ถึงจะประสบความสำเร็จตั้งแต่วัยรุ่น และรวยล้นฟ้าติดอันดับท็อปไฟว์ของโลก มีสินทรัพย์ในครอบครองมากกว่า 63,700ล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เด็กเนิร์ดอัจฉริยะอย่าง “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ก็ยังใช้ชีวิตเดินดินกินแฮมเบอร์เกอร์เหมือนเดิม ไม่เคยติดกับดักความรวย หรือหลงระเริงไปกับชีวิตหรูหราฟุ้งเฟ้อแบบมหาเศรษฐียุคเก่า ที่พอรวยสักหน่อยก็ต้องมีเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว และเลี้ยงอีหนูไว้เป็นโหลในขณะที่ซีอีโอคนอื่นๆในแวดวงไฮเทคมีชีวิตยุ่งเหยิงจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัว แต่ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” กลับเหลือเวลาเยอะแยะสำหรับการออกกำลังกาย เดินสายพบปะผู้คนใหม่ๆ และใช้เวลากับครอบครัว คำว่ามีเวลาหรือไม่มีเวลาขึ้นกับตัวเราเป็นคนกำหนดว่าจะจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังยังไง เคล็ดลับอย่างหนึ่งที่ทำให้เขามีเวลาเยอะกว่าคนอื่นคือ เขาตัดเรื่องจุกจิกไม่สำคัญในชีวิตออกไปหมด และลุยไปข้างหน้าเพื่อมุ่งสู่จุดหมายเพียงอย่างเดียววันๆหนึ่งของ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” มีกิจวัตรอย่างไรบ้าง เขาตื่น 8 โมงเช้าทุกวัน สิ่งแรกที่ทำหลังลุกจากเตียงคือ หยิบโทรศัพท์มือถือมาเช็กเฟซบุ๊ก, เฟซบุ๊ก เมสเซนเจอร์ และ WhatsApp จากนั้นก็ไปวิ่งออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์ โดยเขามักพาสุนัขตัวโปรดไปวิ่งด้วยทุกเช้า ส่วนอาหารเช้าก็เลือกทานอะไรง่ายๆที่ไม่ทำให้เสียเวลา เขายังปลีกเวลาไปเรียนภาษาจีนกลาง และตั้งเป้าท้าทายตัวเองว่าจะต้องอ่านหนังสือเล่มใหม่เพิ่มทุกๆสองอาทิตย์ เพื่อเติมอาหารสมอง และไม่ว่างานรัดตัวแค่ไหน เจ้าพ่อเฟซบุ๊กจะกล่อมลูกสาวเข้านอนด้วยบทสวดยิว“มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” เข้าออฟฟิศทำงานอาทิตย์ละ 50-60 ชั่วโมง ส่วนเวลาที่เหลือก็เดินสายพบปะพูดคุยกับผู้คนเพื่อหาไอเดียใหม่ๆในการพัฒนาเฟซบุ๊ก เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เขาเพิ่งตั้งทีมขึ้นพิเศษเพื่อคอยมอนิเตอร์และจัดการลบคอมเมนต์ที่ไม่เหมาะสมบนหน้าเพจเฟซบุ๊กไม่ได้ทำเพื่อสร้างภาพ แต่เจ้าพ่อเฟซบุ๊กชอบใช้ชีวิตสมถะเรียบง่ายมาแต่ไหนแต่ไร แม้ทุกวันนี้ ในวัย 33 ปี เป็นเสี่ยเต็มตัวมีเงิน มีทอง มีครอบครัวสมบูรณ์พร้อม เขาก็ยังใส่เสื้อยืดสีเทากับกางเกงยีนส์และรองผ้าใบเป็นยูนิฟอร์มทุกวัน โดยให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการเสียเวลากับเรื่องจุกจิก สู้เอาเวลาไปคิดนวัตกรรมใหม่ๆ และหาวิธีพัฒนาเฟซบุ๊กให้แข็งแกร่งขึ้น สามารถทะลุทะลวงเข้าไปครองทุกพื้นที่บนโลกที่อินเตอร์เน็ตไปถึง จากปัจจุบันที่มีผู้ใช้บริการอยู่ 1,940 ล้านคนต่อเดือน...“ผมอยากเคลียร์ชีวิตให้เรียบง่ายที่สุด ให้เหลือเรื่องที่ต้องตัดสินใจน้อยที่สุด จะได้มีเวลาทุ่มเทให้กับการพัฒนาชุมชนเฟซบุ๊ก”ค่าใช้จ่ายเดียวที่ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ยอมทุ่มหนักคือ การซื้อบ้านหลังละ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเมืองปาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ใกล้กับย่านซิลิคอน วัลเลย์ โดยยังคงคอนเซปต์การตกแต่งบ้านแบบเรียบง่ายอบอุ่นน่าอยู่ ไม่เน้นความหรูหราฟู่ฟ่าเขาและภรรยา “ดร.พริสซิลลา ชาน” เป็นนักบุญตัวยงของโลก ทั้งคู่ก่อตั้งองค์กรการกุศล “Chan Zuckerberg Initiative” สนับสนุนโครงการด้านวิทยาศาสตร์, การศึกษา, วิศวกรรม และการค้นคว้าวิจัยเพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เจ้าพ่อเฟซบุ๊กยังร่วมใจกับมหาเศรษฐีรุ่นพี่ “บิล เกตส์” และ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ผุดโครงการ The Giving Pledge ให้คำมั่นว่าจะบริจาคทรัพย์สมบัติอย่างน้อยครึ่งหนึ่งให้องค์กรการกุศล แทนที่จะยกมรดกให้ลูกหลาน เพื่อเชิญชวนให้มหาเศรษฐีโลกคนอื่นๆเดินตามรอย และเมื่อปลายปี 2015 คู่สามีภรรยาใจบุญประกาศให้โลกฮือฮาอีกครั้งว่าจะบริจาคหุ้นเฟซบุ๊ก 99% ให้องค์กรการกุศลของตัวเอง เพื่อเป็นของขวัญสำหรับ “น้องแม็กซ์” ลูกสาวคนแรกที่ลืมตาดูโลก.มิสแซฟไฟร์