“อนุทิน” นำคณะร่วมวงสุดยอดอาเซียน ฟิลิปปินส์คนกลางจัดถก 3 ฝ่าย ไทย-ฟิลิปปินส์-กัมพูชา เผชิญหน้า “ฮุน มาเนต” เจรจาปัญหาชายแดน ผลจูบปากกันชื่นมื่นถึงเวลามุ่งมองไปข้างหน้า ปมพิพาททางบก-ทางทะเลค่อยๆแก้ไข ฟื้นสัมพันธ์ทวิภาคี แซะ ปชป.เคยกู้เท่ากันเป๊ะ 4 แสนล้านทำไขสือ“อาม่า” กว้านซื้อที่ 500 ไร่ รอรับโชคแลนด์บริดจ์ มติปชน.ยกร่างคำร้องยื่นศาล รธน. ตีความ “จำเป็นเร่งด่วน” “ศิริกัญญา” ตั้งกระทู้เดือดตีเช็คเปล่า“ภราดร” ฉุนตั้งข้อหารุนแรงไป “สิงห์น้ำเงิน” งัดกฎหมายล่อกลับ “ภูมิธรรม” “อิ๊งค์” ดีใจเยี่ยมพ่อผ่านลูกกรงครั้งสุดท้าย รอรับพักโทษ 11 พ.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย นำคณะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 7-9 พ.ค. ณ เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ร่วมประชุม 3 ฝ่าย เผชิญหน้านายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา มีนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ อำนวยการเจรจาปัญหาไทย-กัมพูชา“อนุทิน” บินฟิลิปปินส์ร่วมอาเซียนเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 พ.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี น.ส. รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ร่วมคณะ เดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 7-9 พ.ค. ณ เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นายอนุทินให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางว่า คาดหวังทุกเรื่องต้องทําสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย “แน่นอนว่าไม่ได้ไปเที่ยว ไม่ได้ไปพบปะพูดคุยกับผู้นําเพราะความคิดถึง ไปทํางานเจรจาหารือ และแถลงจุดยืนประเทศไทย ให้ประชาคมอาเซียน รับทราบถึงนโยบายและสิ่งที่ประเทศไทยจะทํา”แซะคนร้องกู้เท่ากันเป๊ะ 4 แสน ล.ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท นายอนุทินตอบว่า ลงนามทูลเกล้าฯไปเรียบร้อยแล้ว เราทุกคนพยายามแก้ไขปัญหาลดความเดือดร้อนประชาชน เราเป็นผู้แทนต้องรักและคำนึงถึงประโยชน์ประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด พ.ร.ก.กู้เงินตนน่าจะเป็นคนที่ 8 ที่ผ่านมา มีการกู้ในลักษณะนี้มาตลอด แม้แต่กลุ่มที่บอกจะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็กู้ในวงเงินจำนวนเท่ากัน ตอนนั้นใช้คำว่า “ไทยเข้มแข็ง” แต่ตนใช้คำว่า “ไทยช่วยไทย” รัฐบาลทำตามสิ่งที่สัญญาไว้กับประชาชน ดำเนินการตามที่แถลงไว้ทุกประการด้วยเจตนารมณ์ที่สุจริต ประชาชนจะได้รับเงินโดยตรง ไม่ต้องผ่านโครงการนั้นโครงการนี้ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดการจับจ่ายใช้สอย ทำให้สภาพคล่องในระบบมีการหมุนเวียนมากขึ้นเมินเสียงค้านมุ่งตามเป้าหมายนายอนุทินกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือต้องกำกับดูแลการใช้จ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่มีรั่วไหล ต้องไม่มีคำว่าโกง และต้องไม่มีคำว่ากระเด็นไปตรงไหน เมื่อถามว่าหากมีปัญหาขึ้นมาได้เตรียมแผนสองไว้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ไม่ได้เตรียม เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ไม่ได้แปลกใหม่อะไร คิดว่าควรดำเนินการให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปในทิศทางที่เราต้องการตรงกับนโยบายที่เราแถลงไว้ ก็ดำเนินการไป” เมื่อถามว่าการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้โครงการไทยช่วยไทยพลัสสะดุดหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน เมื่อถามว่าท้อหรือไม่ที่ช่วงนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์หลายเรื่อง นายอนุทินตอบว่า ทําไมต้องท้อ เป็นคนจีนมีเชื้อสายจีน ลูกท้อคือผลไม้มงคล กินทุกวันเกิดไขสือนอมินี “อาม่า” กว้านซื้อที่เมื่อถามถึง สส.