กระฉ่อนวงการมายา หลัง “ทนายตั้ม” จัดจริง เปิดคลิปภาพขณะเกิดเหตุ “ดารารุ่นลายคราม” “ม้า อรนภา” ตบนักแสดงหนุ่มน้องใหม่จนหน้าหันกลางห้างในเกาหลี เพราะปฏิเสธไปกินปู ย้ำคือจุดจบคนมือไว พร้อมตอกนิ่มๆ สิ่งที่น่ากลัวคือ คนที่ทำผิดพลาดหลายหน แต่กลับไม่เคยคิดโทษตัวเอง ยันขณะนี้นักแสดงหนุ่มสภาพจิตใจย่ำแย่ โอดจ่ายเงินเองกว่า 2 แสน หวังไปอัปหน้า แต่กลับต้องมาคอยดูแลดารารุ่นใหญ่สารพัด ขณะที่พ่อแม่ก็ไม่ปลื้ม พร้อมดำเนินการถึงที่สุด หลังแจ้งความที่เกาหลี ชี้หากกลับไทยมาก่อนยังไม่ได้รับโทษ สามารถกลับมาดำเนินคดีที่ไทยต่อได้เพราะมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายกลายเป็นประเด็นร้อนแรงต่อเนื่องกรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กแฟนเพจษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ว่ามีดารารุ่นลายครามตบหน้าดาราน้องใหม่ หลังพาไปเสริมหล่อที่เกาหลี ปรากฏว่าไม่พอใจที่ชวนไปกินปูแล้วน้องดาราไม่ไป ตบหน้าฉาดใหญ่กลางห้างดัง น้องใหม่เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่เกาหลีเรียบร้อย จนเป็นที่สนใจของประชาชนพยายามสืบค้นว่าดารารุ่นลายครามคนดังกล่าวเป็นใครและไม่นานนัก “ม้า-อรนภา กฤษฎี” ดารานักแสดงรุ่นใหญ่และพิธีกรชื่อดัง ซึ่งเป็นบุคคลที่ในสังคมโซเชียลโยงชื่อในเหตุการณ์ดังกล่าวและอยู่ระหว่างเดินทางไปที่ประเทศเกาหลีใต้ในช่วงเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งโพสต์รูปไปกินปูได้เปิดใจกับทีวีช่องหนึ่ง ว่าทนายเขียนเกินไปอย่าใช้คำว่าตบ และมีการปรับความเข้าใจกันจบแล้วมีอะไรคุยกันธรรมดา และจะกลับไทยมาชี้แจงในวันที่ 29 พ.ย.นี้ต่อมา ทนายตั้มโพสต์ข้อความสวนกลับว่า “นี่คือความรู้สึกของลูกความผมครับ...สติผมกระเจิงมากครับพี่ตั้ม ขาสั่น ใจสั่น ไม่เคยโดนอะไรแบบนี้มาก่อน ต้องเปลี่ยนโรงแรมหนี เพราะนอนห้องติดกัน ผมไม่ได้กลัวเขา แต่ผมไม่อยากเจอ ขอปล่อยเป็นหน้าที่ของพี่จัดการแล้วกัน ผมก็ไม่คิดว่าข่าวจะไปขนาดนี้ แต่ผมต้องปกป้องศักดิ์ศรีตัวเองครับ ไม่ควรปล่อยผ่านการทำร้ายกัน จนตอนนี้เขายังไม่รู้สึกผิดอะไรเลย และไปพูดกับคนอื่นเหมือนผมโกหก” ตามด้วยโพสต์ “บอกปรับความเข้าใจแล้ว เขาไม่ติดใจยังไง?? ถึงไปจบที่แจ้งความ บล็อกเบอร์ บล็อกไลน์ เปลี่ยนไฟลท์บิน ย้ายโรงแรมหนี!!” พร้อมระบุ เย็นวันที่ 26 พ.ย.จะนำคลิปภาพขณะเกิดเหตุมาเผยแพร่ด้วยทั้งนี้ ทนายตั้มยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ว่ามีน้องนักแสดงหน้าใหม่คนหนึ่ง อายุประมาณ 20 ปี ทักเข้ามาในไอจีว่าเขาถูกนักแสดงรุ่นใหญ่คนหนึ่งทำร้าย และถามว่าสามารถดำเนินคดีที่เกาหลีได้ไหมหรือสามารถดำเนินคดีที่ไทยได้ไหม จากการสอบถามรายละเอียดของเหตุการณ์ น้องเล่าว่ารู้จักกับดาราคนนี้ ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่ในวงการบันเทิง และเขารับจ๊อบโดยการพาคนไปอัปหน้าที่เกาหลี และผู้จัดการของเขาสนิทกับดาราคนนี้ เขาก็ไปด้วยกัน หลายวันแล้วมีอยู่วันหนึ่งไปเดินซื้อของกันในห้าง และดารารุ่นใหญ่คนนี้เขาอยากกินปู และน้องคนนี้เขามีหนังที่กำลังออนแอร์อยู่พอดี เขาไม่สะดวก เลยไม่ขอไปด้วย ปรากฏว่าดารารุ่นใหญ่คนนี้ก็ฟีลขาดตบน้องคือน้องเขาเกรงใจด้วย เขาส่งข้อความไปบอกทางคุณพ่อคุณแม่ ทางคุณพ่อ คุณแม่เขาบอกว่าถ้าทำแบบนี้ไม่ต้องไปเกรงใจแล้ว ถ้าดำเนินการอะไรได้ดำเนินการเลย“เลยบอกว่าให้เขาไปแจ้งความที่เกาหลี และเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ ซึ่งกฎหมายถึงแม้คดีจะเกิดนอกราชอาณาจักร แต่สามารถดำเนินคดีในประเทศ ไทยได้ เพราะมีความผิดฐานทำร้ายร่างกาย เรื่องนี้อัยการสูงสุดมีหน้าที่รับผิดชอบในการฟ้องคดีครับ” ทนายตั้มกล่าวและระบุอีกว่าน้องไปในฐานะลูกค้า แต่กลับถูกใช้ให้ถ่ายรูปและต้องตาม ใจดารารุ่นใหญ่สารพัด“ถามว่าตบทีเล่นทีจริงมั้ย น้องบอกว่าตบแรงมากเลยครับ ตบที่หน้า ที่หัว ตบ 1 ที มีตบที่ตัวอยู่หลายที แต่ว่าตบหน้าทีหนึ่งตอนกำลังจะออกจากห้าง คือน้องบอกว่าตอนที่ปฏิเสธเขาตบตรงนี้ (ชี้ที่แขน) แล้วอยู่ๆ เขาเกิดโมโหอะไร มีการคุยและตอบโต้กัน และมีการตบหน้าระยะห่างแค่ไม่กี่วินาทีหรอกครับ” ทนายตั้มระบุและว่า “ตอนที่โดนตบน้องยังไม่ได้ทำศัลยกรรม แต่ไม่ได้ถามทางผู้จัดการเขาว่ายังไง แต่ทราบว่าพ่อแม่ของน้องไม่พอใจ เพราะน้องเพิ่งอายุ 20 กว่าๆ และที่บ้านไม่เคยทำแบบนี้กับลูกเขาไม่พอใจว่าเป็นใครมาจากไหน เพราะไม่ได้สนิทอะไรกัน เอาจริงๆ น้องเป็นลูกค้าด้วยซ้ำและน้องยืนยันการไปครั้งนี้น้องจ่ายเงินไปเอง 2 แสนกว่าบาท เพื่อที่จะไปทำ และตัวดาราคนนี้เขาได้เปอร์เซ็นต์จากการที่พาน้องไปและเมื่อปรากฏว่าดาราคนนี้พอติดต่อน้องไม่ได้ ก็มีการติดต่อไปที่ผู้จัดการของน้อง เหมือนมีการคุยว่าทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ในเมืองไทย ยังมีการไปตำหนิน้องอีก” ทนายตั้มระบุและว่าน้องยืนยันไม่มีการทะเลาะอะไรกัน แต่เหมือนมาแล้วต้องไปดูแลเขา ทั้งที่น้องเป็นลูกค้า เขาต้องการมาทำหน้าไม่ได้ต้องการที่จะมาดูแลใครทนายตั้มกล่าวอีกว่า น้องนักแสดงคนนี้ยืนยันให้ดำเนินการถึงที่สุดไปเลยและกลับมาน้องจะแถลงข่าว โดยเหตุการณ์ตอนนั้นมีคนไทยเห็นเยอะ และน้องเขาก็อาย เลยบอกว่าให้แจ้งความที่เกาหลีก่อน และถ้าสมมติเกาหลีมีการลงโทษก่อนที่จะกลับไทย เราไม่สามารถดำเนินคดีที่ไทยได้แล้ว เพราะการ กระทำความผิดแค่ 1 ครั้ง ก็รับโทษแค่ครั้งเดียว แต่ถ้าเขากลับไทยมาก่อนโดยที่ยังไม่ได้รับโทษ เราก็มาดำเนินคดีที่ไทยต่อได้ ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจของเกาหลีเก็บหลักฐานแล้ว