สงครามมาพร้อมกับความสูญเสียและการพลัดถิ่นอยู่เสมอ จึงไม่แปลกที่ปัจจุบันยังต้องมีองค์การตัวกลางอย่าง UNHCR เข้ามาช่วยเหลือใน จุดที่มีความเปราะบาง หรือขัดแย้งกันอยู่ร่ำไปโดยหลังจากประเทศไทยได้ทำงานร่วมกับยูเอ็นเอชซีอาร์ในช่วงสงครามเวียดนาม ก็ใช่ว่าสถานการณ์จากประเทศเพื่อนบ้านจะหมดสิ้น เพราะในปี 2527 ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาหลายพันคน ส่วนมากประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง กะเหรี่ยงแดง ก็เดินทางมาประเทศไทย หลังหลบหนีจากภาวะความขัดแย้งระหว่างกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์ติดอาวุธ และกองทัพเมียนมาตามด้วยปี 2541 รัฐบาลไทยเชิญหน่วยงานเข้าทำงาน เพื่อมอบความคุ้มครองแก่ผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ที่หลบหนีความขัดแย้ง ซึ่งจนปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ลี้ภัยจากเมียนมารวม 92,000 คน อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยหรือพื้นที่พักพิง 9 แห่ง ใน 4 จังหวัด คือแม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และราชบุรีกระนั้น การทำงานก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรผลิดอกออกผล เพราะอย่างปี 2536 ยูเอ็นเอชซีอาร์สามารถปิดค่ายพักพิงชั่วคราวได้ 2 แห่งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สามารถเคลื่อนย้ายผู้ลี้ภัยกว่า 360,000 คน กลับสู่กัมพูชาได้อย่างปลอดภัย ตามด้วยกรณีที่สมัชชาใหญ่สหประชาชาติ มีมติให้ยูเอ็นเอชซีอาร์ มีอาณัติในการทำงานอย่าง “ถาวร” เพื่อหาทางออกให้กับปัญหาของผู้ลี้ภัยทั่วโลกจนกว่าจะหมดสิ้นในปี 2546แม้หนทางจะไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่ารวันดา อัฟกานิสถาน ซีเรีย เวเนซุเอลา แต่ยูเอ็นเอชซีอาร์ยังคงทำงานร่วมกับพันธมิตรและรัฐบาลในแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมริเริ่มโครงการระดับโลก #IBelong เพื่อยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติให้ได้ภายใน 10 ปี หรือปี 2567 โดยจะระบุตัวตนและให้ความคุ้มครอง รวมทั้งแก้ไขปัญหาให้หมดไปและป้องกันไม่ให้ภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติเกิดขึ้นอีกด้วยภารกิจอันยิ่งใหญ่ จูเซปเป เด วินเซนทีส ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบปีนี้คือการเน้นย้ำความทุ่มเท ความกล้าหาญ และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนทำงานและร่วมมือ กับเรา ทั้งจากทั่วโลก ประเทศไทย และคนไทยทุกคนแต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาเฉลิมฉลอง เพราะหากการทำงานของ UNHCR ยังเป็นที่ต้องการ ก็แสดงว่าสถานการณ์การพลัดถิ่นยังตกอยู่ในวิกฤติในโลกปัจจุบัน.ตุ๊ ปากเกร็ด