บูมจนฉุดไม่อยู่สำหรับ “NFT” สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะ เฉพาะตัวไม่สามารถทดแทนกันได้ เพราะมีเพียงชิ้นเดียวในโลก ไม่ว่าจะเป็น ผลงานอาร์ต, ภาพศิลปะ, รูปถ่าย, กราฟิก, เพลง, ไอเท็มเกม, คลิปวิดีโอ ลามไปถึงที่ดิน ก็ล้วนถูกนำมาประมูลด้วยมูลค่ามหาศาลบนโลกเสมือนที่ไม่มีอยู่จริง โดยการซื้อขายจะต้องทำบนบล็อกเชนเท่านั้น และทันทีที่จับจองสินทรัพย์ดิจิทัล ข้อมูลของเจ้าของกรรมสิทธิ์จะถูกบันทึกลงในบล็อกเชน ซึ่งไม่มีใครสามารถเข้ามาแก้ไข หรือนำไปทำซ้ำได้คึกคักสุดในโลก “NFT” ก็เห็นจะเป็นการขาย “งานคริปโตอาร์ต” ซึ่งสร้างเศรษฐีหน้าใหม่เต็มโลกเสมือน โดยผลงานศิลปะดิจิทัลที่ถูกประมูลในราคาแพงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าถึง 69.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คือ “Everydays : the First 5000 Days” ผลงานของ “ไมค์ วินเคิลแมน” เจ้าของนามแฝง “Beeple” ถือเป็นครั้งแรกที่สถาบันคริสตี้ส์รับจัดประมูลงานคริปโตอาร์ต เมื่อต้นปี 2021 เคาะราคาเริ่มต้นแค่ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ คุ้มค่ากับ 14 ปีที่ศิลปินมะกันทุ่มเทสร้างสรรค์งานศิลปะอีกหนึ่งเศรษฐีคริปโตอาร์ตที่น่าจับตา “เบนยามิน อาห์เหม็ด” เด็กชายอัจฉริยะวัย 12 ปี จากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ สามารถทำรายได้จากงานศิลปะดิจิทัลมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเวลา 1 ปี จนได้รับเชิญไปขึ้นเวทีบรรยายพิเศษเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี และ NFT ให้กับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ“เด็กชายอาห์เหม็ด” เริ่มสนใจโลกดิจิทัลตั้งแต่ 5 ขวบ เพราะคุณพ่อเป็นนักพัฒนาเว็บไซต์ และสอนให้เขากับพี่ชายเรียนรู้วิธีเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ง่ายๆ โดยเริ่มจาก HTML และ CSS ก่อนจะพัฒนาแอดวานซ์ไปเขียนโค้ดคอมพิวเตอร์ที่มีความสลับซับซ้อนขึ้น เช่น JavaScript รวมถึงการสร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเองกระนั้น จุดเปลี่ยนในชีวิตเกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2021 ตอนที่พ่อพาไปเจอกับเพื่อนนักสะสมงานศิลปะดิจิทัล ทำให้หนูน้อยปิ๊งไอเดียและเห็นโอกาสในโลกของ “NFT” จึงตัดสินใจสร้างสรรค์ผลงานบ้างโดยศึกษาค้นคว้าทุกอย่างด้วยตัวเองจากอินเตอร์เน็ต งานคอลเลกชันแรกชื่อว่า “Minecraft Yee Haa” เป็นภาพตัวละครแบบพิกเซล จำนวน 40 ภาพ ได้แรงบันดาลใจจากการเล่นวิดีโอเกมส์ยอดฮิต “Minecraft” ตั้งราคาภาพละ 0.01 ETH หรือเท่ากับ 891.81 บาทแม้งานแรกจะแป้ก แต่เขาก็แจ้งเกิดจากการสร้างงานคอลเลกชันที่สอง ภายใต้ชื่อ “Weird Whales” ปลาวาฬสุดเพี้ยน ประกอบด้วยภาพปลาวาฬแบบพิกเซล 3,350 ภาพ โดยแต่ละภาพมีลักษณะต่างกันที่พื้นหลัง, เผ่าพันธุ์, ตา, ปาก และหมวก เดินตามรอยความสำเร็จของรุ่นพี่ “CryptoPunks” ศิลปิน “NFT” ยุคบุกเบิกที่ประสบความสำเร็จ คราวนี้ตั้งราคาภาพละ 0.025 ETH คิดเป็นเงินไทย 2,229.51 บาท จากการวางแผนโปรโมตอย่างดีมีสตอรีลงทวิตเตอร์ ทำให้ขายเกลี้ยงภายใน 9 ชั่วโมง โกยเงินเข้ากระเป๋ารวม 83.75 ETH เทียบเป็นเงินไทย 7,468,874.04 บาท นอกจากนี้ ยังได้ค่าลิขสิทธิ์ 2.5% ของมูลค่าทุกๆการซื้อขายเปลี่ยนมือใน “OpenSea” ตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก เรียกว่าพลิกชีวิตเด็กชายตัวน้อยๆจนกลายเป็นคนดังโลกคริปโต ด้วยเงินลงทุน 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ เขายังร่วมก่อตั้งบริษัท “WORK IN FINTECH” ให้บริการด้านการอบรมฟินเทคและเว็บ 3.0ซ่าส์สุดในโลก “NFT” ไม่มีใครเกิน “ลิงขี้เบื่อ” Bored Ape Yacht Club (BAYC) สร้างสรรค์โดย 4 นักพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัล เปิดตัวเมื่อปลายเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว พร้อมกัน 10,000 ชิ้นงาน ในรูปแบบไม่ซ้ำกัน ตั้งราคาเริ่มต้นตัวละ 0.08 ETH หรือ 190 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปั่นราคาทะยานลิ่ว และดันมูลค่ารวมการซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรองพุ่งทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สร้างสถิติใหม่ให้วงการโลกเสมือน กลายเป็นศิลปะดิจิทัลที่แพงที่สุดของโลก เพราะอินฟลูเอนเซอร์คนดังให้ความสนใจสะสมคึกคัก ไล่ตั้งแต่ Eminem, จิมมี่ ฟอลลอน, กวิเน็ต พลาโทรว์, ปารีส ฮิลตัน, มาร์ค คิวบาน และเซเรนา วิลเลียมส์ ราคาถูกสุดอยู่ที่ 88.5 ETH หรือประมาณ 8 ล้านบาท ส่วนตัวแพงสุดเป็นของ “จัสติน บีเบอร์” สนนราคา 500 ETH หรือ 45 ล้านบาท!! ยิ่งแพงยิ่งเป็นที่นิยม เพราะพวกเขาไม่ได้จ่ายเงินซื้อรูปภาพดิจิทัล แต่กำลังซื้อสถานะทางสังคม เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคอมมิวนิตี้ซุปเปอร์คอนเนกชัน ที่เชื่อมโลกดิจิทัลเข้าสู่โลกความจริง “ลิงขี้เบื่อ” กลายเป็นดาราดังไปแล้ว เพิ่งยืนแยกเขี้ยวขึ้นปกโรลลิ่งสโตน แถมได้เซ็นสัญญากับอาดิดาส และค่ายเพลงยูนิเวอร์แซล มิวสิก...เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง นึกถึงวิกฤติฟองสบู่แตกจากโรคคลั่งทิวลิปเลย!!มิสแซฟไฟร์