คงจะมาสอบคนที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นพนักงานของห้างที่น้องบอกทางเกาหลีเขาเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีการทำร้ายร่างกายกันแบบนี้ ทางเราจะดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย มาตรา 295 ทำให้ได้รับอันตรายแก่กาย ขณะที่ในส่วนของหลักฐาน น้องเล่าให้ฟังว่าเรื่องราวเป็นยังไง อันอื่นขออุบไว้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวรอเขากลับมาแถลงอีกที ส่วนสภาพจิตใจ คือน้องเขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ เขาจิตใจย่ำแย่ เพราะน้องเขาอายุ 20 กว่าๆ เท่านั้นเองและอีกประมาณ 4 วัน นักแสดงชายคนนี้จะกลับมาแถลงข่าวอีกครั้งผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันที่ 26 พ.ย. “ม้า อรนภา” ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งด้วยการโพสต์ผ่านอินสตาแกรม maornapa เป็นภาษาอังกฤษว่า “Be careful who you trust. Salt and Sugar look the same.” (ระวังคนที่คุณเชื่อใจหน่อยนะ เกลือกับน้ำตาลหน้าตามันดูเหมือนกัน) พร้อมเขียนแคปชันว่า “ระวัง” ซึ่งมีแฟนคลับเข้าไปโพสต์ให้กำลังใจ ขอให้มีสติที่ดี แก้ไขทุกอย่างได้ราบรื่น บ้างก็ขอรอฟังจากปากม้า อรนภา บ้างก็บอกไม่เข้าข้างใคร ฟังหูไว้หูความจริงจะปรากฏเอง ฯลฯจากนั้นในเวลาประมาณ 17.00 น. ทนายตั้ม ได้นำคลิปความยาว 8 วินาที เป็นภาพขณะเกิดเหตุ มาเผยแพร่ในเพจฯตามที่ระบุไว้ โดยในคลิปดังกล่าวเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในห้างที่แม้ไม่เห็นหน้าบุคคลชัดเจน แต่เห็นคนใส่เสื้อกันหนาวสีขาวยืนหันหลังกำลังถกเถียงอยู่กับชายหนุ่มใส่เสื้อกันหนาวสีน้ำตาล ใส่แมสก์ โดยสองมือชายหนุ่มถือถุงของที่ช็อปมา และส่ายหน้าเหมือนปฏิเสธอะไรบางอย่าง ซึ่งเพียงไม่กี่วินาที บุคคลเสื้อขาวก็ใช้มือขวาตบหน้าหนุ่มคนดังกล่าวจนหน้าหัน แล้วใช้มือผลักไหล่หนุ่มไปอีก 1 ที ซึ่งหลังจากนั้นไม่ถึง 10 นาที มีการแชร์คลิปนี้ไปกว่า 1 พันครั้ง และมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น 1.4 พันรายการทั้งนี้ ทนายตั้มยังโพสต์ข้อความว่า “ชัดๆ เน้นๆ จุดจบคนมือไว ก็ไปสถานีตำรวจ ไปศาลบ่อยหน่อยแล้วกันนะครับ เห็นในไอจีบางคนลงเรื่องเกลือกับน้ำตาล ในความคิดผมทั้งคู่มันก็มีความสำคัญไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้ ที่น่ากลัวไม่ใช่สองสิ่งนี้ แต่เป็นคนที่ทำผิด ทำพลาดหลายต่อหลายหน แต่กลับไม่เคยคิดโทษตัวเอง จนจะเข้าวัยแซยิดยังคิดไม่ได้ แก่เพราะกินข้าวโดยแท้ และระบุชวนไปทานปู น้องเขาไม่ไป ก็ตามคลิปเลย ไม่มีนัยแฝงอื่นใดๆ” นอกจากนี้ ทนายตั้มยังระบุภาพหลุดเหยื่อกินปูที่ไปโผล่ในโซเชียลตั้งแต่เมื่อคืน ขอยืนยันว่าไม่ใช่น้อง น้องที่โดนเป็นดาราใหม่ เพิ่งมีผลงานแค่เรื่องเดียว ยังไม่มีชื่อเสียงอะไรมาก