กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯพระราชทานเพลิงศพ “สรพงศ์ ชาตรี” ศิลปินแห่งชาติ พระเอกหนังขวัญใจคนไทย โดยมีคนดังทั้งนักการเมือง คนบันเทิง ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศร่วมเฝ้ารับเสด็จและส่งดวงวิญญาณพระเอกในดวงใจสู่สรวงสวรรค์ ด้านเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่เผยหลังเก็บอัฐิ คู่ชีวิตพระเอกสรพงศ์จะนำกลับไปไว้ที่บ้านส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่มูลนิธิสมเด็จพุฒาจารย์ฯ ส่วนงานฌาปนกิจศพ “ปิยะ ตระกูลราษฎร์” เพื่อนพ้องน้องพี่วงการบันเทิง เพลงลูกทุ่ง หมัดมวย แห่ร่วมงานแน่นวัด ขณะที่ “ไก่-ปริศนา” ทำโกศเบญจรงค์เขียนลายด้วยทองคำลงลายดอกไม้เน้นสีเขียว-ชมพู ตามสีวันเกิดและสีที่ชอบ มามอบให้ครอบครัวตระกูลราษฎร์ พร้อมร่วมส่งสู่ภพภูมิที่ดี หลังทำงานหนักช่วยเหลือสังคมมาตลอดที่วิหารมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 6 พ.ย.เวลา 18.39 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชทานเพลิงศพ นายกรีพงศ์ เทียมเศวต หรือสรพงศ์ ชาตรี จ.ภ.ศิลปินแห่งชาติ โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากหน่วยงานต่างๆทั้งส่วนกลางและในพื้นที่ นักการเมือง คนบันเทิง คนดัง รวมถึงประชาชนจากทั่วทุกสารทิศที่เดินทางมาร่วมงานและเฝ้ารับเสด็จ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดที่รอบๆ อาคารและรอบๆเมรุให้ประชาชนนั่งรอเฝ้ารับเสด็จ อย่างเป็นระเบียบ โดยนางเหรียญ อาวรณ์ อายุ68ปี ชาวจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้ามานั่งรอเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ เช่นเดียวกับนายภาณุพงษ์ หงส์ไทย อายุ 72 ปี จากกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เคยเห็นแต่ภาพอุทยานหลวงพ่อโตที่สวยงามมาก จึงอยากมาเห็นกับตาและที่ตั้งใจมากคืออยากมารอเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งพระองค์ท่านเป็นที่รักเคารพของประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ ดีใจมากที่จะได้มาเข้าเฝ้าพระองค์ท่านในครั้งนี้ ทั้งนี้ มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายกรีพงศ์ เทียมเศวต หรือสรพงศ์ ชาตรี จ.ภ.ศิลปินแห่งชาติ และพระเอกระดับตำนานของไทย ที่เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ณ เมรุชั่วคราว ที่ทำเป็นเมรุขนาดใหญ่ มีลวดลายแบบวัฒนธรรมทางภาคเหนือ ครอบด้วยวัวสีขาวตัวใหญ่ แทนนกหัสดีลิงค์ และมีวัวบริวารอีก 9 ตัว ภายในมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ฯ โดยในเวลา 10.30 น. มีพิธีหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่มีพระธรรมสุธีเจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง เป็นประธานสงฆ์ นำคณะสงฆ์ รวม 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ พระเถระชั้นผู้ใหญ่และพระสงฆ์ติดตามรวมกว่า 100 รูป ร่วมพิธี ขณะที่หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา เป็นผู้แทน ม.