เมื่อวันที่ 17 ก.ย.62 บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานของอังกฤษ เอสแอนด์พี โกลบอล แพลตส์ รายงานว่า จากกรณีโรงกลั่นน้ำมันอับเควกที่ใหญ่ที่สุดในโลกและบ่อขุดเจาะน้ำมันคูไรส์ ทางภาคตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย ถูกอากาศยานไร้คนขับโจมตีเสียหาย จะส่งผลให้การผลิตน้ำมัน 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต้องหยุดชะงักเป็นเวลา 1 เดือน โดยทั้งนี้รัฐบาลซาอุฯผลิตน้ำมันได้ 9.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในจำนวนนี้ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถูกส่งออกไปทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่คือภูมิภาคเอเชียการเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่การซื้อขายตลาดน้ำมันโลกกำลังระส่ำระสายจากความกังวลต่อสถานการณ์ขัดแย้งในภูมิภาคผลิตน้ำมันหลักของโลก ซึ่งเมื่อ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ตลาดซื้อขายน้ำมันลอนดอน เบรนต์ นอร์ธ ซี พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 30 ปี อยู่ที่ 69.02 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล หรือเพิ่มกว่า 14 เปอร์เซ็นต์ จนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์คลายความกังวลว่า หากจำเป็นสหรัฐฯก็พร้อมที่จะเปิดคลังน้ำมันสำรองของตัวเอง เพื่อลดผลกระทบสำหรับความคืบหน้าสถานการณ์ความมั่นคง หลังรัฐบาลสหรัฐฯกล่าวหารัฐบาลอิหร่านอาจจะอยู่เบื้องหลังการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯนั้น นายทรัมป์กล่าวว่า อยู่ระหว่างรอคำยืนยันที่แน่ชัดว่าใครต้องรับผิดชอบ ไม่อยากจะเข้าสู่ความขัดแย้งกับใคร แต่บางครั้งก็ต้องทำ เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ แต่อาจต้องเผชิญกับการโจมตีที่ใหญ่กว่าหลายเท่า และแน่นอนตอนนี้ดูเหมือนว่าอิหร่านเป็นคนทำส่วนรัฐบาลซาอุฯออกแถลงว่า เป็นการโจมตีด้วยอาวุธอิหร่าน แต่มิได้ระบุว่าอิหร่านเป็นผู้ลงมือ ขณะที่รัฐบาลจีนกล่าวประณามการโจมตีต่อโรงกลั่นน้ำมันของซาอุฯ หรือเป้าหมายพลเรือนอื่นๆ พร้อมระบุด้วยว่าขอต่อต้านการกระทำใดๆ ที่เป็นการขยายความขัดแย้ง เช่นเดียวกับรัฐบาลรัสเซียที่ขอให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้นวันเดียวกัน อยาโตลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน กล่าวว่า นโยบายกดดันอิหร่านขั้นสูงสุดนั้นเป็นสิ่งไร้ค่า และหน่วยงานต่างๆของอิหร่านเชื่อเป็นเสียงเอกฉันท์ว่าจะไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯไม่ว่าในระดับใดๆ ส่วนนายฮัสซาน รูฮานี ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวว่า การโจมตีเป็นการป้องกันตัวของกบฏฮูธิในเยเมน และตอบโต้กองทัพซาอุฯที่ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเยเมนมาตั้งแต่ปี 2558.