การปลูกมันสำปะหลังไม่ใช่เริ่มแค่ในฤดูฝนเท่านั้น...อีกฤดูกาลที่มีการปลูกกันมาก มันฯ ข้ามแล้ง เริ่มในช่วง ม.ค.–มี.ค.ของทุกปี เพราะเป็นฤดูแห้งแล้ง เกษตรกรไม่สามารถทำมาหากินปลูกพืชอย่างอื่นได้วันนี้มาเรียนรู้วิธีการปลูกมันสำปะหลังข้ามแล้งแบบ KAS (KUBOTA Agri Solutions) ที่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น ได้ทำในแปลงทดลองของวิสาหกิจชุมชนห้วยตาดข่า อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เมื่อปีที่แล้วเพื่อเปรียบเทียบกับการปลูกแบบดั้งเดิมมีความแตกต่างกันตรงไหน...ทำไมถึงได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 18% และต้นทุนต่ำลง 49.5%วิธีดั้งเดิม เกษตรกรจะมีค่าแรงตัดและปลูกท่อนพันธุ์ไร่ละ 900 บาท ค่าใส่ปุ๋ยรองพื้น 300 บาท ค่าคนงานกำจัดวัชพืช 550 บาท ค่าใส่ปุ๋ย หลังปลูก 600 บาท และค่าแรงตัดต้นขุดหัวมันฯ 1,084 บาทต่อไร่...รวมแล้วมีต้นทุน 3,434 บาทต่อไร่วิธีการปลูกแบบ KAS จะมีค่าแรงงานใส่ปุ๋ยตามค่าการวิเคราะห์ คุณภาพดินก่อนปลูกไร่ละ 300 บาท แล้วไถกลบก่อนปลูก...วิธีการดั้งเดิมจะไม่มีใครทำกัน ทั้งที่มีผลในเรื่องช่วยให้ธาตุอาหารไม่ถูกแดดเผาส่วนค่าแรงตัดและปลูกท่อนพันธุ์ ไม่มี เพราะใช้เครื่องจักรไถพรวนดินยกร่องตัดปลูกและใส่ปุ๋ยรองพื้นไปพร้อมกันเลยในขั้นตอนเดียวนอกจากนั้น ยังมีค่ากำจัดวัชพืชไร่ละ 200 บาท ค่าแรงฉีดฮอร์โมนพืช 1,000 บาท ค่าขุดถอนแรงงานคนและเก็บเกี่ยวขนขึ้นรถจักรกล 900 บาทรวมแล้ววิธี KAS มีต้นทุนไร่ละ 2,400 บาท ต่ำกว่าวิธีดั้งเดิม 1,034 บาทส่วนผลผลิตของการปลูกมันสำปะหลังข้ามแล้ง วิธีดั้งเดิม ได้ผลผลิตเฉลี่ย 6.1 ตันต่อไร่ วิธี KAS ได้ผลผลิต 7.2 ตันต่อไร่...ผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 18%และเมื่อเปรียบเทียบต้นทุนกับผลผลิต...วิธีดั้งเดิมกว่าจะได้ผลผลิต 1 กก. ต้องใช้เงินทุน 0.99 บาท ส่วนวิธี KAS ใช้ต้นทุนแค่ 0.50 บาทช่วยลดต้นทุนได้ถึง 49.5%.สะ–เล–เต