ล.ชาตรีเฉลิมยุคล เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และนางสาวดวงเดือนจิไธสงค์ คู่ชีวิตของสรพงศ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดยมีญาติสนิทมิตรสหาย พุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีจำนวนมากต่อมาเวลา 11.30 น. พระสงฆ์ 10 รูป บังสุกุล เป็นเวลา 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาเชิญหีบศพออกจากวิหารฯ ไปยังเมรุชั่วคราว พร้อมกับแบกเวียนรอบเมรุ 3 รอบ โดยมีนางสาวดวงเดือน จิไธสงค์ ภริยาของสรพงศ์ ชาตรี ถือเครื่องทองน้อย และญาติถือเครื่องราชฯ พร้อมด้วยญาติ คนสนิท พุทธศาสนิกชนสวมชุดขาวและเจ้าหน้าที่เดินตาม จากนั้นนำหีบศพขึ้นไปวางบนขั้นสองของเมรุชั่วคราว และวางเครื่องทองน้อยแล้วเชิญขึ้นตั้งบนจิตกาธาน พร้อมเฝ้ารับเสด็จในช่วงเย็นขณะที่จุดโรงทานมีญาติโยมศิษยานุศิษย์ที่เดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ อาทิ นครพนม ซึ่งเป็นคนที่รักและติดตามผลงานของสรพงศ์มาตลอด นั่งรถไฟลงที่สถานีสีคิ้ว ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เข้าพักที่มูลนิธิฯ ตั้งแต่เวลา 01.00 น. รวมทั้งแฟนคลับจากบางบัวทอง จ.นนทบุรี เหมารถมาด้วยกัน 4 คัน ได้พักผ่อนในโรงทาน มีอาหารฟรีให้รับประทาน อาทิ ผัดหมี่โคราช ราดหน้าชาววัง ขนมครก จ.ระยอง หอยทอด กวยจั๊บ ขนมจีนน้ำเงี้ยว น้ำส้มคั้น น้ำอ้อย เป็นต้น ด้านนายสมเกียรติ ศรีจันทึก อายุ 67 ปี ได้นำอาหารมาตั้งโรงทาน บอกว่ารักสรพงศ์มาก ยังจดจำคำสั่งสอนของสรพงศ์ได้ติดตาตรึงใจ สรพงศ์เป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี เป็นคนกันเอง กิจวัตรประจำวันที่สรพงศ์ทำเป็นประจำช่วงที่อยู่ในมูลนิธิฯ คือเดินตรวจและต้อนรับญาติโยมด้วยตัวเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเอง ไม่ถือตัว ขยัน และจะเก็บกวาดเช็ดถูองค์สมเด็จฯ นั่งสมาธิ และยังได้ทำบุญสาธารณกุศลต่างๆอีกมากมายผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพิธีฯครั้งนี้จำกัดผู้เข้าไปร่วมประมาณ 2,000 คน ภายในมีปะรำพิธีรับเสด็จและโดมพระสงฆ์ โดมญาติโยม โดมสำหรับศิลปินดารา โดมวีไอพี ข้าราชาการชั้นผู้ใหญ่ ทั้งจากส่วนกลางและในจังหวัดนครราชสีมา ผู้ที่จะเข้าไปภายในพิธีจะต้องตรวจ ATK ทุกคน และไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีบัตรผลตรวจเข้าไปร่วมพิธีอย่างเด็ดขาด ขณะที่ทางมูลนิธิฯมีการนำรูปภาพของสรพงศ์ในอิริยาบถต่างๆ มาติดตั้ง เป็นภาพตั้งแต่สมัยเริ่มโด่งดัง รวมทั้งรูปภาพความประทับใจกับ ม.ล.