กลายเป็น “ดราม่า” หลังมีบทสัมภาษณ์ของ ก้อย รัชวิน คุณแม่ลูกสอง จากรายการ “มั่วบ้านงาน” ของผู้จัด จ๋า ยศศินี เกี่ยวกับเรื่องการตัดสินใจย้ายไปใช้ชีวิตที่ภูเก็ต จนต้องเสียสละต้องทิ้งงานเพียงฝ่ายเดียว ทำให้ทัวร์ไปลง ตูน อาทิวราห์ ที่ถูกเข้าใจผิด ล่าสุด ก้อย รัชวิน มาร่วมงานรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง “เพื่อนรัก เพื่อนลับ” ที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเปิดใจถึงประเด็นร้อนที่เกิดขึ้น ดราม่าที่ให้สัมภาษณ์ย้ายไปภูเก็ต หลายคนไปตีความหมายในเชิงลบ?“ก้อยไม่ได้อ่านคอมเมนต์เท่าไหร่ มันอาจจะเป็นช่วงเวลานึงของผู้หญิงสองคนที่มาคุยกัน เขาเข้าใจความเป็นแม่ เพราะเขามีแม่ที่ทุ่มเทมากๆ ในมุมของเขาเราก็อาจจะต้องเสียสละบางอย่าง ก้อยอยากให้ทุกคนมองว่าการเป็นพ่อแม่ไม่ได้แปลว่าคนใดคนนึงต้องเสียสละ พ่อแม่ทุกคนต่างเสียสละในมุมของตัวเองในบทบาทของตัวเอง พี่ตูนเองก็ต้องออกไปทำงาน เขาก็เสียสละเวลาที่เขาได้อยู่กับลูก ก้อยมาอยู่ที่บ้านอยู่กับลูกดูแลลูก 100% ก้อยก็อาจจะไม่ได้กลับไปทำงาน แต่นั่นเป็นสิ่งที่เราเลือก สิ่งที่เรามีความสุข จริงๆวันนั้นก้อยไม่ได้คิดว่าก้อยถ่ายรายการอยู่ ก้อยคิดว่าก้อยคุยกับเพื่อน คุยกับพี่จ๋า แค่นั้นเอง” มันเป็นปมในใจของเราใช่มั้ย?“มันไม่ถึงขั้นนั้นหรอก มันเป็นแค่แว้บนึงของผู้หญิง ก้อยว่าคนเป็นแม่ทุกคนจะเข้าใจนะ ไม่ว่าเราจะมีความรู้สึกยังไงก็ตาม แต่ว่าเราเป็นคนเลือกเอง เรามีความสุขที่เราได้เป็นแม่ แล้วถ้าให้วันนี้ก้อยเลือกได้ ก้อยก็ยังขอบคุณพี่ตูนที่เขาตัดสินใจพาก้อยไปอยู่ที่ภูเก็ต ไม่ได้รู้สึกว่าเราอยากกลับมาอยู่ตรงนี้ กลับมาอยู่ที่แสงไฟ เขาไม่ได้บังคับก้อย สุดท้ายเราก็รักเขา เราอยากมีครอบครัวกับเขา เราก็แค่จับมือไปด้วยกัน”ก้อยรู้อยู่แล้วว่าถ้าแต่งงานกับผู้ชายคนนี้จะต้องไปอยู่ภูเก็ต เขาบอกเรามาตลอดว่าสร้างบ้านไว้แล้ว?“ใช่ค่ะ จริงๆแล้วแพลนการย้ายมาภูเก็ตเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่จะแต่งงานด้วยซ้ำ เขาไปซื้อที่ดินไว้แล้วเขาก็บอกว่าอยากจะย้ายมาอยู่ที่นี่ รู้อยู่แล้วว่าสักวันนึงเราจะต้องมาอยู่ที่นี่ แต่ว่าทุกอย่างมันเร็วขึ้นเพราะว่ามันมีโควิด แล้วก้อยมีน้อง พี่ตูนก็เลยคิดว่าการที่ย้ายมาตอนนี้เลย ให้ลูกได้เติบโตในที่ที่เป็นธรรมชาติ แล้วเรามีเวลาให้กับลูกได้แบบเต็มที่ 