“มึน” และ “อึ้ง” กันไปทั้งโลก เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 9 ก.ย.ว่า การเจรจากับกองกำลังตาลีบัน “ตาย” ไปแล้ว หลังเขายกเลิกการเจรจาลับกับคณะผู้นำตาลีบันและประธานาธิบดีอัสราฟ ฆานี แห่งอัฟกานิสถาน ที่แคมป์ เดวิด รัฐแมรีแลนด์ ใน 8 ก.ย. รวมทั้งยกเลิกการเจรจาสันติภาพกับตาลีบันด้วยทรัมป์อ้างง่ายๆว่าผู้นำตาลีบันพยายามสร้างอำนาจต่อรองอย่างผิดๆ ด้วยการยอมรับว่าเป็นผู้โจมตีกรุงคาบูลในอัฟกานิสถาน เมื่อ 5 ก.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน รวมทั้งทหารอเมริกัน 1 นาย ส่วนโฆษกตาลีบันแถลงโต้ว่า ผู้นำสหรัฐฯ “ไร้วุฒิภาวะ” และ “ประสบการณ์” และการล้มโต๊ะเจรจา สหรัฐฯนั่นเองที่จะสูญเสียมากกว่าการยกเลิกการเจรจามีขึ้น แม้สหรัฐฯ เพิ่งบรรลุข้อตกลงสันติภาพในหลักการกับตาลีบัน หลังการเจรจาอันยากลำบากถึง 9 รอบที่กรุงโดฮาในกาตาร์ โดยภายใต้ข้อตกลงนี้ สหรัฐฯจะถอนทหาร 5,400 นายจากทั้งหมดราว 14,000 นาย ออกจากอัฟกานิสถานภายใน 20 สัปดาห์ เพื่อแลกกับการให้ตาลีบันรับประกันว่าจะไม่ยอมให้พวกผู้ก่อการร้าย รวมทั้งกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) และเครือข่าย “อัล เคดา” ใช้อัฟกานิสถานเป็นฐานที่มั่นโจมตีสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก และให้ตาลีบันยอมเจรจากับรัฐบาลอัฟกานิสถานโดยตรงท่าทีของทรัมป์ ทำให้ความหวังที่จะยุติสงครามอัฟกานิสถานที่ยืดเยื้อมา 18 ปีห่างไกลออกไปอีก! และระหว่างรอลุ้นว่าทรัมป์จะกลับลำอีกหรือไม่ ขอย้อนรอยและอัปเดตเรื่องกลุ่มตาลีบันและศึกอัฟกานิสถานอีกครั้ง!เมื่อ 11 ก.ย.2544 ผู้ก่อการร้าย 19 คนจี้เครื่องบินโดยสาร 4 ลำไปก่อวินาศกรรมสะท้านโลกในนครนิวยอร์ก กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และรัฐเพนซิลเวเนีย ในสหรัฐฯ ซึ่งเรียกกันว่าเหตุการณ์ “9/11” มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน และประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ชี้ว่ากลุ่มอัล เคดา ภายใต้การนำของนายโอซามา บิน ลาดิน อยู่เบื้องหลัง ทีมเจรจา–แฟ้มภาพคณะผู้เจรจาของกองกำลังตาลีบัน นำโดยมุลเลาะห์ อับดุล กานี บาราดาร์ ผู้นำฝ่ายการเมืองของตาลีบัน เดินทางไปเจรจากับนายซัลเมย์ คาลิซาด ทูตของสหรัฐฯ ที่กรุงมอสโก รัสเซีย เมื่อ 28 พ.ค. ก่อนมีข้อตกลงในหลักการ แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งล้มโต๊ะเจรจากับตาลีบันในที่สุด (เอพี)สหรัฐฯยื่นคำขาดให้รัฐบาลตาลีบัน ซึ่งปกครองอัฟกานิสถานตั้งแต่ปี 2541 หลังบุกยึดกรุงคาบูลได้ในปี 2539 ส่งตัวบิน ลาดิน ซึ่งซ่องสุมกำลังอยู่ในอัฟกานิสถานให้สหรัฐฯ แต่รัฐบาลตาลีบันไม่ยอม7 ต.