ชาตรีเฉลิม ยุคล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯหลายคนยังทำใจไม่ได้ ถึงกับร่ำไห้น้ำตานองหน้า รวมทั้งนางสาวดวงเดือน จิไธสงค์ ที่มีน้ำตาซึมอยู่ตลอดต่อมาเวลา 15.00 น. ข้าราชการ นักการเมือง และผู้กำกับการแสดงและดารานักแสดง ขึ้นทอดผ้าบังสุกุล อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นายวิเชียร จันทรโณทัย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา นายไพรัช-นายสยาม สังวริบุตร นายกรุง ศรีวิไล นางพิมพ์จันทร์ เทียมเศวต นางนัยนา ชีวานันท์ นายฤทธิ์ ลือชา นายบิณฑ์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์ รวมทั้งข้าราชการ ประชาชนที่รักและชื่นชมในตัวสรพงศ์ ชาตรี เดินทางมาจากทั่วสารทิศ รวมกว่า 5,000 คน เข้าไปร่วมพิธีด้านพระภาวนาประชานารถ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 และเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ที่ปรึกษามูลนิธิฯ เปิดเผยว่า หลังพิธีพระราชทานเพลิงศพสรพงศ์แล้ว เช้าวันที่ 7 พ.ย.มีพิธีพระราชทานผ้าไตรและภัตตาหารสามหาบ ในการเก็บอัฐิ โดยเถ้าอัฐิ ดวงเดือน จิไธสงค์ ภรรยาของสรพงศ์ จะเก็บไว้ที่บ้านส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โตพรหม รังสี) เมตตาบารมี อ.สีคิ้ว ในฐานะที่สรพงศ์เป็นผู้ก่อตั้งและพัฒนามูลนิธิฯ จนเป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศ จากนั้นจะกำหนดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับสรพงศ์อีกครั้งในภายหลังอีกด้านหนึ่ง ที่วัดจินดาราม อ.สามพราน จ.นครปฐม มีพิธีฌาปนกิจศพ ปิยะ ตระกูลราษฎร์ อดีตนักแสดงที่สร้างชื่อจากภาพยนตร์เรื่องครูบ้านนอก และเป็นนักแต่งเพลงดังอย่าง “ไก่จ๋า” ที่เสียชีวิตในวัย 68 ปี ด้วยโรคมะเร็ง ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีครอบครัวและลูกหลาน เหล่าเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการบันเทิง มีทั้งวงการเพลง วงการมวย วงการนักแต่งเพลง วงการลูกทุ่ง แฟนเพลง และญาติสนิท มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ ยิ่งใหญ่ อายะนันท์ สยาม ปิ่นสินชัย รายการศึกอัศวินดำ สุรศรี ผาธรรม ผู้กำกับครูบ้านนอก ไก่-ปริศนา วงศ์ศิริ เจ๋ง ดอก จิก ดู๋ ดอกกระโดน วาสนา ประสิทธิเวช อำภา ภูชิต เด่นชัย สายสุพรรณ รองนายกสมาคมลูกทุ่งแห่งประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าและผู้คนแออัดแน่นศาลา โดยมีเสียงเพลงร้องสด เพลงไก่จ๋า ดังตลอดเวลา รวมถึงมีการตั้งจอมอนิเตอร์เปิดให้ชมการแสดงเวทีลูกทุ่งในอดีตเพื่อรำลึกถึงปิยะ ตระกูลราษฎร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มพิธี ครอบครัวตระกูลราษฎร์ได้มอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนวัดจินดาราม และทำบุญถวายวัดจินดาราม จากนั้นเมื่อถึงกำหนดประชุมเพลิงในเวลา 15.39 น. พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อดีตแม่ทัพกองทัพภาคที่4 เป็นประธานทอดผ้าบังสุกุล พร้อมวางดอกไม้จันทน์ ต่อด้วยกลุ่มเพื่อนในวงการบันเทิง