เมื่อ 23 มี.ค. นายแอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้คู่กรณีในสงครามต่างๆ ทั่วโลกหยุดยิง เพื่อร่วมกันต่อสู้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะโลกกำลังเผชิญศัตรูร่วมกัน นั่นคือโควิด-19 ซึ่งโจมตีโดยไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนา โดยสตรี เด็ก ผู้พิการ คนชายขอบ ผู้ไร้ที่อยู่ และผู้ที่ตกอยู่กลางสงครามทั่วโลกคือผู้อ่อนแอที่สุด เสี่ยงได้รับความสูญเสียจากโควิด-19 มากที่สุด ถึงเวลาแล้วที่จะหยุดยิงปืน ปืนใหญ่ และการโจมตีทางอากาศ และสร้างฉนวนเพื่อส่งความช่วยเหลือรักษาชีวิตและเปิดประตูทางการทูตนายกูเตอร์เรสกระตุ้นให้คู่สงครามละทิ้งความหวาดระแวงและความเป็นปรปักษ์ เปลี่ยนจากความพยายามเอาชนะกันหันมาร่วมมือต่อสู้กับโควิด-19 ยุติความป่วยไข้จากสงครามและต่อสู้กับโรคร้ายที่โจมตีโลกของเรา เริ่มต้นด้วยการหยุดสู้รบทุกหนทุกแห่งเดี๋ยวนี้ นั่นคือสิ่งที่ครอบครัวมนุษย์ต้องการมากกว่าครั้งใดๆ ถ้าการสู้รบยังดำเนินต่อไป โควิด-19 จะแพร่ระบาดทั่วโลกถึงขั้นหายนะ นอกจากนี้ ยูเอ็นยังมีแผนประกาศระดมทุนด้านมนุษยธรรมถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน 25 มี.ค. เพื่อต่อสู้โควิด-19 รวมทั้งช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นฐานบ้านเรือนถ้อยแถลงของผู้นำยูเอ็นมีขึ้นขณะที่สงครามกลางเมืองซีเรียย่างเข้าสู่ปีที่ 10 ส่วนสงครามในเยเมนเข้าสู่ปีที่ 5 การต่อสู้แย่งชิงอำนาจในลิเบียก็เกือบครบ 1 ปี สงครามทางภาคตะวันออกยูเครนก็เกือบครบ 6 ปี ส่วนในแอฟริกา ก็มีสงครามในโซมาเลีย ซูดานใต้ และคองโก ขณะที่รัฐบาลโคลอมเบียก็ยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพกับกบฏ นอกจากนี้ กลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรง ทั้งกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) กลุ่มอัล เคดา และสาขาแนวร่วม ก็ยังก่อเหตุโจมตีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซีเรีย โซมาเลีย ไนจีเรีย มาลี บูร์กินาฟาโซ และประเทศอื่นๆทั่วโลกสำนักข่าวเอพีรายงานด้วยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 จุดกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านและเวเนซุเอลา ซึ่งทำให้เศรษฐกิจและระบบสาธารณสุขของทั้ง 2 ประเทศย่ำแย่ และเชื่อว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโควิด-19 ในอิหร่านสูงมาก อย่างไรก็ตาม ผู้นำอิหร่านยังปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่จะให้ความช่วยเหลืออิหร่านต่อสู้โควิด-19 อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ยังตั้งข้อสงสัยว่าสหรัฐฯเป็นผู้แพร่เชื้อโควิด-19 หรือไม่.