ค.2544 หลังเหตุ 9/11 ไม่ถึง 1 เดือน สหรัฐฯ ก็นำกองทัพพันธมิตรบุกโจมตีอัฟกานิสถาน และโค่นล้มรัฐบาลตาลีบันได้อย่างรวดเร็วภายใน 2 เดือน ทำให้พวกอัล เคดา และตาลีบันแตกพ่ายไปหลบซ่อนตามเขตภูเขาทุรกันดารที่พรมแดนอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน บางส่วนหนีเข้าไปในปากีสถาน ขณะที่บิน ลาดิน ยังล่องหนปี 2547 สหรัฐฯตั้ง “รัฐบาลหุ่น” ขึ้นปกครองอัฟกานิสถานแทนตาลีบัน แต่ตาลีบันยังได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งตามแนวชายแดน และหาเงินได้มหาศาลจากการค้ายาเสพติดทั้งฝิ่นและเฮโรอีน รวมทั้งการทำเหมืองแร่และเก็บภาษีในพื้นที่ยึดครอง โดยปีหลังๆประเมินว่าตาลีบันหาเงินได้ถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 48,000 ล้านบาท) ต่อปีตาลีบันต่อสู้โดยเน้นกลยุทธ์โจมตีด้วยระเบิดพลีชีพถี่ยิบ จนปี 2552 ประธานาธิบดีบารัค โอบามา สั่งเพิ่มทหารสหรัฐฯในอัฟกานิสถานจนถึง 100,000 นาย แม้ทำให้ตาลีบันถูกขับไล่ออกจากภาคใต้แต่ก็ยังสยบตาลีบันไม่ลง กระทั่งปี 2557 กองกำลังพันธมิตร “นาโต” นำโดยสหรัฐฯ ยุคโอบามา ก็ถอนทหารหน่วยรบทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถาน เปิด “โอกาสทอง” ให้ตาลีบันรวมพลผนึกกำลังเข้มแข็งขึ้นมาอีกครั้งปัจจุบัน ตาลีบันยึดครองและเคลื่อนไหวในพื้นที่กว่า 70% ของอัฟกานิสถาน และสหรัฐฯ กล่าวหาว่า “ปากีสถาน” กับ “อิหร่าน” สนับสนุนตาลีบันอย่างลับๆ แต่ทั้ง 2 ประเทศนี้ปฏิเสธ ซ้ำร้ายในหลายปีหลัง กลุ่มไอเอสยังเข้าไปปักหลักในอัฟกานิสถาน ส่วนกลุ่มอัล เคดา ก็เข้มแข็งขึ้นมาอีก จนสหรัฐฯเห็นว่าเอาชนะสงครามได้ยากจึงยอมเจรจากับตาลีบันสถาบันวัตสันแห่งมหาวิทยาลัยบราวน์ประเมินว่า ตั้งแต่ปี 2544 สงครามในอัฟกานิสถาน อิรัก ซีเรีย และปากีสถาน ทำให้สหรัฐฯสิ้นค่าใช้จ่ายมหาศาลแล้วถึง 5.9 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 188 ล้านล้านบาท) และสงครามอัฟกานิสถานทำให้ทหารพันธมิตรเสียชีวิตแล้วเกือบ 3,500 นาย ส่วนใหญ่กว่า 2,300 นายเป็นทหารสหรัฐฯส่วนรัฐบาลอัฟกานิสถานเผยว่า ตั้งแต่ปี 2557 มีทหารรัฐบาลอัฟกาฯเสียชีวิตแล้วกว่า 45,000 นาย และรายงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อเดือน ก.พ.ปีนี้ประเมินว่า สงครามอัฟกาฯ ทำให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตแล้วกว่า 32,000 คน ขณะที่สถาบันวัตสันระบุว่า นักรบตาลีบันเสียชีวิตแล้วกว่า 42,000 คน เลิกคุย–ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อ 9 ก.ย. หลังล้มโต๊ะเจรจากับกองกำลังตาลีบัน โดยทรัมป์ระบุว่า ตาลีบันต้องการทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ แต่คณะผู้เจรจาของตาลีบันยังขัดแย้งสภาผู้นำหรือชูรา (เอพี)หลังรับตำแหน่ง ทรัมป์ประกาศจะ “ปิดฉาก” สงครามอัฟกานิสถาน จนนำไปสู่การเจรจาและข้อตกลงในหลักการดังกล่าว แต่หลายฝ่ายรวมทั้งนาโตไม่เห็นด้วยที่สหรัฐฯจะถอนทหารถึง 5,400 นายออกมาโดยยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิงเป็นทางการ เพราะจะยิ่งทำให้ตาลีบันเข้มแข็งยิ่งขึ้น จนผงาดขึ้นมายึดอำนาจได้อีกครั้งเมื่อวิเคราะห์แล้วว่าได้ไม่คุ้มเสีย ทรัมป์จึงอาจ “ล้มโต๊ะ” เจรจากับตาลีบันเพราะเหตุนี้!บวร โทศรีแก้วอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง- ทรัมป์ ยกเลิกเจรจาสันติกับปธน.อัฟกานิสถาน-ตาลีบัน ไม่กี่วันก่อนถึง 9/11- ทรัมป์กร้าวใส่ตาลีบันรำลึก 18 ปี 9/11