พรรคฝ่ายค้านออกมาแฉมีบริษัทนอมินีในชื่อ “อาม่า” กว้านซื้อที่ดินที่ จ.ระนอง ไว้กว่า 500 ไร่ ทั้งที่โครงการแลนด์บริดจ์ยังไม่เริ่ม นายอนุทินหัวเราะในลำคอก่อนตอบว่า ช่วงนี้คิดช่วยเหลือประชาชนดีกว่า อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ โครงการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นพรุ่งนี้ บริบทมันเปลี่ยนไป การศึกษาที่เคยมีมาอยู่บนภูมิรัฐศาสตร์อีกบริบทหนึ่ง ตอนนี้เราต้องหาแนวทางทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ในภูมิภาค ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งสินค้า ไม่ว่าภูมิภาคไหนมีความขัดแย้งมีการสู้รบหรือมีสงคราม เราพยายามทำให้ภูมิภาคอาเซียนมีความมั่นคงปลอดภัย พยายามเสริมศักยภาพตามสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป เมื่อถามว่ามีการปั่นกระแสให้ต่างชาติเข้ามาเช่าที่ดิน 99 ปี นายอนุทินตอบว่า รัฐบาลไม่ฟังเสียงปั่น นี่เรื่องแลนด์บริดจ์การลงทุน เราตัดสินใจจากผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง เป็นประธาน ส่วนประเด็นการเช่าที่ดินยืนยันทุกอย่างอยู่บนผลการศึกษา ไม่ต้องห่วงปมกัมพูชารู้ต้องทำอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่าการไปประชุมครั้งนี้มีโอกาสได้เจอกับนายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ยังไงก็ต้องเจอกัน แต่อาจไม่ได้คุยกันแบบทวิภาคี ฟิลิปปินส์เจ้าภาพอาจจัดเวทีเป็นกลุ่มให้คุยกัน เข้าใจว่าอาจให้บรรยากาศในที่ประชุมอาเซียนเป็นไปด้วยดี แต่ไม่ต้องกังวล บริหารสถานการณ์ไทย-กัมพูชามาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเป็นนายกฯ หรือตั้งแต่ตอนเป็น รมว.มหาดไทย ทราบดีว่าต้องยืนอยู่บนหลักการ การหารือพูดคุยต้องเป็นประโยชน์และรักษาอธิปไตยไทยไว้ รวมทั้งประโยชน์คนไทย ไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ เมื่อถามถึงกรณีรัฐบาลไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้สภาพิจารณาต่อจากชุดก่อน นายอนุทินรีบอ้างเหตุจำเป็นเร่งด่วน พร้อมยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา ก่อนพูดว่า “ประกาศครั้งสุดท้าย” และเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปขึ้นเครื่องเผชิญหน้า “ฮุน มาเนต” ถกสามฝ่ายจากนั้นเวลา 16.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) นายอนุทินและคณะ เดินทางถึงฐานทัพอากาศเมืองเซบู สาธารณรัฐ ฟิลิปปินส์ มีนางดีตา อังการา-มาทาย รมว.ท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ และนางแพมิลา ซีลากัน บาริคูอาโตร ผู้ว่าราชการจังหวัดเซบู รอต้อนรับ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า เวลา 18.00 น. นายอนุทินจะเข้าร่วมหารือสามฝ่ายระหว่างไทย-ฟิลิปปินส์-กัมพูชา ร่วมกับนายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดี ฟิลิปปินส์ ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียนทำหน้าที่อำนวยความสะดวกการประชุมในครั้งนี้ จากนั้นนายกฯจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ สำหรับวันที่ 8 พ.ค. นายกฯมีกำหนดเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบเต็มคณะ และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบไม่เป็นทางการ (Retreat Session) และพบหารือทวิภาคีกับผู้นำชาติอาเซียนจูบปากชื่นมื่นมุ่งมองไปข้างหน้า กระทั่งเวลา 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ที่โรงแรม Shangri-La Mactan น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการหารือ 3 ฝ่ายว่า นายอนุทินกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ที่ริเริ่มจัดการประชุมครั้งสำคัญนี้ การหารือกับนายกฯฮุน มาเนตเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ มุ่งมองไปข้างหน้า ตรงไปตรงมาและมีความหมาย ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยืนยันร่วมกันถึงความมุ่งมั่นต่อการเจรจาและรักษาสันติภาพ ไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านที่เชื่อมโยงกันใกล้ชิดในหลายมิติ ความขัดแย้งนำมาซึ่งความสูญเสียและความทุกข์ยากแก่ทุกฝ่าย ถึงเวลาที่ทั้ง 2 ประเทศจะร่วมกันมองไปข้างหน้า เปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ ที่ต้องอาศัยความจริงใจ สุจริตใจ และความมุ่งมั่นร่วมกันในการก้าวข้ามความท้าทายค่อยๆแก้ไขข้อพิพาททางบก—ทะเลน.ส.รัชดากล่าวอีกว่า โอกาสนี้ไทยและกัมพูชาเห็นพ้องร่วมกันมอบหมายให้ รมว.ต่างประเทศของทั้ง 2 ประเทศทำงานร่วมกัน จัดทำรายการมาตรการสร้างความเชื่อมั่นในทางปฏิบัติ เริ่มจากประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายมีจุดร่วมและสามารถดำเนินการได้ทันที มาตรการดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญฟื้นฟูความไว้วางใจ และค่อยๆสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง นายอนุทินย้ำว่าไทยและกัมพูชาจำเป็นต้องเดินหน้าไปด้วยกันอย่างค่อยเป็นค่อยไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายควรสื่อสารกันโดยตรงมากขึ้นในทุกระดับ เพื่อช่วยลดช่องว่างของความเข้าใจ และร่วมกันแสวงหาแนวทางขยายความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ประเด็นเรื่องเขตแดนทางบกและทางทะเล นายอนุทินเสนอแนวทางเดินหน้าจัดการกับประเด็นดังกล่าว บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี การหารือในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพ และความร่วมมือในภูมิภาค ไทยพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานของความเข้าใจที่ดี ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศและภูมิภาคโดยรวมก.ม. SEC คนละเรื่องแลนด์บริดจ์นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ที่พรรคภูมิใจไทยเสนอเข้าสภาในสมัยประชุมที่ผ่านมาว่า ล่าสุด ครม.ไม่ได้ยืนยันกฎหมายฉบับนี้เข้ามา แต่มีการสื่อสารคลาดเคลื่อนโจมตีพรรคภูมิใจไทยให้เข้าใจผิดในประเด็นการยกที่ดินให้ต่างชาติถือครอง 99 ปี ขอชี้แจงว่าร่าง พ.ร.บ. SEC สส.ภาคใต้พรรคภูมิใจไทยหลายคนเห็นตรงกันว่าศักยภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากรัฐบาล เศรษฐกิจภาคใต้จะเติบโต ไม่น้อยไปกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โครงการแลนด์บริดจ์ และร่าง พ.ร.บ. SEC เป็นคนละเรื่องกัน เมื่อ ครม.ไม่ยืนยันร่าง พ.ร.บ.นี้กลับมา พรรคภูมิใจไทยจะพิจารณาเสนอกฎหมายใหม่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ภาคใต้เข้าสู่สภาอีกครั้ง“เท้ง” ชง 3 วาระภาวะผู้นำอาเซียนวันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า มี 3 วาระประชาชนที่นายกฯต้องกล้าแสดงบทบาทนำของไทยบนเวทีสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ที่ฟิลิปปินส์ คือข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา วิกฤติด้านพลังงาน และด้านสิ่งแวดล้อม กรณี ครม.