เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของพรรคแรงงานเยอรมันแล้ว สิบโท อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ หัวหน้าประชาสัมพันธ์คนใหม่ก็จัดพิมพ์ ‘หลักการ 25 ข้อ’ เผยแพร่เป็นครั้งแรก สาระสำคัญของหลักการก็คือ การต่อต้านสนธิสัญญาแวร์ซายและยืนยันสิทธิของเยอรมนีในการสร้างสัมพันธ์และติดต่อกับประเทศอื่นหลักการทั้ง 25 เน้นอุดมการณ์ชาตินิยม สร้างเยอรมนีเพื่อประชาชนเยอรมันเท่านั้น คนจะมีสัญชาติเยอรมันต้องมีเชื้อสายเยอรมัน ให้มีการปฏิรูปที่ดิน (ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในมือของเศรษฐีชาวยิว) และยกเลิกการลงทุนค้ากำไรที่ดิน (บริษัทส่วนใหญ่เป็นของนายทุนยิว) ยกเลิกเงินเดือนและบำนาญของทหารในระบบเก่าเพื่อใช้เงินมาตั้งกองทัพแห่งชาติขึ้นมาใหม่ ยึดทรัพย์สินของพวกที่ค้ากำไรในสงครามโลกครั้งที่ 1 (ส่วนใหญ่เป็นบริษัทของคนยิว) โอนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ทำกำไรเป็นของชาติ (เกือบทั้งหมดของนายทุนชาติชาวยิว)จัดให้มีบำนาญยามชรา ให้มีการศึกษาแบบให้เปล่า ให้มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา (ยกเว้นศาสนาที่เป็นภัยคุกคามของชนชาติเยอรมัน) ให้มีรัฐบาลกลางที่เข้มแข็ง การประชุมเพื่อนำเสนอหลักการ 25 ข้อ เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 1920 มีคนมาฟังมากถึง 2 พันคน ฮิตเลอร์ผู้บรรยายกลายเป็นพระเอกไปในบัดดล มีคนมาขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพิ่มอีกหลายร้อยเมื่อการเมืองมีแววรุ่งโรจน์โชติช่วง สิบโท ฮิตเลอร์ จึงไปลาคณะผู้บังคับบัญชา บอกว่า อ้า ท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอลาออกจากอาชีพทหาร ไปทำงานการเมืองเต็มตัว เมื่อได้ใบอนุญาตให้ลาออกจากกองทัพแล้ว ฮิตเลอร์ก็ยกเลิกการใช้ยศ กลายมาเป็นนายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์และทุ่มตัวทำงานให้พรรคแรงงานเยอรมันอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูนายฮิตเลอร์ประกาศต่อสาธารณชนว่า หลักการ 25 ข้อของพรรคแรงงานเยอรมัน คือนโยบายพื้นฐานของพรรคของข้าเจ้า เพื่อจะใช้สร้างประเทศใหม่ที่มีชื่อว่า จักรวรรดิไรค์ที่ 3 ฮิตเลอร์เคยเสนอให้พรรคเปลี่ยนชื่อเป็น Social Revolutionary Party (พรรคสังคมปฏิวัติ) แต่ไม่มีใครเอาด้วย ถ้าจะเปลี่ยนชื่อ ก็ขอให้เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคแรงงานสังคมแห่งชาติเยอรมัน ที่มีชื่อเรียกกันย่อๆ ง่ายๆ ว่าพรรคนาซี ที่ประชุมเห็นด้วยฮิตเลอร์เสนอให้ปรับโน่นเปลี่ยนนี่จนขัดแย้งกับนายเดร็กซ์เลอร์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรค ฮิตเลอร์จึงขู่ว่าข้าจะลาออก ตอนนั้น กระแสของพรรคดังเพราะคำบรรยายปราศรัยของนายฮิตเลอร์ หากฮิตเลอร์ลาออก พรรคล่มสลายแน่ พวกแกนนำจึงขอร้องให้ฮิตเลอร์อยู่ต่อ ฮิตเลอร์บอกว่า อ้า ข้าอยู่ต่อก็ได้ แต่ท่านทั้งหลายต้องเลือกข้าฯ เป็นหัวหน้าพรรคและต้องให้ข้าพเจ้ามีอำนาจเด็ดขาด จากนั้นจึงมีการเรียกประชุมสมาชิกพรรคทั้งหมด 544 คน เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ สมาชิกเลือกฮิตเลอร์ 543 คน มีคนเดียวที่ไม่เลือกคือนายเดร็กซ์เลอร์เมื่อกุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว ฮิตเลอร์ก็กร่างเป็นอย่างมาก กร่างจนถูกจับขังรวม 3 เดือน เพราะมีส่วนร่วมทำร้ายนักการเมืองคู่แข่งจนบาดเจ็บสาหัส จากการถูกจับจนต้องเข้าคุก ฮิตเลอร์ก็ตระหนักว่าการทำงานการเมืองโดยไม่มีกองกำลังของตนเองจะไปถึงความมุ่งหวังตั้งใจได้ยาก แกจึงจัดตั้งกองกำลังของพรรคขึ้นเพื่อเป็นหน่วยพิทักษ์ฮิตเลอร์ (เพราะแกเป็นนักพูดเด่น ซึ่งอาจจะถูกทำร้ายได้ง่าย จึงมีความจำเป็นต้องมีกองกำลังส่วนตัว)การเมืองเยอรมันยุคหลังแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้คนอยู่ในความสับสนอลหม่าน แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย ไม่พอใจนโยบายของใครก็ยกกำลังไปตีกัน จึงจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่รักษาความเป็นระเบียบในช่วงมีการจัดชุมนุมและการประชุมพรรค กองกำลังนี้นี่ละครับที่เรียกว่าหน่วยพายุ หรือ Sturmabteilung ซึ่งมีตัวย่อว่า SASA สร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคนาซี ใครไม่เห็นด้วยก็ใช้ทั้งกำลังข่มขู่คุกคาม และใช้มวลชนเข้าไปกดดัน รวมทั้งใช้ใบปลิวกับวิทยุปั้นเรื่องร้าย ใส่เรื่องเท็จโจมตีให้เสียชื่อเสียง สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ต่อต้านพรรคนาซีและพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com