จากศิลปินฝึกหัดจากแดนกิมจิสู่ศิลปินหนุ่มไฟแรง เจได–อัมรินทร์ (JDI) ศิลปินเบอร์แรกของค่าย Talent Management หลังปล่อยซิงเกิลแรก “ทำได้แค่ทน” ฟีดแบ็กดีเกินคาด แถมเล่นเอ็มวีเองเป็นครั้งแรกท่ามกลางเสียงชื่นชม งานนี้ เช่ ริชแมนทอย (อัคราวิชญ์ พิริโยดม) นั่งแท่นบริหาร และหนุ่มเจไดมาเล่าถึงการทำงานด้วยกัน มาพร้อมความฝัน ใน “คนดังนั่งคุย”อะไรที่ทำให้เช่ตัดสินใจเปิดค่ายเพลงเช่ “น่าจะเป็นอีกสิ่งที่ขาดไปเพราะก่อนหน้านี้มีสิ่งที่ผมทำมาหลายๆอย่าง เป็นอาจารย์ ม.มหิดล สอนดนตรี (เบส) ศิลปิน เหลือเปิดค่ายเพลง เป็นอีกสิ่งที่เรารู้สึกครบ พอทำจริงๆปวดหัวจริง เราเป็นศิลปินอยู่เบื้องหน้าเราไม่ค่อยเข้าใจเบื้องหลัง พอทำเบื้องหลังต้องรับกรรมแน่ๆเลยเพราะทำกับคนไว้เยอะ (หัวเราะ) เป็นอาจารย์เกือบ 20 ปี ถามว่ามีทำอะไรให้มากกว่านี้ไหมก็ไม่มีนะ เพียงแต่ว่าทำยังไงให้มัน ถ้าไม่ทำตรงนี้ก็จะมองไม่เห็นว่ามันจะมีอะไร ปรับหลักสูตร จริงๆเป็นหัวหน้าภาค สาขาดนตรีสมัยนิยม ทำตรงนี้มาเกือบ 20 ปี งานโปรเจกต์ของน้องๆที่จบไปก็เป็นงานอัลบั้ม ศิลปิน ปลายทางก็อยากให้น้องได้เป็นศิลปินนั่นแหละ แต่มุมนึงเอาจริงๆอาจารย์สั่งสอนอย่างเดียวมันไม่รู้ ผมไปทัวร์คอนเสิร์ตก็จะมีประสบการณ์ไปเล่นแต่จริงๆค่ายเพลงเป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่รู้มันคืออะไร พอใช้ประสบการณ์ตั้งทรง ตั้งไข่มันได้อยู่” ทำไมเลือกเจไดเป็นศิลปินเบอร์แรกของค่ายเลยเช่ “เจไดก็เรียนอยู่ที่มหิดลนี่แหละ และมี 2-3 เบอร์เป็นเด็กมหาวิทยาลัยเหมือนกัน ก็มีความแตกต่างกัน จริงๆเราเลือกอย่างแรกเลยคือเรื่องมาตรฐานที่ดี และเขามีความเป็นตัวตนชัดเจน 4 เบอร์ 4 แบบ”เจไดมีความโดดเด่นในมุมเช่ยังไงบ้างเช่ “เจไดน่าสนใจในตัวเขา เขามีประสบการณ์ได้ไปเทรนนีที่เกาหลีด้วย อีกอย่างแนวเพลงที่เขาทำมองภาพเกาหลีอย่างที่เราเข้าใจ เพลงที่เขาทำไม่ได้เป็นแบบนั้น ประสบการณ์ที่เขามีกับสิ่งที่เขาชอบ มันน่าจะเกิดปรากฏการณ์อย่างอะไรสักอย่าง” ชวนนานไหม “ผมคุยกับเจบ่อย เรื่องทั่วๆไป และเส้นสายความศิลปินกันอยู่ ก่อนทำค่ายมีการแนะนำให้เขาไปลองเทสต์ที่ค่ายโน้นค่ายนี้ก็มีการคุยเรื่องนี้ แนวทางเจมีเป้าเป็นศิลปินค่อนข้างชัดอยู่แล้วกว่าเพื่อนๆ คนอื่นๆ พอเราเปิดค่ายและเป็นเพลงเร็วด้วย เราไม่ต้องไปจัดทรงเขาเยอะเพราะเขามีของอยู่แล้ว” ความเป็นศิลปินเบอร์แรกของค่าย เจได “กดดันครับ มันไม่ใช่แค่เบอร์แรกของที่นี่ ทุกอย่างใหม่หมด เราต้องซ้อมร้อง ซ้อมสัมภาษณ์ กลายเป็นทุกอย่างเป็นครั้งแรก มันตื่นเต้นและกดดัน กลัวจะออกมาไม่โอเค