มีมติยกเลิก MOU 44 ถือเป็นความเสี่ยงทั้งในแง่ภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก นายอนุทินอาจมีโอกาสได้พบนายกฯกัมพูชา เป็นโอกาสสำคัญที่จะหาข้อยุติโดยการเจรจาทวิภาคี คือหนทางที่ดีที่สุดรักษาผลประโยชน์ของชาติ มากกว่าเสนอให้ข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ ภายใต้ UNCLOS ส่วนวิกฤติพลังงาน ไทยต้องแสดงบทบาทผู้นำผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ให้เกิดเป็นรูปธรรม นายกฯควรแสดงความพร้อมการเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมอาเซียน โดยการตั้งศูนย์บัญชาการมลพิษทางอากาศ (CACC) และยกระดับขึ้นเป็นศูนย์ประสานงานระดับอาเซียน วางแผนจัดการแหล่งกำเนิดมลพิษข้ามแดนจากแต่ละประเทศล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ“ศิริกัญญา” ตั้งกระทู้ตีเช็คเปล่าช่วงสายที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทน ราษฎร พิจารณากระทู้ถามสดของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถึงการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เยียวยาประชาชนจากวิกฤติพลังงาน น.ส.ศิริกัญญาถามว่า วงเงินเยียวยาประชาชน 2 แสนล้านบาท ระยะเวลา 4 เดือนแรกใช้กว่า 1.72 แสนล้านบาท แทบจะเทหมดหน้าตัก แจกแบบสุ่มอีก 2 แสนล้านบาทใช้สำหรับปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน รัฐบาลกู้สุดแรงเกิด แต่ยัดไส้โครงการที่ไม่เร่งด่วนมาอยู่ใน พ.ร.ก.เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 เป็นแผนลอยๆไม่มีรายละเอียด เป็นการตีเช็คเปล่าให้ประชาชนใช้หนี้ หาก 4 เดือนใช้เงินหมดแล้วสงครามไม่จบ แต่กระสุนไม่เหลือแล้วกู้ใหม่ไม่ได้ รัฐบาลจะมีแผนใช้หนี้อย่างไร อย่าเอาการเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อหวังผลอื่นรบ.ฉุนตั้งข้อหารุนแรงไปไหมนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงแทนนายกฯว่า รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน ถามว่าในประเทศมีใครไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม เหตุที่ต้องเทหมดหน้าตักเพราะรัฐบาลประเมินสถานการณ์สงครามจาก 4 หน่วยงาน คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง เชื่อว่าสงครามยืดเยื้อระดับกลาง ไม่จบใน 1-2 เดือน อาจจบกลางปีหรือสิ้นปี เป็นเหตุต้องช่วย 4 เดือน หากไม่เยียวยาทันท่วงทีอาจเกิดภาวะข้าวยากหมากแพง ประชาชนไม่มีเงินในกระเป๋า เร่งด่วนหรือไม่อยู่ที่คนมอง และวิสัยทัศน์คนบริหารประเทศ เหตุที่ไม่นำไปอยู่ใน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 เพราะทำไม่ทัน ส่วนข้อหาตีเช็คเปล่ารุนแรงไป เราวางแผนรอบคอบ มั่นใจเงินเยียวยาก้อนแรกถึงมือประชาชนทุกบาททุกสตางค์ และแผนการใช้หนี้รัฐบาลจะไปตั้งงบ 4% ในงบประมาณปีต่อไป ยืนยันการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนมติ ปชน.ส่งศาล รธน.ตีความกู้เงินต่อมาเวลา 14.00 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญา วุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงว่าที่ประชุมพรรค ปชน.หารือกันรอบคอบแล้วเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลพยายามสอดไส้ตีเช็คเปล่ากู้เงิน 200,000 ล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานประเทศ เอาเงินเยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกัน มัดรวมมาในการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ทั้งที่การออก พ.ร.ก.กู้เงินตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญระบุชัดว่าต้องเป็นเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ พรรค ปชน.จึงพร้อมใช้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติเข้าชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ยินดีให้พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคฝ่ายค้านอื่นมาร่วมลงชื่อ ตามกระบวนการมีการหารือกับพรรคอื่นอยู่แล้ว ต้องระมัดระวังการใช้อำนาจตามช่องทางส่วนนี้ที่จะไม่เป็นการขยายขอบเขตการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญด้วย ส่วนตัวคำร้องพรรค ปชน.