สงครามในตะวันออกกลางยังต้องลุ้นทุกวัน “อิหร่าน-สหรัฐฯ” อยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอยุติสงคราม “ทรัมป์” ยังห้าว โพสต์โซเชียลฯ ข่มขู่หากไม่ยอมรับข้อตกลงการทิ้งระเบิดจะรุนแรงกว่าเดิม โฆษกฝ่ายความมั่นคงรัฐสภาอิหร่านเผยสหรัฐฯใช้กำลังไม่สำเร็จจะขอจบบนโต๊ะเจรจา แต่นิ้วอิหร่านยังอยู่ที่ไกปืนพร้อมตอบโต้รุนแรง เย้ยแผนเสรีภาพช่วยเรือผ่านฮอร์มุซล้มเหลว ด้านสำนักข่าวต่างประเทศวิเคราะห์ท่าทีสหรัฐฯหาทางลงจากสงคราม แต่ต้องรักษาหน้าไม่ให้อับอาย ในขณะที่อิหร่านมีเส้นแดงที่ยอมไม่ได้ชัดเจนโดยเฉพาะโครงการนิวเคลียร์ยังเป็นประเด็นขัดแย้งหนักสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการหาทางยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 เดือน ทั้งสองฝ่ายกำลังพิจารณาข้อเสนอฉบับใหม่เพื่อหาทางออกจากสงคราม เมื่อวันที่ 7 พ.ค. นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จอีกครั้งในการทำให้ตลาดราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังป่าวประกาศรอบใหม่ว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงกับสหรัฐฯในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการหารือกันอย่างดีและมีความเป็นไปได้ว่าจะทำข้อตกลงกันสำเร็จ สงครามจะจบลงอย่างรวดเร็วด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายทรัมป์ ได้กล่าวย้ำกับผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันในทำเนียบขาวว่า สหรัฐฯกำลังทำสิ่งสำคัญคือการยับยั้งไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ คนส่วนใหญ่น่าจะเข้าใจว่าสหรัฐฯกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องและสถานการณ์จะจบลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันประธานาธิบดีสหรัฐฯกลับข่มขู่อิหร่านผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียว่า หากอิหร่านไม่ตกลงยอมรับเงื่อนไข การทิ้งระเบิดรอบใหม่ย่อมเกิดขึ้นและน่าเศร้าเพราะจะเป็นการทิ้งระเบิดที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศประเมินทิศทางความขัดแย้งและการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ที่ยังไม่ลงตัวว่า ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯในขณะนี้ดูเหมือนต้องการให้บรรลุข้อตกลงได้อย่างรวดเร็ว ต้องการให้อย่างน้อยมีการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับอิหร่านออกมาสักฉบับเพื่อหาทางลง และต้องการให้บันทึกความเข้าใจเกิดขึ้นก่อนกำหนดการเดินทางเยือนประเทศจีน ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค. เพื่อที่จะได้มีประเด็นไปหารือหรือใช้ต่อรองกับนายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน อย่างไรก็ตามท่าทีของรัฐบาลอิหร่านตลอดเวลาที่ผ่านมายังคงไม่เปลี่ยนแปลง อิหร่านมีการขีดเส้นแดงหรือเรื่องที่ยอมให้ไม่ได้ไว้ชัดเจน นั่นคือโครงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์และเรื่องช่องแคบฮอร์มุซในประเด็นนี้สถานีโทรทัศน์ช่องเอ็นบีซียังรายงานอ้างแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐฯว่า นายทรัมป์กำลังพยายามหาทางลงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องรักษาหน้าให้ได้ ไม่เผชิญกับความอับอาย แต่ทีมงานได้มีการย้ำเตือนในเรื่องนี้ว่าในเมื่อสหรัฐฯต้องการรักษาหน้า ทางประเทศอิหร่านก็ต้องการรักษาหน้าเช่นเดียวกัน เหมือนผู้นำสหรัฐฯจะไม่เข้าใจขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีทเจอร์นัล รายงานรายละเอียดของเงื่อนไขบันทึกความเข้าใจ ที่จะมากำหนดกรอบการเจรจาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน โดยระบุว่ากรอบการเจรจาที่สหรัฐฯได้เสนอผ่านรัฐบาลปากีสถานตัวกลางนำไปให้ฝ่ายอิหร่าน ทางฝ่ายสหรัฐฯได้กำหนดสิ่งที่สหรัฐฯต้องการให้อิหร่านทำตามประกอบด้วย 1.ต้องให้หลักประกันแก่สหรัฐฯว่าจะไม่พยายามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ 2.ต้องรื้อถอนศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ในเมืองฟอร์โดว์ นาตานซ์ และอิสฟาฮาน 3.สหรัฐฯจะมีสิทธิเข้าไปตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้ตามความต้องการ และจะมีบทลงโทษหากอิหร่านล่วงละเมิด 4.ต้องระงับการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมเป็นเวลา 20 ปี 5.ต้องส่งมอบแร่ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะทั้งหมดมาให้ 6.อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซไปพร้อมๆกับที่ทางสหรัฐฯจะผ่อนคลายมาตรการปิดล้อมอิหร่านทางทะเลและ 7.การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านจะไม่ดำเนินการในทันที หากอิหร่านมีพฤติกรรมที่เหมาะสมจะค่อยๆผ่อนไปทีละเรื่อง หากอิหร่านยอมรับกรอบการเจรจาทั้งหมดนี้ได้ การเจรจาลงรายละเอียดภายในกรอบเวลาการเจรจา 30 วันจึงจะเริ่มขึ้นด้านนายอิบราฮิม เรซาอี โฆษกฝ่ายความมั่นคงของรัฐสภาอิหร่าน มองว่าเงื่อนไขของสหรัฐฯดูเหมือนจะเป็นรายการของขวัญที่อเมริกันอยากได้ ใช้กำลังไม่สำเร็จก็จะมาเอาจากการเจรจา นิ้วของอิหร่านยังคงอยู่ที่ไกปืนพร้อมยิงเสมอ หากสหรัฐฯไม่ยอมจำนนหรือไม่ยอมถอยหรือยังคงพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยม ทางอิหร่านพร้อมตอบสนองอย่างรุนแรงจนเกิดความสำนึกผิด ส่วนนายโมฮัมหมัด กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ยังกล่าวเยาะเย้ยแผนปฏิบัติการเสรีภาพช่วยเหลือเรือสินค้าแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซว่า ควรเรียกว่าแผน “เชื่อใจกูสิ” มากกว่า และแผนดังกล่าวได้ล้มเหลวไปหลังประธานาธิบดีสหรัฐฯสั่งระงับดำเนินการทั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ประกาศใช้แผน “เสรีภาพ” แนะนำเส้นทางที่ปลอดภัยให้กับเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันใช้ในการแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันที่ 5 พ.ค. พร้อมทดสอบส่งเรือรบสหรัฐฯ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะไม่ได้รับความเสียหายแต่ก็เผชิญการโจมตีอย่างหนักด้วยจรวดร่อนและโดรนพิฆาตจากกองทัพอิหร่าน ทั้งยังมีเรือสินค้าสัญชาติฝรั่งเศสทดลองเดินเรือตามเส้นทางของสหรัฐฯจนถูกอิหร่านโจมตีได้รับความเสียหาย มีลูกเรือ สัญชาติฟิลิปปินส์ได้รับบาดเจ็บ 2-3 คน จากนั้นในวันที่ 6 พ.ค. หรือภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง นายทรัมป์ประกาศระงับแผนการดังกล่าวอย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์ช่องเอ็นบีซีรายงานว่า การประกาศระงับแผนเสรีภาพมีขึ้นหลังจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบียไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ยอมให้สหรัฐฯใช้น่านน้ำและฐานทัพในซาอุฯดำเนินการ นอกจากนี้ รัฐบาลอิหร่านยังประกาศเปิดตัวสำนักงานกำกับดูแลความมั่นคงช่องแคบอ่าวเปอร์เซีย (PGSA) อย่างเป็นทางการในวันเดียวกับที่ผู้นำสหรัฐฯประกาศระงับแผนเสรีภาพ หน่วยงานดังกล่าวจะทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องการอนุมัติให้เรือสินค้าแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมด และตอนนี้เรือสินค้าต่างๆได้รับจดหมายแจ้งเตือนแล้วถึงเงื่อนไขในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มีรายละเอียดเบื้องต้นว่า เรือที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการผ่านช่องแคบจะถูกบุกยึดและคิดค่าปรับในอัตรา 20% ของสินค้าบนเรือ เรือของประเทศที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความเสียหายแก่อิหร่านจะต้องจ่ายค่าปฏิกรรม สงครามถึงจะได้รับใบอนุญาตผ่านทาง ส่วนเรือที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลและเรือของประเทศที่ร่วมกันคว่ำบาตรอิหร่านหรืออายัดสินทรัพย์ของอิหร่านห้ามผ่านทุกกรณีค่ำวันเดียวกัน คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดทั้งดีเซลและเบนซิน 0.85 บาทต่อลิตร สะท้อนราคาตลาดโลกที่มีทิศทางอ่อนตัวลงเนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกวันที่ 7 พ.ค. ดีเซลปิดตลาดอยู่ที่ 149 เหรียญ สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล น้ำมันเบนซินปิดที่ 128 เหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากวันที่ 30 เม.ย. ที่ปิดอยู่ที่ 179 และ 138 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ขณะที่อัตราเงินกองทุนน้ำมันใหม่ในกลุ่มน้ำมันดีเซลเพิ่มการจัดเก็บน้ำมัน ดีเซลหมุนเร็วธรรมดาหรือบี 7 ในอัตรา 0.63 บาท ต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 1.17 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 39.95 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซล บี 20 ลดการชดเชย 0.44 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 5.38 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลงเป็น 32.95 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลพรีเมียมเพิ่มการจัดเก็บ 0.63 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 2.67 บาทต่อลิตรสำหรับกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซินเพิ่มการจัดเก็บ 0.53 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 9.87 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 52.04 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มการจัดเก็บ 0.41 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 2.58 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 42.45 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ปรับเพิ่มการจัดเก็บ 0.41 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 2.58 บาทต่อลิตร ส่งผลราคาขายปลีกเป็น 42.08 บาทต่อลิตร น้ำมัน แก๊สโซฮอล์ E20 ลดการชดเชย 0.27 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.61 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 35.45 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ลด การจัดเก็บ 0.46 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 1.39 บาท ต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 31.39 บาทต่อลิตรอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่