พอปลายทางออกมาโอเคก็ชื่นใจ” วันนี้เจไดได้กลายเป็นศิลปินเดี่ยวแล้ว ทำใจฟูขนาดไหนเจได “อย่างแรกเลยเท่ดีครับ (หัวเราะ) รู้สึกว่าเป็นคำที่ผมมีความรู้สึกมันยากเสมอมา ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ 6-7 ปี ผมไม่คิดว่าจะก้าวมาเป็นศิลปินเดี่ยวได้ ตอนที่ผมเข้ามหาวิทยาลัยก็แค่ตั้งวง อยากไปด้วยกันเห็นวงหลายๆวงมีเพื่อนมันสนุกดี พอถึงจุดนึงผมมาคนเดียวก็น่าจะเหมาะกว่า ด้วยวิธีการทำงาน ด้วยสไตล์ด้วย ยังหาคนไดเร็กชันเข้ากันด้วยไม่ได้ด้วย เลยเลือกทำงานด้วยตัวเอง พอเป็นคำว่าศิลปินเดี่ยว มีเรื่องที่เราจะต้องทำ ต้องรับผิดชอบ สนุกดีครับ รอดูหลังจากนี้เป็นยังไงดี” ตอนปล่อยเพลงนี้เจไดมีไปมูอะไรที่ไหนมาบ้าง เจได “มีบ้างครับ เป็นคุณแม่เป็นคนพาไปมู มีไปไหว้พระพรหม เซ็นทรัล เวิลด์ ขอเรื่องงานให้ไปได้ดี”ฟีดแบ็กหลังปล่อยเอ็มวีเจได “หลังจากปล่อย MV ไป 1 เดือน ตอนนี้ได้ยอดวิวเกือบ 300,000 วิวแล้ว ผมขอขอบคุณทุกๆคน มันยิ่งใหญ่และมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับผมมากเลย ใน MV เพลงนี้ เป็นเรื่องราวของผู้ชายที่แม้จะเลิกรากับคนรักไปแล้ว แต่เขายังคงฝันถึงเค้าวนลูปไปเรื่อยๆ เป็นฝันที่มีทั้งความคิดถึงและความทรมาน อยากจะตื่นก็ตื่นไม่ได้ เลยทำได้แค่ทน MV นี้ถือเป็นงานแสดงครั้งแรกของผมเลยครับ ตื่นเต้นมากๆ แรกๆก็แอบคิด ล่วงหน้าไปเองว่าจะทำได้หรือเปล่า ต้องวางมือไม้ไว้ตรงไหน แต่ทั้งพี่สีน้ำ (นางเอก) และพี่ๆทีมงานน่ารักมาก ทำให้คลายกังวลและสบายใจมากขึ้น ส่วนซีนที่ผมชอบที่สุด คือซีนที่เรานั่งอยู่ในห้องนอนแล้วห้องมันหมุนได้ พอรู้ว่าเบื้องหลังคือการที่อยู่บนเก้าอี้แล้วให้มันหมุนไปเรื่อยๆ เลยรู้สึกว่าเท่ดี ยังไงผมขอฝาก MV เพลงทำได้แค่ทนด้วยนะครับ ผมและทีมงานตั้งใจทำงานกันมากๆ และภาพก็ออกมาสวยมากๆด้วย ฝากติดตาม MV เพลง “ทำได้แค่ทน” ได้ทาง YOUTUBE : JDI ครับ”เจไดกลายเป็นศิลปินแล้ว จากการปลุกปั้นของเช่เลยเช่ “ถ้าตอบจากใจจริงๆเราอยู่กับการปล่อยเพลงมาค่อนข้างเยอะ ผมไม่รู้สึกเซอร์ไพรส์อะไรมาก เราจะเซอร์ไพรส์เรื่องอื่นมากกว่าว่างานนี้จะออกมาเป็นยังไง ถามว่าภูมิใจไหมภูมิใจ แต่ดีใจอะไรขนาดนั้นมั้ยก็ไม่ มันปล่อยไปแล้ว ต่อไปข้างหน้าคนจะได้ยินเพลงเราเยอะขึ้นเป็นจุดที่แต่ละสเต็ปหนึ่งต่อหนึ่งมากๆ ยุคนี้อยากให้คนฟังเพลงเรา คนอยู่ในสภาวะของเนื้อหาเพลงนี้ในปัจจุบันก็เยอะนะ” เคยเจอเหตุการณ์ต้องทนเหมือนอย่างเพลงไหม เจได “มีครับ ตลอดเวลา แต่ก่อนผมเป็นคนมั่นใจตัวเอง แต่ช่วงหลังๆวันนึงเราไม่มีความสุขหรือต้องทนอะไรบางอย่าง เราขาดความมั่นใจไปพร้อมกับอายุด้วย