เป็นแกนหลักยกร่างเอง เมื่อถามว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญทันตามที่รัฐบาลเตรียมนำร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าวเข้าสภาวันที่ 14 พ.ค.หรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า มีการประสานพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นอยู่ ต้องยื่นให้ทันภายในวันที่ 11-12 พ.ค.นี้ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญคือยื่นก่อนที่รัฐสภาจะมีการอนุมัติในวันที่ 14 พ.ค.“ไชยวัฒน์” งัด ก.ม.ล่อกลับ “ภูมิธรรม”ด้านนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการ รมว.มหาดไทย อดีตอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีมติเสียงข้างมากกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รมว.มหาดไทยในขณะนั้น และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งโยกย้ายให้ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า ขอปรึกษาทีมกฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และปกป้องชื่อเสียง และคงต้องปรึกษาหารือกับนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพราะทั้งตนและนายนฤชาถูกคำสั่งในลักษณะเดียวกัน สมัยที่นายภูมิธรรมเข้ามาดำรงตำแหน่ง และพวกตนได้รับ นโยบาย และยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ แต่กลับถูกโยกย้าย ถือว่าไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ สิ่งเหล่านี้ว่าไปตามเหตุตามผลต่อไป“ชัชชาติ” ไม่กังวลคู่แข่งลงเพียบที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า มีแนวโน้มสูงที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ทำงานให้ต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดจนกว่าจะครบวาระ สำหรับทีมงานบริหารส่วนใหญ่ยังคงเป็นชุดเดิม ไม่กังวลกับผู้สมัครรายอื่นที่เริ่มเปิดตัว มองว่าเป็นเรื่องดีทำให้ประชาชนมีตัวเลือกหลากหลาย เกิดไอเดียใหม่ๆในการพัฒนาเมือง ส่วนผลเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์นั้น พูดตรงๆว่าไม่มีทาง เพราะผลการเลือกตั้ง สส.ครั้งล่าสุด เห็นชัดเจนว่าพรรคประชาชนมีความเข้มแข็งมาก ได้รับความนิยมในพื้นที่กรุงเทพฯ การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ที่เข้มข้น แต่ไม่ได้คาดหวังหรือกังวลอะไร เนื่องจากเป็นการทำงานที่อิสระ ไม่มีการลงทุนด้วยตัวเงิน จึงไม่มีอะไรต้องเสียหากไม่ได้ไปต่อ เชื่อว่าผลงานช่วง 4 ปีที่ผ่านมาจะเป็นสิ่งที่ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจขอคัดทีม สก.ที่ทำงานกันเข้าขาเมื่อถามถึงการสนับสนุนสมาชิกสภากรุงเทพ มหานคร (สก.) นายชัชชาติตอบว่า สก.เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผ่านกฎหมายและงบประมาณ อยากได้ สก.ที่มีคุณภาพ โปร่งใส ทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศสนับสนุนกลุ่มใดเป็นพิเศษ แต่ในอนาคตหากพบว่าผู้สมัครรายใดมีแนวทางทำงานที่เข้ากันได้ดี อาจมีการพิจารณาสนับสนุน ยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าแนวคิดเส้นเลือดฝอย ควบคู่ไปกับเส้นเลือดใหญ่ ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาพัฒนาประสิทธิภาพของเมืองสูงสุด ส่วนการบริหารงบประมาณ กทม.ที่ผ่านมาเรายึดหลักงบประมาณสมดุล ปี 2568 มีรายได้เกินกว่าประมาณการกว่า 5,000 ล้านบาท เงินส่วนต่างเหล่านี้จะสะสมไว้เป็นเงินสะสมจ่ายขาด หรือเงินในตุ่ม เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินและใช้หนี้สะสมที่เกิดขึ้นในอดีต โดยเฉพาะการจ่ายหนี้รถไฟฟ้า BTS กว่า 6 หมื่นล้านบาท ที่สะสมต่อเนื่องมาหลายสิบปีจากผู้บริหารชุดก่อนๆภท.ยื่นแก้ ก.ม.ติดคุกแทนค่าปรับอีกเรื่อง นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล พร้อม สส.