน Moscow Summit of 1972 หรือการประชุมสุดยอด หลังจากดื่มวอดก้าด้วยกันหลายอึกแล้ว นิกสันกับเบรจเนฟก็หยิบปากกาลงนามในข้อตกลงสำคัญหลายฉบับ ฉบับหนึ่งที่เปิดฟ้าส่องโลกเขียนถึงบ่อยๆ ก็คือ การเจรจาจำกัดอาวุธทางยุทธศาสตร์ครั้งที่ 1 ที่เราเรียกว่าซอลต์ 1 ซึ่งลงนาม เมื่อ 26 มีนาคม 1972 และวันนั้นนั่นแหละครับ เป็นจุดเริ่มต้นของการลดความตึงเครียดของสงครามเย็นในยุโรป ทำให้มีการลงนามในข้อตกลงลักษณะนี้ต่อมาอีกหลายต่อหลายครั้งแต่ก่อนง่อนชะไร โซเวียตและสหรัฐฯแข่งขันกันเรื่องโครงการอวกาศอย่างบ้าเลือด เสียเงินเสียทองมโหฬารบานเบอะเยอะแยะด้วยกันทั้งสองฝ่าย พอผู้นำทั้งสองประเทศเริ่มเจอกัน และมีการเจรจาแบบจุ๊กจิ๊กๆ ต่อมาอีกหลายครั้ง บั้นปลายท้ายที่สุด ก็มีการลงนามโครงการความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างสองประเทศ โครงการที่ดังทะลุฟ้าที่ทำให้ใครก็ตามที่เรียนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องศึกษาอย่างละเอียดก็คือ Apollo-Soyuz Test Project ค.ศ.1975 เป็นความร่วมมือในการพัฒนาด้านอวกาศแทนการแข่งขันในเรื่องสงครามเวียดนาม กองทัพอเมริกันที่ส่งไปรบแพ้เวียดกงอย่างต่อเนื่อง ญาติพี่น้องของทหารอเมริกันที่ตายกลายเป็นผีในสมรภูมิกดดันนิกสันให้เลิกสงคราม นิกสันอยากเลิก แต่ไม่รู้ว่าจะเลิกยังไง การถอนกำลังทหารอเมริกันออกจากเวียดนามแต่เพียงฝ่ายเดียวเป็นเรื่องการเสียศักดิ์ศรี ทำให้นิกสันยังไม่ยอมถอน เมื่อยังไม่ยอมถอน สงครามก็ยังดำเนินต่อไป ทหารอเมริกันก็ตายกลายเป็นผีมากขึ้นเรื่อยๆคิสซิงเจอร์จึงเข้ามามีบทบาทในการยุติสงครามเวียดนาม มีบทบาทอย่างไร ในโอกาสหน้ามารับใช้กันครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ "เปิดฟ้าส่องโลก" เพิ่มเติม