อย่าชักศึกเข้าบ้าน สัญญาณกำลังบอกเหตุดูท่าว่าการสร้างสถานการณ์การเมืองจะมีการขับเคลื่อนให้เข้มขึ้น ถี่ขึ้น ด้วยการทำให้เห็นว่ารัฐบาล คสช.ไม่สามารถควบคุมได้หลังจากที่มีการวางระเบิดใน รพ.พระมงกุฎฯ แล้วยังมีการลอบนำระเบิดไปป์บอมบ์ไปวางไว้ขึ้นพงหญ้าบริเวณหลังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีศูนย์วัฒนธรรม ริมถนนรัชดาภิเษกแม้เสียงระเบิดยังไม่ดังขึ้น แต่ก็ทำให้เกิดอาการหวาดผวาได้เหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ต่อเนื่องกันมาไล่ตั้งแต่หน้ากองสลากเก่า ข้างโรงละครแห่งชาติ รพ.พระมงกุฎฯ และหลังสถานีรถไฟฟ้าไม่ว่าจะมองรูปไหนก็คือความเชื่อมโยงเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความไม่สามารถของ คสช. ที่จะควบคุมสถานการณ์ได้ถึงยังไงเหตุมันก็คือ “เกมป่วนเมือง”แต่ประเด็นอื่นๆที่คาดการณ์กันนั้นไม่น่าจะใช่และไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยเฉพาะการเคลื่อนเวทีการต่อสู้ของผู้ก่อเหตุจาก 3 จังหวัดภาคใต้ที่น่าสังเกตอยู่อย่างก็คือ ระยะนี้กลุ่มไอเอสได้เข้ามาในอาเซียนอย่างเต็มตัวมากขึ้นไม่ว่าเหตุที่ฟิลิปินส์ถึงขั้นยึดเมืองกันเลยทีเดียว หรือที่อินโดนีเซียก็มีระเบิดพลีชีพกลางกรุงเมือง“ไอเอส” ประกาศตัวชัดว่าฝีมือของพวกเขาและที่น่าจับตาไม่ใช่น้อยก็คือมาเลเซีย ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับไทยได้ออกข่าวที่เกี่ยวพันกับไอเอสมาตลอดล่าสุดบอกว่าได้จับกุมกลุ่มไอเอสได้ 5-6 คน และ 1 ในนั้นได้เข้าออกประเทศไทย เพื่อนำอาวุธลำเลียงเข้าไปในมาเลเซียเพื่อบอกเป็นนัยๆว่าไทยก็มีเช่นกันหรือสำนักข่าวแห่งหนึ่งในออสเตรเลียก็ออกข่าวเตือนประชาชนให้ระวังภัยก่อการร้ายในประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียบวกไทยเข้าไปด้วยถ้าตีความหมายกันก็ออกข่าวในลักษณะนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าระเบิดที่เกิดขึ้นในเมืองไทย“ไอเอส” เข้ามาเกี่ยวด้วยทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วมีความเป็นไปได้น้อยมากหรือแทบจะไม่มีความเป็นไปได้เลย เพราะรู้กันดีว่าเมืองไทยนั้นเป็นทำเลที่เหมาะกับการมาฟักตัวหรือสร้างความปลอดภัยดีที่สุดหรือจะพูดว่าเป็น “เซฟตี้โซน” มากกว่าเพียงแต่ระเบิด 2-3 ลูก ที่ไล่เลียงกันนั้นกับสถานการณ์ในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียสอดรับกันจนทำให้เหมารวมว่าเป็นเรื่องของการก่อการร้ายเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเกาะติดข่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจและแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่เกี่ยวกับการก่อการร้าย ไม่เกี่ยวกับไอเอสแต่อย่างใดหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปอย่างที่มีการคิดหรือออกข่าวอย่างนั้นย่อมไม่เป็นผลดีแน่ เพราะมันหมายถึงสิ่งที่จะตามมาอีกหลายอย่างที่น่ามองกันต่อไปการที่เกิดระเบิดกลางเมืองต่อเนื่องนั้นแม้เหตุผลเพื่อเป็นการป่วนและดิสเครดิต คสช. อย่างตรงไปตรงมาแต่อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ การทำให้เกิดการสอดรับกับเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียอย่างเป็นเนื้อเดียวกันมุ่งผลทางการเมืองภายในแต่อาศัยเงื่อนไขภายนอกเอามาเป็นแรงกดดันอีกด้านหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นเหยื่อไปโดยปริยายอย่าทำเป็นเล่นไปนะครับ...“สายล่อฟ้า”