พรรคภูมิใจไทย ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่าน น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มีสาระสำคัญคือ การแก้ไขกฎหมายไม่ให้คนจนติดคุก กรณีไม่มีเงินชำระค่าปรับ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า โทษทางอาญามีหลายอย่าง ทั้งกักขัง จำคุก ปรับ ประหารชีวิต แต่ประเด็นที่เป็นปัญหาคือ กรณีศาลพิพากษาลงกักขังจำเลย สิ่งที่สามารถดำเนินการได้คือศาลจะสั่งปรับในกรณีที่มีโทษปรับ แต่ถ้าจำเลยไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ ศาลจะให้กักขังแทนการจ่ายค่าปรับ 500 บาทต่อวัน ทำให้คนยากคนจนที่ถูกพิพากษาให้จ่ายค่าปรับแล้วไม่มีเงิน ถูกควบคุมตัว สูญเสียอิสรภาพ พรรคภูมิใจไทยเห็นควรแก้กฎหมาย แทนที่จะเอาตัวไปขังคุก อาจเสนอแนวทางไปบำเพ็ญประโยชน์แทน เชื่อว่าพรรคการเมืองจะเห็นพ้องกับกฎหมายนี้รัฐบาลเร่งกฎหมาย 31 ฉบับค้างท่อผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานรัฐสภา ขอให้รัฐสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังไม่ได้ให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 147 ระบุว่า ครม.พิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณาของสภาและวุฒิสภาแล้ว ลงมติร้องขอให้รัฐสภาพิจารณาตามรายละเอียดที่ได้แนบมา จำนวน 31 ฉบับ เช่น ร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ร่าง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ประธานรัฐสภานัดประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 15 พ.ค. เพื่อให้ความเห็นชอบพิจารณาร่างกฎหมายที่ ครม.ยืนยันมา“อิ๊งค์” ดีใจรอรับพ่อออกจากคุกที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรส เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส.แพทองธารเปิดเผยว่า คุณพ่อรู้สึกดีใจเพราะเป็นการเยี่ยมผ่านลูกกรงเป็นครั้งสุดท้าย ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ พวกเราจะมารับ ทุกคนดีใจ คุณพ่อฝากบอกว่าอยู่มา 241 วันแล้ว แต่ถ้านับก็เป็น 243 วันครึ่ง เมื่อถามว่ามีการพูดคุยเรื่องเส้นทางการเมืองหลังจากนี้หรือไม่ว่าออกมาแล้วจะทำอย่างไรต่อไป น.ส.แพทองธารตอบว่า ไม่ได้คุยกันเรื่องการเมืองเลย คุยแต่เรื่องชีวิตหลานๆลูกๆออกมาแล้วต้องไปตรวจสุขภาพ เพราะไม่ได้ตรวจแบบครบๆมากว่า 8 เดือนแล้ว ส่วนกรณีอาจมีลุ้นไม่ต้องติดกำไล EM ไปตลอด สามารถยื่นคำร้องไปยังกรมคุมประพฤติได้นั้น ให้เป็นไปตามกระบวนการ เรื่องกำไล EM เราไม่ต้องการให้มีประเด็น อยากให้เป็นไปตามกระบวนการผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 11 พ.ค. ครอบครัวชินวัตรลูกๆหลานๆทุกคน รวมถึงคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จะเดินทางมารอรับนายทักษิณ“วรงค์” ชม “ทักษิณ” ยึดกฎหมายนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวว่า การที่นายทักษิณถูกจำคุกมาแล้ว 8 เดือน ถือว่าได้ปฏิบัติตามกฎกระทรวง และได้รับการพักโทษ ถือเป็นสิทธิที่นายทักษิณและคนอื่นๆควรได้รับ เพราะยึดหลักกฎหมาย ในเมื่อรับผิดและติดคุกแล้ว ต้องชื่นชมเขา แต่หลังจากนี้ก็เป็นเรื่องของนายทักษิณที่จะต้องวางแผนอนาคตของตัวเอง เมื่อถามว่าส่งผล ต่อการเมืองอย่างไร นพ.วรงค์ตอบว่า หากดูการระดมมวลชนให้มาต้อนรับวันออกจากคุก สะท้อนว่านายทักษิณยังไม่ทิ้งการเมือง แต่ไม่ผิดเพราะมีสิทธิทำได้ แต่อยากให้ตระหนักถึงอดีตที่ผ่านมา อะไรที่ ทำผิดพลาดควรรับรู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ อายุมากกันแล้วควรรู้บทเรียนว่าปัญหาเกิดจากการไม่เคารพกฎหมาย จนเกิดความแตกแยกในสังคม มีผลต่อการเมืองแน่นอน แต่จะมากหรือน้อยก็อยู่ที่เขายั้งมือแค่ไหนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่