สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า บรรยากาศกองทัพสหรัฐฯ ชาติพันธมิตรถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน หลังเมื่อสัปดาห์ก่อนได้มีการถอนเจ้าหน้าที่คนสุดท้าย ออกจากฐานทัพบากรัม จุดรวมพลใหญ่ของชาติตะวันตก ชานกรุงคาบูล ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยเมื่อวันที่ 5 ก.ค. นายซาฮาอิล ชาฮีน โฆษกกองกำลังติดอาวุธตาลีบันในอัฟกานิสถาน ได้ให้คำรับรองว่า หลังจากกองทัพตะวันตกออกไปหมดแล้ว ทางกลุ่มตาลีบันไม่มีแผนการจะบุกยึดกรุงคาบูลด้วยกำลังทหารแต่อย่างใดทั้งนี้ นายชาฮีนได้ให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานตาลีบันในกรุงโดฮาของกาตาร์ว่า ทางเราไม่มีนโยบาย การใช้กำลังทหารเข้ายึดเมืองหลวง แต่ตามที่ตกลงกันไว้กับชาติตะวันตกนั้น ไม่ควรมีบุคลากรของกองทัพ หรือกระทั่งพนักงานบริษัทเอกชนที่ได้รับการว่าจ้างจากกองทัพหรือกระทรวงกลาโหมหลงเหลืออยู่ในอัฟกานิสถาน หลังกระบวนการถอนทหารเสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 11 ก.ย. ถ้ายังหลงเหลืออยู่ ก็เป็นเรื่องที่ฝ่ายนโยบายของตาลีบันจะมาหารือกันว่าจะดำเนินการต่อไปเช่นไร แต่แน่นอนว่า มีความเสี่ยงที่บุคลากรทางทหารที่เหลืออยู่เหล่านี้ จะถูกมองว่าเป็นผู้รุกรานที่เข้ามายึดครองอัฟกานิสถานนายชาฮีนยังชี้แจงด้วยว่า กลุ่มตาลีบันขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทางการทูต เอ็นจีโอ และชาวต่างชาติ จะไม่ใช่เป้าหมายการโจมตีของตาลีบัน ดังนั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีกองกำลังต่างชาติมาให้การคุ้มครอง ตาลีบันจะไม่เป็นความเสี่ยงต่อบุคลากรเหล่านี้ เพราะฝ่ายการทูต เอ็นจีโอ ถือเป็นสิ่งที่ประชาชนอัฟกานิสถานต้องการ อย่างไรก็ตาม นายชาฮีนยังกล่าวว่า รัฐบาลอัฟกานิสถานในขณะนี้เหมือนคนป่วย แต่ทางเรายังมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มีการหารือเรื่องการเลือกตั้ง ส่วนที่มีรายงานว่ากลุ่มตาลีบันบุกยึดพื้นที่เพิ่ม ขอชี้แจงว่ามาจากการที่เราเจรจากับกองทัพอัฟกานิสถาน และพบว่าทางกองทัพไม่ต้องการที่จะต่อสู้กับเราวันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่กองทัพอัฟกานิสถานกว่า 300 นาย ในจังหวัดบาดักห์ชาน และตักฮาร์ ทางภาคเหนือ ของประเทศ ได้ทำการล่าถอยครั้งใหญ่ หนีข้ามพรมแดนเข้าไปในประเทศตาจิกิสถาน ทำให้ 2 จังหวัดดังกล่าวตกอยู่ในความควบคุมของกลุ่มตาลีบันโดยสมบูรณ์.