ถ้ายังไม่ได้ดูหนังอย่าด่วนสรุปขาย “ความจิ้น”!! ซุป’ตาร์คนดัง ณเดชน์ คูกิมิยะ มารับบทเป็นสารวัตรหนุ่ม “ป้องปราบ” ในภาพยนตร์เรื่อง “นาคี ๒” โดย เอ็ม พิคเจอร์ส และเซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จากฝีมือการกำกับของ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นั่งยัน ยืนยัน ถึงแม้ร่วมงานกับ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ นางเอกสาวคนสนิท แต่เรื่องราวไม่ได้ขายความจิ้นความฟินใดๆ ส่วนนอกจอต่างคนต่างเป็นสะพานบุญ ปีนี้จัดกฐิน NY วัดบูรพาทิศ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งหนุ่มณเดชน์ ยืนยัน ทำบุญร่วมกันไม่ได้คาดหวังจะต้องครอบครอง ใน “คนดังนั่งคุย”กระแสนาคี ๒ แรงมาก ตั้งแต่วันรำบวงสรวง รู้สึกยังไง“รู้สึกดีใจมากครับ ตั้งแต่หลังวันเปิดตัวที่อุดรธานี เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก อยากให้ทุกคนได้มาดูเพราะพี่อ๊อฟตั้งใจกับเรื่องนี้มาก แล้วเป็นเรื่องรอบตัวทุกคนด้วย ทั้งความเชื่อ วัฒนธรรม ศาสนา อยากให้คนที่อาจคิดว่าไม่เชื่อเรื่องพญานาคลองไปชมกัน อย่างน้อยก็ช่วยกันสนับสนุนหนังไทย รับรองว่านาคีจะอยู่ในความประทับใจของทุกคนแน่นอน”นาคี ๒ เป็นภาคต่อของนาคีภาคแรกมั้ย เกี่ยวข้องกันยังไง“เกี่ยวข้องกันครับ ว่าเป็นเรื่องของบาปกรรม การจองเวรจองกรรม แล้วก็เป็นผลพวงสืบเนื่องมาถึงนาคีภาค 2 นี้ ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้น”ตอนถ่ายหนังเรื่องนี้ล่ะ มีเหตุการณ์หรือปาฏิหาริย์ในกองมั้ย“ฉากที่ถ่ายวันนั้นเป็นฉากที่พญานาคมาถล่มโรงพัก เป็นครั้งแรกที่เราเห็นรอยอะไรก็ไม่รู้ เป็นตัวใหญ่ๆวิ่งผ่านไป มันจะเป็นฉากครั้งแรกเลยที่ผู้ชมจะได้เห็นว่าพญานาคเริ่มแสดงตัว แล้วพี่อี๊ด โปงลางก็บอกว่า พ่อแก้วแม่แก้ว ถ้าท่านมีอยู่จริงขอสักเปรี้ยง สองเปรี้ยงหน่อย คือมันเป็นฉากที่ฝนเพิ่งตก ตอนถ่ายก็เอาน้ำมาฉีดกัน เพราะฝนไม่ได้ตก แต่พี่อี๊ดดันไปบอกว่าขอหน่อยฟ้าร้องสักดอกสองดอก จะได้ไม่ต้องทำเอฟเฟกต์ อ้า มาจริง ผมก็มองหน้ากัน แล้วเราก็ยิ้มให้กัน เงียบๆ กันไป เล่นกันต่อปกติ แล้วพอแอ็กชัน มีเสียง ฮึมฮัม ฮึมฮัม ไม่รู้ว่าอันนี้ผมคิดไปเองหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ เพราะก่อนที่พี่อี๊ดจะไหว้ขอซะอีก พี่อี๊ดเดินไปทำอะไรไม่รู้ใต้ต้นไม้ แล้วไปเด็ดใบไม้อะไรไม่รู้สักพัก