วงแหวนของดาวเคราะห์อย่างดาวเสาร์เป็นหนึ่งในสิ่งที่นักดาราศาสตร์หลายคนให้ความสนใจศึกษา นับตั้งแต่อดีตเมื่อ 413 ปีที่แล้ว เมื่อปี พ.ศ.2153 กาลิเลโอ กาลิเลอี นักดาราศาสตร์ชาวอิตาลีได้สังเกตลักษณะของวงแหวนดาวเสาร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์เป็นครั้งแรก แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร จนกระทั่งในช่วงทศวรรษที่ 1800 เจมส์ แมกซ์เวลล์ นักวิทยาศาสตร์สกอตแลนด์ ได้ให้ข้อสรุปว่าวงแหวนของดาวเสาร์ไม่สามารถเป็นของแข็งได้ แต่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนหลายชิ้น แต่ที่ยังสงสัยก็คือวงแหวนดาวเสาร์มีอายุเท่าไรกันแน่ปัจจุบันนักดาราศาสตร์รู้ว่าดาวเสาร์มีวงแหวน 7 วง ประกอบด้วยก้อนน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่ก็ขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าก้อนหินบนโลก โดยรวมแล้วน้ำแข็งก้อนมีน้ำหนักประมาณครึ่งหนึ่งของดวงจันทร์ไมมาส (Mimas) บริวารของดาวเสาร์ และแผ่ออกไปราว 280,000 จากพื้นผิวดาว ล่าสุดนักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยโคโลราโด โบลเดอร์ ในสหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาและพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าวงแหวนของดาวเสาร์ยังอายุน้อยอย่างน่าทึ่ง หลังจากใช้เครื่องมือ “คอสมิก ดัสต์ อนาไลเซอร์” (Cosmic Dust Analyzer) บนยานอวกาศแคสสินีที่ถึงจุดจบไปแล้ว มาวิเคราะห์ฝุ่นที่หมุนวนรอบดาวเสาร์ในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา นักวิจัยได้รวบรวมเม็ดวัตถุ 163 เม็ดที่มีต้นกำเนิดมาจากนอกพื้นที่ใกล้เคียงดาวมาคำนวณ ซึ่งพบว่าวงแหวนดาวเสาร์น่าจะสะสมฝุ่นมาเพียงไม่กี่ร้อยล้านปีนักฟิสิกส์ระบุว่า อายุของวงแหวนดาวเสาร์ไม่เกิน 400 ล้านปี นั่นทำให้มันมีอายุน้อยกว่าดาวเสาร์มาก ซึ่งดาวมีอายุประมาณ 4,500 ปี และมีข้อสังเกตว่าวงแหวนไม่ได้สะอาดหมดจด โดยประเมินว่าสิ่งสกปรกในอวกาศจะก่อให้เกิดฝุ่นน้อยกว่า 1 กรัมต่อตารางฟุตของวงแหวนดาวเสาร์ในทุกๆปี.Credit : NASA/JPL-Caltech/Space Science Institute