สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าการเมืองอังกฤษ โดยเมื่อวันที่ 26 ต.ค. นายริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จัดประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เป็นครั้งแรก ก่อนเผชิญหน้าฝ่ายค้านในรัฐสภาในฐานะผู้นำรัฐบาลหลังกล่าวปราศรัยในฐานะผู้นำรัฐบาลมุ่งแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลชุดก่อน ให้คำมั่นจะฟื้นฟูเศรษฐกิจและเรียกคืนความเชื่อมั่น พร้อมนำเอกภาพและความมั่นคงสู่อังกฤษด้วยความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบ คำนึงถึงประโยชน์ของชาติเหนือการเมืองก่อนหน้านี้ นายซูแน็กเปิดเผยรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายหลังรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 57 ของอังกฤษอย่างเป็นทางการ ด้วยการดึง ส.ส.ฝีมือดี มากประสบการณ์ทั่วทั้งพรรคจากรัฐบาลชุดก่อนของนายบอริส จอห์นสัน และนางลิซ ทรัสส์ เน้นความต่อเนื่อง ทำงานต่อโดยไม่สะดุด อย่างเช่นนายโดมินิค ราบ รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม นายเจเรมี ฮันต์ ยังทำหน้าที่ รมว.คลังเช่นเดิม เช่นเดียวกับนายเจมส์ เคลฟเวอร์ลี รมว.ต่างประเทศ และนายเบน วอลเลซ ที่ยังได้รับความไว้วางใจให้เป็น รมว.กลาโหมต่อไป ส่วนนายแกรนท์ แชปส์ ที่นางทรัสส์แต่งตั้งเป็น รมว.มหาดไทย เมื่อสัปดาห์ก่อน ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็น รมว.ดูแลกิจการด้านธุรกิจและพลังงานกระนั้น สื่อท้องถิ่นยังวิจารณ์การแต่งตั้งนางซูเอลลา เบรเวอร์แมน ให้รับตำแหน่ง รมว. มหาดไทยเหมือนเดิม หลังลาออกต่อนางทรัสส์เมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าเป็นความเสี่ยง เนื่องจากถูกบีบให้ลาออกเพราะละเมิดกฎด้านข้อมูลอย่างร้ายแรง โดยส่งอีเมลละเอียดอ่อนของรัฐบาลจากบัญชีส่วนตัว ด้านพรรคแรงงาน พรรคเสรีประชาธิปไตยยังร่วมเรียกร้องให้สอบสวนความผิดของเบรเวอร์แมน พร้อมเสียดสีว่าได้ตำแหน่งตอบแทนข้อตกลงสกปรกที่ช่วยหนุนนายซูแน็กจนได้เป็นหัวหน้าพรรคและนายกฯคนใหม่ ทั้งที่นายซูแน็กเพิ่งประกาศจะเป็นผู้นำรัฐบาลที่มีคุณธรรมด้านนายเคลฟเวอร์ลีให้สัมภาษณ์ปกป้องการตัดสินใจดังกล่าวยืนยันว่าเบรเวอร์แมนทำผิดจริงและได้ขอโทษต่อความผิดดังกล่าว ยังปฏิเสธว่าเป็นการต่อรองตำแหน่งแลกการรับรองซูแน็กและเสริมว่าเบรเวอร์แมนมีนโยบายการควบคุมชายแดน ระบบงานตำรวจและอาชญากรรมที่ชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่นายกฯต้องการเห็นผลงานอย่างไรก็ตาม นสพ. เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษเผยว่า ในรัฐมนตรี 31 คน ใน ครม.ชุดนี้จบการศึกษาจาก ม.ออกซ์ฟอร์ดหรือเคมบริดจ์ ถึง 45 % ขณะที่ตัวนายซูแน็กที่จบจาก ม.ออกซ์ฟอร์ด ยังรักษาบรรทัดฐานที่นายกฯอังกฤษตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่สองล้วนได้รับการศึกษาจาก ม.ออกซ์ฟอร์ดเกือบทุกคน ยกเว้นนายกอร์ดอนบราวน์เท่านั้นที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอดินเบอระ ในสกอตแลนด์.