มดแดงหล่นใส่แกเต็มเลย เด็ดต้นอะไรไม่รู้อันนี้เป็นเวรกรรมไม่เกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (หัวเราะ)”ตอนแรกที่ณเดชน์รับเล่น คิดว่าต้องได้พูดภาษาอีสานแน่ๆ รึเปล่า“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน สุดท้ายไม่ใช่ เป็นหนุ่มกรุงเทพฯ รู้สึกขัดปากยังไงไม่รู้ ก็เป็นงานหนักของคุณญาญ่าไปที่ต้องพูดอีสาน (หัวเราะ) เค้าก็มาปรึกษานะแต่ประเด็นคือสำเนียงผมต่างกับสำเนียงของหนังเรื่องนี้ บทพี่อ๊อฟให้ญาญ่าพูดเป็นอีสานใต้แบบอุบล แล้วทางอุบลก็อีกสำเนียงนึง ไม่เหมือนสำเนียงของขอนแก่น ก็ต้องให้พูดแบบเขา เพราะว่าอิงมาจากนาคีภาค 1 เพราะในเรื่องนี้จะวนเวียนอยู่บริเวณศาลเจ้าแม่นาคีที่อุบล” ความหนักใจเลยเทไปที่ญาญ่า “ไม่ได้สอนเลย สรุปแล้วเขาก็บอกไม่ฟังผมพูดเพราะเดี๋ยวเขาจะงง มันคนละสำเนียง พี่อ๊อฟเลยให้ทีมงานที่มาจากอุบลมาช่วยเทรนภาษาอีสานให้กับญาญ่าแทน เพราะจะได้ไม่งงกัน”ด้วยความสามารถของณเดชน์ เรียกว่าครบเครื่อง รู้สึกยังไงที่ถูกเรียกว่าซุปตาร์“ไม่อยากหยิบมาเป็นตัววัดว่าเราเป็นอะไร ผมว่าของพวกนี้มันต้องเติม คือถ้าเราไม่เรียนเต้น ไม่เรียนร้องเพลง ไม่เรียนแอ็กติ้ง ผมว่าการที่จะมีพัฒนาการในเรื่องการทำงาน มันก็ไม่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะฉะนั้นเราก็ต้องคอยเติม คอยเสริมตรงนี้ตลอดเพื่อไม่ให้มันหายไป แล้วก็จะได้อัปเดตถึงความสมัย ใหม่ของงานที่เราทำด้วย โชคดีอย่างคือเวลาเค้าจ้างงาน เขาก็จะให้เราไปเรียนบ้าง สมมติละครก็จะมีเวิร์กช็อปอันนี้เราก็ได้เรียนฟรี ขอเรียนขอเท่าไหร่ก็ได้ เดี๋ยวมีฉากร้องไห้ ขอได้มั้ยครับขอไปเรียนเพิ่ม เป็นการสร้างพื้นฐานให้งานเราด้วยครับ”กระแสคู่จิ้นคนเชียร์เยอะ แต่บางคนอาจจะไม่อินเรารู้สึกยังไงบ้าง“ถ้าสมมติว่าได้ไปดูหนังเรื่องนี้ จะไม่ได้เห็นณเดชน์-ญาญ่า เหมือนที่เคยเห็น จะไม่มีคำว่าจิ้นเลย จะมีแต่คำว่า เอ๊ะ แล้วสองคนนี้จะรักกันยังไง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เน้นไปที่ความรักของคน 2 คน ไม่ได้เน้นไปที่ความรักของสารวัตรกับนางเอก แต่เบื้องลึกเนี่ยมันจะเป็นความรักของแม่และลูก อันนี้มันจะไปเล่าที่พี่แต้ว (ณฐพร เตมีรักษ์) ไม่ได้เล่าความจิ้นมันเป็นความรักอีกแบบนึง เป็นความรักความเป็นห่วง ความยึดติดที่มันจะเป็นผลกับกงเกวียนกำเกวียน