ตำนานพื้นบ้าน เนื้อหาทำนอง ผู้มีอำนาจไม่มีศีลในธรรม ดินฟ้าลงโทษให้บ้านเมืองถล่มล่มจม...ผมเคยอ่านแล้วหลายเรื่อง เพิ่งมารู้ว่ามีที่มาจาก ภรุราชชาดก (ขุททกนิกาย ทุกนิบาตชาดก เล่ม 3 ภาค 3)ในพุทธกาล เมื่อพุทธศาสนาลงรากหยั่งลึกแพร่กระจาย ลาภสักการะก็บ่าไหลมาหาพระสงฆ์ พวกเดียรถีย์ (นอกศาสนา) อยากได้ลาภสักการะบ้าง จึงคิดหาวิธีสร้างวัดขึ้นหลังวัดเชตวันระหว่างการก่อสร้างเสียงก็ดังอึกทึกครึกโครม พระพุทธองค์ตรัสให้พระอานนท์ไปบอกพระราชาว่า พระในพุทธศาสนาประกอบความเพียรด้วยความสงบ ขอให้พระราชาห้ามก่อนสร้างวัด เดียรถีย์เอาเงินก้อนใหญ่ไปถวายพระราชา พระราชาจึงไม่ห้ามพระพุทธเจ้าสั่งพระสารีบุตร พระโมคคัลลาน์ไปขอพระราชาอีก คราวนี้พระราชาไม่อยู่พระพุทธเจ้าต้องทรงเหนื่อยเอง เช้ารุ่งขึ้นทรงนำพระ 500 รูป ไปบิณฑบาตที่หน้าประตูวัง พระราชานิมนต์เข้าวังถวายภัตตาหารแล้ว พระพุทธองค์ก็ทรงเล่าอดีตนิทานครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระราชาพระนามว่า ภรุราช เสวยราชย์อยู่ในแคว้นภรุรัฐพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระดาบส สำเร็จอภิญญา สมาบัติ อยู่ในหิมวันตประเทศ ต้องการอาหารรสเค็มเปรี้ยว นำดาบส 500 รูป ลงมายึดที่พักทางต้นไทรย้อยด้านเหนือนครต่อมามีดาบสอีกคณะ 500 รูป ก็มาพักอยู่ที่ต้นไทรด้านทิศใต้ ขอภิกษาในพระนครจนพอใจแล้วก็กลับไม่นานนักต้นไทรด้านทิศใต้แห้งโกร๋น ดาบสคณะนี้มาอีกครั้ง ก็ย้ายที่พักไปอยู่ใต้ต้นไทรทิศเหนือ ดาบสคณะแรกของพระโพธิสัตว์ กลับมาก็ไม่มีที่พัก เกิดวิวาททุ่มเถียงกันเรื่องถึงพระราชา ครั้งแรกพระราชาตัดสินให้ดาบสที่มาอยู่ทางทิศเหนือก่อนชนะ แต่ดาบสอีกพวกเอาของมีค่าไปถวาย (ติดสินบน) พระราชา พระราชาก็กลับคำตัดสินเดิมพอดาบสพวกที่แพ้หาของมีค่าไปถวายพระราชาบ้าง พระราชาก็ตัดสินให้ชนะอีกดาบสพระโพธิสัตว์พิจารณาว่า อุตส่าห์ละวัตถุกาม ละกิเลสออกบวชในป่า แต่ต้องมามีเรื่องวิวาทแย่งที่พักใต้ต้นไม้...ผลัดกันให้สินบนพระราชา เป็นการกระทำที่ไม่สมควรดาบสคณะนี้คิดดังนี้ก็ชวนกันกลับไปยังหิมวันตประเทศเหตุวิวาทของสองคณะดาบสอยู่ในความรับรู้ของเทวดา ณ แคว้นภรุรัฐ เทวดาทั้งหลายเห็นพ้องว่า การที่พระราชารับสินบน ตัดสินคดีทำให้ดาบสสองคณะวิวาทกัน เป็นเรื่องอุบาทว์จัญไรใหญ่หลวงจึงพร้อมใจกันรวมอิทธิฤทธิ์ บันดาลให้แคว้นภรุรัฐอันกว้างใหญ่ถึง 300 โยชน์ ถล่มล่มจมหายไปกลายเป็นเกาะใหญ่รกร้างผุดขึ้นกลางทะเลชาวแว่นแคว้นก็ถึงความพินาศฉิบหาย เหตุเพราะพระเจ้าภรุราชพระองค์เดียวจบเทศนาชาดกแล้ว พระพุทธองค์ก็ทรงเตือนสติพระราชา “มหาบพิตรไม่ควรลำเอียง ทำให้บรรพชิตสองคณะวิวาทกัน” พระราชาสดับแล้วกลัวผลกรรมรีบสั่งให้ราชบุรุษเร่งไปรื้ออารามเดียรถีย์ เรื่องก็จบลงเข้าพรรษามาได้หนึ่งวัน ฟังพระเทศน์สักกัณฑ์ก็ดีนะครับ เทศนากัณฑ์นี้มีข้อให้คิด...เรื่องในบางบ้านเมือง เช่น เรื่องสินบน เงินทอนปฏิสังขรณ์วัด ที่คนของรัฐกำลังเร่งสะสาง ไล่เรียงมาตั้งแต่วัดน้อย จนมาถึงวัดใหญ่ถ้าผู้มีอำนาจเจตนาจะปฏิรูปพระพุทธศาสนาโดยสุจริตใจ ก็ถือเป็นเรื่องดี แต่คนบางพวกมีข้อแคลงใจว่า จะเป็นเรื่องยุแยงให้พระสอง คณะแตกแยกกันหนึ่งในอนันตริยกรรมมีข้อสังฆเภท ยุสงฆ์ให้ทะเลาะกัน อยู่ด้วย ผลของกรรมนี้หนักหนา ถึงขั้นห้ามสวรรค์ ห้ามนิพพาน ในพุทธกาล พระเทวทัตถูกธรณีสูบลงนรกอเวจี...ต่อหน้าต่อตามหาชนทีเดียว.กิเลน ประลองเชิง