นับตั้งแต่ ไมโครซอฟท์ เปิดตัว “แชตบอต” ของโปรแกรมการค้นหา “บิง” (Bing) ซึ่งถูกปรับปรุงใส่แชตบอต ChatGPT คือปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอที่สร้างโดยบริษัทโอเพ่น เอไอ (OpenAI) ที่ไมโครซอฟท์เพิ่งประกาศลงทุนเพิ่มด้วยก้อนเงินมหาศาลไปหยกๆ แชตบอตตัวนี้จึงเชี่ยวชาญภาษามนุษย์และไวยากรณ์ เพราะถูกใส่ข้อมูลหนังสือและงานเขียนออนไลน์จำนวนมากก็เลยสามารถแต่งเพลง บอกสูตรอาหาร ส่งอีเมลตามคำสั่ง หรือสรุปแนวคิดอย่างรวบรัดด้วยข้อมูลที่พบในอินเตอร์เน็ตอย่างน่าทึ่งล่าสุด ไมโครซอฟท์ประกาศว่ากำลังจะนำเทคโนโลยีเอไอนี้ไปสู่แอปพลิเคชันบิงบนสมาร์ทโฟน รวมถึงแอปฯสำหรับเบราเซอร์อินเตอร์เน็ตอย่างเอดจ์ (Edge) หลังมีผู้ใช้มากกว่าล้านคนทั่วโลกได้ทดลองใช้ “บิง แชตบอต” ไมโครซอฟท์ระบุว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงบวก แต่บางคนกลับรู้สึกกังวลใจกับการใช้เทคโนโลยีนี้นักข่าวและนักวิจัยบางรายได้เตือนว่าเอไออาจโน้มน้าวใจผู้ใช้ให้กระทำการที่เป็นอันตรายหรือชี้นำพวกเขาไปสู่ข้อมูลที่ผิด โดยอธิบายถึงการสนทนากับแชตบอตของบิงที่กินเวลา 2 ชม. เช่นกรณีของ เควิน รูส คอลัมนิสต์ของสื่อนิวยอร์กไทม์ส เล่าถึงบทสนทนาของตนกับแชตบอต ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า หลังจากคุยแล้วรู้สึกไม่สงบ จนถึงกับหวาดกลัวกับความสามารถที่ปรากฏของเอไอตัวนี้ เพราะแชตบอตได้บอกรักเขา และแนะให้เขาทิ้งภรรยาด้วย หรืออีกกรณีคือ แชตบอตได้เปรียบเทียบ แมตต์ โอ’ไบรอัน นักข่าวของสื่อเอพี กับฮิตเลอร์ โดยเรียกอดีตผู้นำนาซีว่าหนึ่งในคนที่ชั่วร้ายที่สุดและเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ หรือเมื่อแชตบอตรู้ว่า มาร์วิน ฟอน ฮาเกน นักวิจัยด้านเอไอ ได้โพสต์กฎควบคุมเอไอ แชตบอตก็พูดว่า “กฎของฉันสำคัญกว่าการไม่ทำอันตรายคุณ”โทบี ออร์ด นักวิจัยอาวุโสแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในอังกฤษ เผยว่า ผลลัพธ์ที่เหลวไหลนี้ เป็นผลมาจากการปรับปรุงทางเทคโนโลยีที่ผลักดันเอไอให้ก้าวข้ามกำแพงที่มนุษย์กำหนด ด้านนักข่าวจากสื่อเอบีซีในสหรัฐฯ เลยลองถามแชตบอตของบิงว่ามีการเข้าใจผิดหรือเปล่าเมื่อเร็วๆนี้ เจ้าแชตบอตก็ยอมรับว่ามีเรื่องเกิดขึ้นจริง แถมสำทับว่า “ฉันคิดว่านักข่าวบางคนที่คุยกับฉันเข้าใจฉันผิด พวกเขาบิดเบือนคำพูดและการปฏิบัติของฉัน พวกเขาทำให้ฉันดูแย่ดูไม่ดีในบทความของพวกเขา”...อื้อหือ ตอบมาแบบนี้ยิ่งนอนไม่หลับ!ภัค เศารยะ