เรื่องนี้พี่อ๊อฟไม่ได้เน้นความเป็นคู่จิ้นเลย จะมีแต่เรื่องราวที่จะสอนมากกว่า ถ้าใครคาดหวังจะมาดูความเป็นณเดชน์ ญาญ่า แล้วจะฟินอะไรอย่างนี้ อย่าเลย อยากให้มาดูแล้วฟินไปกับเรื่องราวมากกว่า ส่วนที่บางคนที่ไม่ได้อิน ไม่ได้จิ้นกับคู่เราผมไม่ได้รู้สึก ไม่ได้คาดหวังว่าคนต้องอินความเป็นคู่ทั้งในจอและนอกจอ แต่เวลาทำงานเราก็ทำเต็มที่”ปีนี้จัดกฐิน NY ทำทุกปีเลย“จริงๆทำเกือบทุกปี ทำมา 4-5 ปีแล้ว ครั้งนี้ไปทำ 3 พ.ย. ที่ จ.ขอนแก่น ไปสร้างศาลาวัด” ทำไมถึงเลือกทำกฐินที่นี่ล่ะ“แม่ผมจะมีสายบุญเยอะ วัดไหนที่ขาดแคลนอาจจะไม่มีคนบริจาคเยอะมากแม่ก็จะเลือกให้ทำวัดนี้ดีกว่า มันเป็นเรื่องที่ดี เรายังอยู่กับพระพุทธศาสนาอยู่ การที่เราทำบุญ ทำดี ทำทาน เราจะได้รับสิ่งที่ดีกลับมา สิ่งที่เรากลับมาชัดเจนเป็นเรื่องสภาพจิตใจ มันดีขึ้นเหมือน อัปเกรดตัวเองไม่ได้ออกมาจากสารรูปแต่ออกมาจากข้างใน อีกอย่างเรารู้จักให้ ผมว่าในอนาคตเราสามารถสอนลูก สอนหลานได้ เรามีเท่านี้บริจาคเท่านี้ก็พอ ทำวัดเด็กผู้ยากไร้ขาดแคลนเราก็ทำ” โดนแซวเรื่องทำบุญร่วมชาติกับญาญ่าทุกครั้งเลย“เป็นคำสุภาษิตคำคมเนอะ คือสิ่งที่ผมทำก็ไม่ได้ต้องการทำบุญเพื่อที่จะครอบครองกัน เราทำบุญกันเพื่อที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกันมากกว่า ชวนกันทำ ว่างก็ทำ “ถ้าเป็นเรื่องสายบุญจะเห็นไปด้วยกันตลอดทั้งสองบ้านเลย“จะเป็นเรื่องโอกาส และความสะดวกมากกว่า ถ้าบางที ว่างไม่ตรงกันก็ไม่ได้ทำ อาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่ในที่แจ้งมั้ง เวลาเราทำบุญอะไรคนจะเห็นเราทำบุญเยอะ จริงๆคนอื่นอาจจะทำบุญเยอะกว่าเราด้วยซ้ำ เวลาทำบุญกฐินที่ผมกับญาญ่าทำจะหลักแสนแต่ไม่ใช่จากเราสองคน เราจะเป็นสะพานบุญบอกบุญคนอื่นๆร่วมกันทำบุญมากกว่า”ความสนิทระหว่างญาญ่า-ณเดชน์ ทุกคนรอลุ้นเมื่อไหร่จะระบุสถานะเรียกแฟนกัน“ผมว่าหลายๆอย่างชัดเจนในโอกาสของมัน อีกอย่างเราเป็นสไตล์ที่ไม่ได้มาอะไรกับความสัมพันธ์กับคนอื่นมากนักสักเท่าไหร่ เราต้องการเก็บพื้นที่ตรงนั้น ไว้เป็นของเราเหมือนกันก็เลยปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่เราต้องการ ส่วนคนข้างนอกจะคิดแบบไหน จะว่ายังไงจะให้กำลังใจจะอะไรก็ตามเราก็ยินดีรับ ขอบคุณมากเลยแต่ว่าถามว่าเราไม่อยากทำเพราะความสัมพันธ์ของเรามาเป็นจุดขาย หรือเอามาเป็นของเล่นหรือเป็นขี้ปากของคนอื่น