คนรุ่นใหม่อาจไม่รู้จักนายฮาเวียร์ เปเรซ เดอ เกวลยาร์ เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) คนที่ 5 ชาวเปรู ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบที่บ้านพักในกรุงลิมา เมื่อ 4 มี.ค. ขณะอายุ 100 ปีเดอ เกวลยาร์ เป็นหนึ่งในเลขาธิการยูเอ็นที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในบรรดาเลขาฯยูเอ็นทั้งหมด 9 คนจนถึงปัจจุบัน เขาดำรงตำแหน่งผู้นำยูเอ็น 2 สมัย ช่วงปี 2525-2534 ซึ่งโลกอยู่ในยุค “สงครามเย็น” ที่ล่อแหลมอันตรายที่สุด ก่อนที่สหภาพโซเวียตจะล่มสลายในปี 2534 ก่อนเขาพ้นตำแหน่งสมัยที่ 2 ไม่นานนักเดอ เกวลยาร์ ยังเป็นเลขาธิการยูเอ็นคนเดียวที่มาจากภูมิภาคละตินอเมริกา มีผลงานที่ได้รับการยกย่องมากมาย รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการเจรจายุติสงคราม 8 ปี ระหว่างอิรักกับอิหร่าน ช่วงปี 2523-2531 นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในกัมพูชาและเอลซัลวาดอร์ อีกทั้งเป็นผู้วิ่งเต้นให้มีการปล่อยตัวประกันชาวอเมริกันในเลบานอน และเป็น “มือประสานสิบทิศ” ให้นานาชาติร่วมมือกันเดอ เกวลยาร์ เคยเผยว่า ผลงานที่ตนภาคภูมิใจที่สุด คือบทบาทในการยุติสงครามอิรัก-อิหร่าน และการช่วยให้ “นามิเบีย” ได้รับเอกราชจากแอฟริกาใต้ในปี 2533 แม้ความพยายามอย่างหนักของเขาไม่สามารถยับยั้ง “สงครามอ่าวเปอร์เซีย” รอบแรกในปี 2533 ให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาเสียใจที่สุดหลังพ้นตำแหน่งเลขาธิการยูเอ็น เดอ เกวลยาร์ ซึ่งได้รับการเชิดชูเป็น “รัฐบุรุษ” ก็ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีเปรูในปี 2538 แต่แพ้ประธานาธิบดีอัลเบอร์โต ฟูจิโมริ ผู้นำเชื้อสายญี่ปุ่นเจ้าของตำแหน่งขณะนั้นหลังรัฐบาลประธานาธิบดีฟูจิโมริล่มสลายจากผลพวงของคดีคอร์รัปชันอันอื้อฉาวในปลายคริสต์ทศวรรษ 2000 เดอ เกวลยาร์ก็ได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติของเปรูนาน 8 เดือนนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็นคนที่ 9 คนปัจจุบัน แถลงสดุดีเดอ เกวลยาร์ ว่าเขาเป็นรัฐบุรุษที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เป็นนักการทูตผู้มุ่งมั่น เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมาย สร้างผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อองค์การสหประชาชาติและต่อโลกขอร่วมคารวะและไว้อาลัยหนึ่งในตำนานนักการทูตผู้ยิ่งใหญ่ไว้ ณ ที่นี้!บวร โทศรีแก้ว