นับถึงวันนี้ ผมตระเวนเมียนมาได้ 16 วันแล้วครับ เป็นการเดินทางไปตามเมืองต่างๆทางเหนือของเมียนมาด้วยรถยนต์ มีเพียงช่วงเดียวที่ใช้เครื่องบินคือบินไปกลับเมืองมิตจีนาและเมืองปูตาโอเท่านั้นผมไม่เคยคิดว่า ผู้อ่านท่านที่เคารพจะสนใจเรื่องของเมียนมากันมาก แต่คำถามที่ได้รับทั้งจากอีเมลและจากโซเชียลมีเดีย ทำให้รู้ว่า มีคนไทยไม่น้อยที่กระหายใคร่รู้เรื่องเมียนมาในแง่มุมเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และประวัติศาสตร์ผมขอชมรัฐบาลของนางอองซานซูจีด้านการกระจายความมั่งคั่ง ด้วยการคืนทรัพยากรธรรมชาติให้คนท้องถิ่น สมัยที่ทหารเป็นใหญ่ ทหารให้สัมปทานการขุดพลอยกับบริษัทใหญ่เท่านั้น ผมดูรายชื่อเจ้าของเหมืองในอดีต มีแต่เศรษฐีจากส่วนกลาง คนท้องถิ่นทำได้เพียงยืนดูพวกนายทุนชาติขนเครื่องมือและยานพาหนะเข้ามาทำเหมืองเป็นรัฐบาลได้สักพัก เมื่อตั้งหลักได้แล้ว รัฐบาลของนางอองซานซูจีก็สั่งไม่ต่อสัมปทานการทำเหมืองอัญมณีขนาดใหญ่ทุกแห่ง และให้คนท้องถิ่นเจ้าของทรัพยากรไปขออนุญาตเป็นรายๆจากท้องถิ่น โดยให้เข้าไปขุดมือ ทรัพยากรของคุณ พวกคุณไปขุดหาเอาผมและคณะบุกป่าฝ่าดงเข้าไปจนถึงแหล่งที่มีพลอยดกที่สุด ภูมิภาพเบื้องหน้าที่ผมเห็นก็คือ ชาวบ้านซึ่งเป็นคนยากคนจนขุดพลอยโดยใช้อุปกรณ์เฉพาะตัว ไม่ได้ใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ จะ มีบ้างก็เพียงเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กที่ยกไปไหนมาไหนได้เท่านั้น ความที่พ่อผมเคยรับจ้างขุดพลอยด้วยการขุดมือมาก่อนตอนสมัยยังเป็นเด็ก พ่อเล่าให้ฟังว่า แม้ว่าจะดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย พื้นดิน ถูกมองเห็นเป็นรูพรุน แต่คนที่ได้ประโยชน์ก็คือชาวบ้านที่เป็นคนรากหญ้า เดินเท้าวนไปจนรอบบริเวณอันกว้างใหญ่ไพศาล พวกเราไม่พบคนขุดพลอยที่มีลักษณะนายทุนเลยแม้แต่คนเดียวสมัยก่อนตอนที่เจอพลอยใหม่ๆในมาดากัสการ์ เคนยา มาลาวี โมซัมบิก แทนซาเนีย ไนจีเรีย และสถานที่ที่มีพลอยแหล่งอื่นในทวีปแอฟริกา คนท้องถิ่นก็ขุดมือ โดยมีพ่อค้าไปคอยรับซื้ออยู่ตามคามนิคมใกล้ๆ เงินจากการขายพลอยทุกเม็ดกลับไปสู่คนท้องถิ่นเจ้าของทรัพยากร การขุดพลอยด้วยการใช้มือ เป็นการขุดแบบค่อยเป็นค่อยไป ในพื้นที่แต่ละแห่งจึงถูกขุดได้ต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วอายุคนพวกที่ไล่กระทืบคนท้องถิ่นให้ออกจากแผ่นดินที่มีพลอยมี 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นพวกเอ็นจีโอสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีประสบการณ์และมองโลกไม่รอบคอบ พวกนี้ไปร้องแรกแหกกระเชอว่าสิ่งแวดล้อมเสียหาย พื้นดินเป็นรูจากการขุดหลุมเพื่อเอาแร่ขึ้นมาร่อนของชาวบ้านรัฐบาลใช้การร้องเรียนของเอ็นจีโอสร้างความชอบธรรมในการสั่งห้ามไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปขุดมืออีกต่อไป จากนั้นก็ให้บริษัทขนาดใหญ่เข้าไปสัมปทานทำเหมือง นักการเมืองและ ข้าราชการจึงเป็นกลุ่มที่สองรองจากพวกเอ็นจีโอที่ฆ่าอาชีพของคนจนในแต่ละท้องถิ่นพื้นที่มีพลอยจึงตกเป็นของบริษัทใหญ่นายทุนชาติหรือนายทุนต่างชาติ ที่มีนักการเมืองและข้าราชการมีหุ้นลม หรือได้รับ ค่าคอมมิชชัน การใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ ทำให้แต่ละพื้นที่ที่มีพลอยถูกขุดทำลายอย่างรวดเร็วบริษัททำเหมืองของนายทุนก็เอาพลอยที่ได้จากการทำเหมืองไปขายในยุโรป หรือนำมาประมูลที่สิงคโปร์ เงินแม้แต่เซ็นต์เดียวก็ไม่ได้ผ่านมือของคนท้องถิ่นเมื่อพื้นที่ป่าถูกนำไปทำเหมือง ชาวบ้านก็ต้องอพยพเข้ามาหางานอื่นทำในเมือง กลายเป็นแรงงานในเมือง ผู้คนจำนวนไม่น้อย กลายเป็นคนเร่ร่อน เป็นขอทานหาเงินซื้ออาหารลงกระเพาะผมขอขอบคุณรัฐบาลของนางอองซานซูจีที่คืนอาชีพให้คนจน นี่คือความต่างของรัฐบาลเผด็จการทหาร และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยพลังศรัทธาของประชาชน ที่ไม่ได้ใช้เงินซื้อเสียง รัฐบาลที่มาโดยการเลือกตั้งบริสุทธิ์ได้ตอบแทนท่านประชาชนด้วยการอำนวยประโยชน์ให้ท่านประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึง.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com