ต่อไปในอนาคตจะจบสวยหรือไม่สวยยังไง มันเป็นเรื่องของคนสองคนนั่นแหละ ถ้าเอาคนอื่นมากะเกณฑ์จะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ตายพอดี (หัวเราะ)”ที่ผ่านมาเจอกระแสดราม่าตลอดๆ มีข่าวไหนที่เราอยากจะบอกอยากเคลียร์บ้างมั้ย“ผมว่าพูดอะไรไปก็ หนึ่งดูเหมือนแก้ตัว สองอาจจะไม่ยอมรับความจริง แล้วก็ถ้าพูดอะไรไปคนรับฟังไม่เข้าใจ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะพูด สู้เรารู้ตัวเองดีกว่าว่าตัวเราเป็นยังไง ถึงแม้ว่าเราทำผิด แต่เราตอบว่าเราทำถูก เราก็รู้อยู่แก่ใจเองดีกว่า” เคยท้อกับข่าวมั้ย“ไม่เคยนะครับ ตอนแรกๆก็แบบจะรู้สึกไม่พอใจ แต่สุดท้ายแล้วมันเป็นเกม แล้วอีกอย่างนึงมันเป็นบททดสอบเรามากกว่า ว่าเราจะมีสติในการตอบคำถามมั้ย เราจะเอาตัวรอดรึเปล่า แล้วก็เวลาเราพูดเราจะตอบคำถามให้มันอยู่ที่ตัวเราเองหรือเราจะโยงคนอื่นด้วย มันเหมือนเกมที่เราต้องมานั่งต่อ ผมว่ามันเป็นอะไรที่ท้าทายเหมือนกัน” เวลาเราเจอข่าวต่างๆ ญาญ่าให้กำลังใจเรายังไงบ้าง“เราจะไม่เอาเรื่องที่ทุกข์ หนักใจไปเล่าให้เค้าฟัง ไม่ให้เค้าแบกอะไรด้วย พยายามทำแบบนั้น มีอะไรเราพยายามสดชื่น สดใส เน้นสนุกกันมากกว่า บางอย่างผมจะคุยกับเค้าแต่บางอย่างที่เกินความจำเป็นผมก็จะไม่คุย กลัวจะเครียดไปกับเราด้วย”อนาคตถ้างานแสดงซาลงแล้ว วางแผนไว้ว่ายังไง“ถ้าสมมติว่างานแสดงเริ่มถดถอยไปแล้ว ผมก็คงจะมีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำมากขึ้น แล้วก็ที่สำคัญคือมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้ไปเที่ยวได้ไปทำอะไรที่ตัวเองอยากทำ น่าจะเป็นประมาณนี้” มีความฝันอะไรอีกนอกจากงานแสดง“มีเยอะครับ ผมก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆนะคือก็คิดไว้ ถ้างานเริ่มหายๆไปแล้วเนี่ย ผมก็มีเวลาว่างมากขึ้น ผมก็อยากเอาเวลาของตัวเองไปให้กับเด็กที่อยู่ต่างจังหวัด อาจจะไปสอนไปสนับสนุนส่งเสริมเขา อย่างเช่น ถ้าสมมติว่าเขาทำพืชไร่ พืชสวน เราก็อาจจะไปใช้ชื่อเสียงเราที่อาจจะเหลืออยู่บ้างเอามาช่วย ส่งเสริมเขา ไม่แน่ในอนาคตอาจ จะส่งผักผลไม้ผ่านตัวส่ง ไลน์แมน อะไรก็ตาม ก็เป็นเรื่องนึงที่เราฝันไว้ว่าอยากจะทำ แต่คงไม่ได้ถึงกับมูลนิธิขนาดนั้น อยากจะใช้กำลังตัวเองช่วยเหลือเขา ไม่ได้อยากเรียกร้องให้แฟนคลับเข้ามาระดมทุนเพื่อช่วย เหลือเด็ก ไม่ใช่อย่างนั้น”.ทีมข่าวบันเทิง