พร้อมสิ่งที่หน้าใหม่มา หน้าเก่าไป เพื่อนผมเจอเรื่องอื่น เช่น ความรัก จนทุกวันนี้จะโดนหลอก มีความรู้สึกแต่ละคนมีสภาวะไม่เหมือนกัน” เช่ “ส่วนใหญ่ผมจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องงาน เรื่องต่อสู้เพื่อครอบครัว แต่เพื่อนผมไม่ต้องไปต่อสู้เพื่อขอบคุณ แต่มีปัญหาทางอื่น พยายามหาชาเลนจ์บางอย่างเพื่อไปถึงเป้า เป็นโลกยุคนี้ที่ต้องแข่งขันกัน” พอทำเพลงนี้ ได้เรียนรู้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆยังไงบ้างเจได “เป็นทั้งประสบการณ์ส่วนตัวและฟังมาด้วย ตีความขึ้นมาเรามาเขียนเพลงนี้” ด้านความรักหรือเปล่า“รวมๆครับ ทั้งเรื่องความรักและประสบการณ์ที่เราเสียใครสักคนนึงไปด้วย ผมเคยเจอสถานการณ์นั้นจริงๆ” ทั้งเช่และเจไดพอเจอสถานการณ์ทำได้แค่ทน มีวิธีการรับมือกับปัญหายังไง เจได “หาอะไรทำให้ลืมๆไป”เช่ “เช่มีอาจดูโบราณหน่อย ไปทางธรรมะนิดนึงเพราะบ้านเช่มาทางสายธรรมะตั้งแต่เด็ก ชอบทำบุญ คุณพ่อตอนนี้ก็บวชอยู่ เช่เองก็เคยผาดโผน สมัยเป็นศิลปินก็เละเทะนะ แต่มีธรรมะมาคานอยู่ เคยกลับมาบ้านตอนเช้า ถึงบ้านแม่ใส่บาตรอยู่ เราก็หลบๆ บางทีหลบไม่ได้ พอมีเรื่องนี้ทำให้เรามีสติ มันคอยทำให้เราใช้มันตลอดเวลา มีธรรมะ สิ่งที่ผมทำ 80% คือ อดทน” เคยถามตัวเองทำไมต้องทนขนาดนั้น เช่ “ผมไม่ได้หนักอะไรขนาดนั้น เพราะว่าถ้าเปรียบเทียบคนอื่นของผมทนได้เพราะครอบครัวเลี้ยงอบอุ่นมาประมาณนึง มีพื้นที่ให้เรา ถ้าเทียบกับเพื่อนผมหลายๆคนหนักกว่าผมเยอะ เพราะบ้านยังมีเซฟโซนเจอเรื่องหนักก็เจอแต่ไม่ถึงขั้นไม่มีข้าวกิน ที่บ้านทะเลาะ กัน ติดยา ของผมไม่มีขนาดนั้น เป็นภาวะที่จะต้องดูแลลูกเรา เมียเรา ดูแลครอบครัว บางทีชักหน้าไม่ถึงหลังก็แค่นั้น เราค่อนข้างโชคดีมีแม่ ให้ความอบอุ่น ถ้าไม่มีคงเคว้ง” เจได “ผมว่าเพราะเป็นคนรุ่นใหม่ กิจกรรมมันเยอะ เครียดหรือเศร้าเล่นเกม ดูหนัง ออกไปหาเพื่อน ไม่อยู่กับตัวเอง”ก้าวต่อไปของเจไดอยากทำอะไรต่อเจได “ก้าวใกล้ๆก่อน ขอให้เพลงมียอดที่ดี มีคนฟังเยอะ และเริ่มมีฐานแฟนคลับเป้าที่ใหญ่หน่อย มีคอนเสิร์ตของตัวเองในหลายๆปีข้างหน้า ยิ่งเร็วยิ่งดีเป็นเป้าไกลๆที่วางไว้กับเบื้องหลังก็ยังทำอยู่ แต่ว่าไปช่วยงานห้องอัดก็ยังรับอยู่ ไม่รู้พี่เช่ให้ทำหรือเปล่า (หัวเราะ)” เคยไปเป็นเทรนนี มีโอกาสโกอินเตอร์เจได “ผ่านมานานมาก 4 ปีแล้ว ก็คงเป็นไปได้ยาก ด้วยอายุ และเราจะอาจจะไม่ได้คอนแทรกกับเขาแล้ว ตอนนี้ก็ทำงานอยู่เมืองไทยนี่แหละครับ”.เรื่อง: วรรณี ห่อวโนทยานอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่