100% เขารู้ว่าอยู่กรุงเทพฯก้อยอาจจะยังต้องทำงาน ถ้าเราไปอยู่ตรงนั้นเลย เราน่าจะให้เวลากับลูกได้แบบเต็มที่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ” สิ่งที่ได้เล่าไปในรายการ ณ วันนี้มันได้บรรเทาลงหรือได้แก้ปมอะไรไปบ้าง? “จริงๆแม่ทุกคนไม่ได้ต้องการ เขาเรียกว่าอะไรแค่ใครสักคนที่รับฟัง ได้พูด บางคนอาจจะเป็นสามี เป็นเพื่อน หรืออะไรก็แล้วแต่ ก้อยว่ามนุษย์ทุกคนดีกว่าไม่ต้องเป็นแม่ก็ได้ อย่างก้อยไปอยู่ตรงนั้นก้อยอาจจะไม่ได้มีเพื่อนสนิท ที่ปกติเราอยู่กรุงเทพฯกริ๊งเดียวมาหา มันมีความรู้สึกที่เราอยากจะแชร์เหมือนกัน คนคนนั้นที่จะอยู่ข้างก้อยได้ตลอดก็คือพี่ตูน ก็คือสามีของเรา” มีทัวร์ไปลงที่สามีเราด้วย?“ก้อยไม่รู้จริงๆ มันคืออะไร”คนตีความว่าพี่ตูนตัดสินใจคนเดียวโดยที่ไม่บอกก้อย?“ก้อยก็อยากจะให้คิดในมุมนึงว่าอย่างตอนที่พี่ตูนวิ่งจากใต้ไปเหนือ มันเป็นอะไรที่เสี่ยงอันตรายมาก แต่ว่าวันนั้นเขาก็ไม่ได้มาขอก้อย หรือมาบอกว่าก้อยจะต้องวิ่งไปกับเขา แต่เราเองเป็นคนเลือกที่จะทำ มันก็เป็นเรื่องเดียวกันคือเขาอยากจะย้ายนะ อยากจะให้ลูกได้มาเติบโตที่นี่นะ โอเคเราก็มีคำถาม ทุกอย่างมันจะราบรื่นมั้ย ไปคลอดที่นั่น หมอจะเป็นยังไง วันแรกมันมีความกังวลอยู่แล้ว แต่เมื่อทุกอย่างมันผ่านไปได้ เราก็รู้สึกว่า ณ วันนี้มันก็โอเคแล้ว” เขาเตรียมทุกอย่างไว้สำหรับเรากับลูก?“พี่ตูนเป็นคนคิดการณ์ไกล จริงๆต้องมองที่เจตนา ก้อยว่าเจตนาเขาอยากให้ครอบครัวไปอยู่ตรงนั้น แล้วเราได้มีเวลาเลี้ยงลูกด้วยกันเต็มที่ แต่ว่าพี่ตูนก็เหนื่อยมากๆ ในมุมของผู้ชายที่ต้องออกไปทำงาน ก็อยากจะให้เข้าใจว่าผู้หญิงกับผู้ชายมันก็มีภาระหน้าที่ที่แตกต่างกัน”ในมุมของก้อยคิดว่ามันดีกว่าที่เราคิดไว้ไหม?“ดีกว่ามาก ก้อยยังรู้สึกว่าภูเก็ตเป็นบ้านก้อยนะ แล้วก้อยก็รู้สึกว่าสิ่งที่พี่ตูนตัดสินใจมันเป็นสิ่งที่ถูกอยู่ดี ถึงแม้ว่าบางมุมที่เราพูด เราอาจจะเป็นผู้หญิงก็จะมีความน้อยใจสามีนิดหน่อย แต่สุดท้ายแล้วพี่ตูนก็เป็นพ่อแล้วก็เป็นสามีที่ดีมากๆก้อยรู้สึกว่าโชคดีมากๆแล้ว แต่ถ้ามันจะมีวันที่ก้อยเหนื่อย อาจจะระบายพูดอะไรออกมาบ้างกับเพื่อนสาว ก็อยากจะให้คิดว่ามันก็คือพาร์ตนึงของชีวิตมนุษย์ทุกคน มันก็มีมุมที่มันไม่ได้ราบรื่นตลอดไป”.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่