ตร.เผยมี‘แว้น’ รับยากเอาผิดฌาปนกิจศพนายจิรภาษ ธงอาษา วัยรุ่นที่เสียชีวิตจากการถูกรถยนต์ของดีเจเชาเชาเฉี่ยวชน โดยไร้เงาดีเจชื่อดังมาร่วมพิธี ด้านคดีตำรวจเตรียมออกหมายเรียกกลุ่มเพื่อนผู้เสียชีวิตมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อเทียบเคียงกับภาพจากกล้องวงจรปิด ส่วนผู้เสียชีวิตจะเป็นกลุ่มรถซิ่งหรือไม่ เชื่อเมื่อเห็นคลิปประชาชนจะเข้าใจได้เองจากกรณีนางสมควร ธงอาษา อายุ 50 ปี แม่ของนายจิรภาษ ธงอาษา อายุ 18 ปี ผู้เสียชีวิต ได้แจ้ง ความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม ว่าผู้เสียชีวิตถูกรถยนต์ ยี่ห้อเลกซัส สีขาว ทะเบียน กฆ 6789 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของดีเจเชาเชา-ชวลิต ศรีมั่นคงธรรม อายุ 41 ปี นักจัดรายการวิทยุชื่อดัง เฉี่ยวชนบริเวณถนนตัดใหม่วัชรพล-สุขาภิบาล 5 จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทให้ผู้อื่นเสียชีวิต ขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และขับรถโดยไม่จัดทำ พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยทางรถ กระทั่งด้านดีเจคนดังได้จัดการแถลงข่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าของคดี เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 พ.ค. พนักงานสอบสวน สน.สายไหม อยู่ระหว่างประสานเรียกนางสมควร ธงอาษา อายุ 50 ปี แม่ของนายจิรภาษผู้ตายมาสอบถามเพิ่มเติม เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเพื่อนวัยรุ่นของผู้ตาย ในเหตุการณ์วันเกิดเหตุ ที่มีด้วยกันทั้งหมด 5 คน ก่อนจะออกหมายเรียกทั้งหมดมาสอบปากคำในฐานะพยาน เบื้องต้นทราบว่ามีเพียง 1 คน ที่อายุเกิน 18 ปี ขณะที่อีก 4 คน ยังเป็นเยาวชน ดังนั้นจะต้องประสานสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำด้วย คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในวันจันทร์ที่ 8 พ.ค. เพื่อสอบปากคำถึงเรื่องราวและเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ พร้อมสอบสวนหารายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมด ว่ายังยืนยันคำให้การเดิมที่เคยสอบปากคำไปในคราวแรกหรือไม่ โดยจะนำคำให้การมาเทียบเคียงกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชุดสืบสวนได้มา และหาความเป็นไปได้ว่าจะสามารถมีผู้โยนก้อนหินลงมาใส่กลุ่มผู้ตาย ตามคำกล่าวที่อ้างตั้งแต่ครั้งแรกหรือไม่ด้าน พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่และเป็นธรรม ในการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนสำนวนคดีนอกจาก การสอบปากคำพยานทั้งหมดแล้ว พนักงานสอบสวน ต้องรอความเห็นจากผู้ชำนาญการ กองพิสูจน์หลักฐาน การตรวจสภาพรถ และจากผู้เชี่ยวชาญในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาประกอบในสำนวนคดี ก่อนเตรียมสรุป สำนวนคดีเสนออัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ตามข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนข้อหาขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และขับรถโดยไม่จัดทำ พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยทางรถนั้น เบื้องต้นได้แจ้งให้ดีเจเชาเชา-ชวลิต รับทราบไปตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว จะต้องเรียกให้เจ้าตัวมาเสียค่าปรับในภายหลังพ.ต.อ.ธนกรณฑ์กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีคลิปจากกล้องวงจรปิด 2 คลิป บันทึกเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุไว้ได้ ยังไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด ส่วนที่มองว่าต้นเหตุมาจากการรวมกลุ่มแข่งรถซิ่งบนทางสาธารณะหรือไม่ เชื่อว่าประชาชนที่ได้เห็นคลิป น่าจะสามารถเข้าใจได้เอง เพราะพฤติการณ์ค่อนข้างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า เรื่องการดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นที่รวมตัวกันแข่งรถซิ่ง เป็นเรื่องที่ดำเนินการได้ยาก เพราะยังขาดหลักฐานที่จะทำให้ระบุตัวผู้กระทำผิดได้ชัดเจน และคงไม่มีผู้กระทำผิดรายใดเข้ามายอมรับผิด แต่ข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมได้จะถูกนำเข้าสำนวนการสอบสวน เพื่อให้ศาลพิจารณาไปตามข้อเท็จจริง ยอมรับว่าจุดที่เกิดเหตุมักมีวัยรุ่นรวมตัวไปแข่งรถซิ่งอยู่บ่อยครั้ง ที่ผ่านมาได้สั่งการให้สายตรวจไปตั้งด่านสกัดเป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะวัยรุ่นมักอาศัยจังหวะที่ไม่เห็นตำรวจแอบแข่งรถ จากข้อมูลเฉลี่ยพบว่ากลุ่มวัยรุ่นมักรวมตัวหลัก 10 คันในการแข่งรถ แต่ไม่ถึงหลักร้อยตามที่ปรากฏเป็นข่าวต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. ที่วัดบึงทองหลาง แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.ได้มีพิธีฌาปนกิจ ศพนายจิรภาษ ธงอาษา บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของบรรดาญาติพี่น้อง ที่มาร่วมพิธีประมาณ 50 คน มีสื่อมวลชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยดีเจเชาเชา-ชวลิตได้ส่งตัวแทนมาร่วมในพิธี น.ส.พัชรินทร์ ทองวัด อายุ 30 ปี กล่าวว่า ตนเดินทางมาเป็นตัวแทนดีเจเชาเชา เพื่อร่วมงานฌาปนกิจศพของน้อง พร้อมนำเงินสดจำนวนหนึ่งมามอบให้กับมารดาของผู้เสียชีวิตเท่านั้น ส่วนสาเหตุที่ดีเจเชาเชาไม่มาร่วมงานเนื่องจากติดภารกิจ หลังจากนี้ทนายทั้งสองฝ่ายจะมีการพูดคุยกันถึงข้อตกลง เกี่ยวกับการดูแลต่างๆรวมไปถึงคดีความทางกฎหมายด้วยด้านนางสมควร มารดาของผู้เสียชีวิตยังอยู่ในอาการโศกเศร้า กล่าวเพียงสั้นๆว่า ตอนนี้ไม่อยากจะให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน ขอให้เป็นเรื่องของดีเจเชาเชา ส่วนตัวไม่มีอะไรติดใจแล้ว เนื่องจากได้มีการพูดคุยตกลงกันจนเป็นที่พอใจ และจะมีการคุยกันอีกครั้งหนึ่งเรื่องค่าสินไหมทดแทน