และกลุ่มแฟนเพลงทยอยกันขึ้นวางดอกไม้จันทน์ คารวะศพเป็นครั้งสุดท้าย โดยเจ้าภาพได้นำกระเป๋าผ้าและแอลกอฮอล์รวมทั้งหนังสือคู่มือดับทุกข์ มาแจกให้กับแขกที่มาร่วมงานด้วยต่อมา ดู๋ ดอกกระโดนเปิดเผยว่า เคยร่วมงานกับครูปิยะหลายเรื่อง เมื่อจากไปก็ใจหายมาก แต่คิดว่าคือธรรมชาติ ทุกคนต้องเจอกับคำว่าเกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่การแสดงของครูปิยะยังผูกใจและยังคิดถึงอยู่เสมอ ครูปิยะเป็นคนดี พูดจาไพเราะ ไม่เคยว่าใครให้เสียหายและไม่เคยตำหนิใคร ต้องบอกตามตรงว่าคิดถึงครูเหมือนเดิม เพราะเคยร่วมงานกันมา ขอให้ครูหลับสบาย อยู่บนฟ้าสรวงสวรรค์อย่างมีความสุข พูดง่ายๆแบบครูบ้านนอกขณะที่ไก่-ปริศนา วงศ์ศิริ ได้นำโกศเบญจรงค์ทองคำเขียนลายมามอบให้กับครอบครัวตระกูลราษฎร์ ซึ่งโกศเบญจรงค์ทองคำนี้ เขียนด้วยทองคำ 96.5 เป็นทองคำบริสุทธิ์ ส่วนสีเขียวที่ลงลายเป็นกิ่งก้านใบของใบไม้ คือ วันพุธ ซึ่งเป็นวันเกิดของครูปิยะ และลายดอกไม้สีชมพู เพราะครูปิยะชอบสีชมพู สีอ่อนหวาน จึงได้วาดออกมาให้เป็นดอกไม้สีสวย และมีกิ่งก้านใบ และในวาระสุดท้ายนี้ ถือโอกาสมาส่งพี่ไปสู่สรวงสวรรค์ ไปสู่สัมปรายภพ สมกับเนื้อนาบุญที่พี่ปิยะได้สร้างได้ทำมา ตลอดเวลาที่รู้จักกัน ทราบว่าทำงานหนักมาโดยตลอด ตอนนี้คงจะหลับสบาย ขอให้พี่สู่ภพภูมิที่ดีและมีความสุข บุญบารมีที่ได้สร้างได้ทำและได้ช่วยเหลือให้แก่สังคมประเทศชาติบ้านเมือง แฟนภาพยนตร์ แฟนหมัดมวยหรือแฟนละครก็ตาม ทุกคนที่หลงรักชื่นชมในตัวคุณปิยะ วันนี้มีเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการเดินทางมาส่งพี่ไปสวรรค์มากมาย อยากให้รับทราบและรับรู้ สำหรับโกศเบญจรงค์ทองคำนี้ ตนตั้งใจเขียนให้เหมาะสมกับตัวของพี่ปิยะ เพราะพี่เกิดวันพุธ ก็คือสีเขียวและสีชมพูเป็นสิ่งที่พี่ชอบ จึงเน้นเขียนให้เป็นดอกไม้สีหวานสำหรับพิธีเก็บกระดูกนั้น ครอบครัวตระกูลราษฎร์ แจ้งว่ามีขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 7 พ.ย. จากนั้นครอบครัวจะนำกระดูกไปลอยอังคารที่วัดบางช้างเหนือ อ.สามพราน จ.นครปฐมส่วนการสูญเสียบุคลากรสำคัญด้านนาฏยสังคีต นายประสาท ทองอร่าม หรือครูมืด ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้รับการยกย่องเป็น บรมครูโขน และปรมาจารย์ด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ที่ถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็งปอด สิริอายุ 72 ปี เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น กำหนดการพิธีศพในวันที่ 7 พ.ย. ที่ศาลาแสงฉิม วัดบางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เวลา 14.00 น. มีพิธีรดน้ำศพ จากนั้นเวลา 17.00 น. เป็นพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พร้อมบรรจุศพลงหีบ และเวลา 19.00 น. สวดพระอภิธรรม ไปจนถึงวันที่ 11 พ.ย. จากนั้น 12 พ.ย. เวลา 17.00น.มีพิธีพระราชทานเพลิงศพต่อไป