ผู้ใหญ่ใจดี คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ ประธานกรรมการที่ปรึกษา, พล.ต.ต. นรวัฒน์ เจริญรัชต์ภาคย์ ประธานกรรมการอำนวยการ, ธนา เตรัตนชัย เลขาธิการมูลนิธิเด็กโสสะฯ.เปิดตัวเด็กโสสะเติบโตเป็นผู้ใหญ่คุณภาพมีชีวิตใหม่ก้าวหน้ามูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ องค์กรที่ให้การอุปการะดูแลเด็กๆที่สูญเสียครอบครัวมายาวนานกว่า 46 ปี โดยจัดครอบครัวทดแทนใหม่ที่อบอุ่นแก่เด็กๆ รณรงค์ให้สังคมโลกตระหนักว่า “ครอบครัว” เป็นที่ที่เหมาะสมที่สุดกับการเติบโตของเด็กๆ เนื่องในโอกาสวันครอบครัวสากล (UN International Day of Families) ตามประกาศของสหประชาชาติ ในช่วงเดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยจัดงาน “ครอบครัวคือชีวิต” ขึ้น พร้อมกับประเทศต่างๆ 134 ประเทศทั่วโลก ในงาน ธนา เตรัตนชัย เลขาธิการและกรรมการอำนวยการมูลนิธิฯ กล่าวว่า เด็กๆทุกคนไม่ได้ต้องการแค่อาหารและที่พัก เขาต้องการความรัก ทางมูลนิธิโสสะฯจึงจัดการดูแลให้ใกล้เคียงครอบครัวจริงๆ เด็กๆจะอยู่ตามบ้าน ซึ่งแต่ละหลังจะมี “แม่” เป็นผู้ดูแล คุณแม่โสสะจะเข้าใจดีว่า ต้องเลี้ยงดูหัวใจของเด็กๆ แต่ละคน ฉะนั้น ความรักของคุณแม่โสสะที่จะให้ต้องมากกว่าครอบครัวธรรมดาด้วยซ้ำ ซึ่งคุณแม่โสสะได้ให้การอบรมเลี้ยงดูเสมือนลูกตัวเอง และเลี้ยงเด็กๆให้พร้อมด้วยความรู้ คุณธรรมและจริยธรรม โดยเรามีทั้งหมด 5 หมู่บ้านทั่วประเทศ คือ ที่บางปู สมุทรปราการ, หาดใหญ่ สงขลา, หนองคาย, เชียงราย และภูเก็ต มีเด็กในการดูแลรวม 700 ชีวิต และเงินบริจาคที่ให้แก่มูลนิธิฯนั้นได้ให้โอกาสที่ 2 แก่เด็กๆ เปลี่ยนชีวิตใหม่ให้กับเขาให้กลายเป็นคนมีคุณภาพในสังคม 40 กว่าปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯได้ให้การดูแลเด็กที่โตกลายเป็นผู้ใหญ่ไปกว่า 500 ชีวิตแล้ว ยังมีอีกกว่า 700 ชีวิต ที่รอที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ร่วมสนับสนุนเด็กๆเหล่านี้ได้ทาง www.facebook.com/SOSthailand หรือโทร. 0-2380-1177 โอกาสนี้ ทาง มูลนิธิฯยังได้เชิญคุณแม่และลูกโสสะที่ประสบความสำเร็จในการสร้างชีวิตและครอบครัวใหม่ของตัวเอง มาร่วมถ่ายทอดความรักความผูกพัน อย่าง นิธิรุจน์ ลภัสเกียรติ-สกุล ผู้จัดการสาขาอาวุโส ธนาคารกรุงไทย จากหมู่บ้านเด็กโสสะบางปู ได้เล่าว่า ตนมาอยู่ในหมู่บ้านเด็กโสสะบางปูในปี 2517 ตอนนั้นอายุ 11 ขวบ เมื่อเข้ามาอยู่รู้สึกว่าได้ครอบครัวใหม่ มีทั้งแม่ พี่ น้อง น้า อา และเพื่อน แม่ดูแลพวกเราอย่างดี แนะนำในเรื่องการเรียน พอเรียนจบมีงานทำ ตนก็ยังได้แวะไปเยี่ยมแม่และน้องๆเป็นประจำ รวมทั้งยังได้พาลูกสาวไปด้วย ปัจจุบันแม่ได้เสียชีวิตไปแล้ว อยากจะบอกว่า เงินที่บริจาคให้แก่มูลนิธิฯ เป็นการให้ชีวิตให้โอกาสคน ให้มีที่ยืนได้อย่างมั่นคงในสังคมอีกหนึ่งความสำเร็จของลูกโสสะ “ชอุ่ม พนาลี” เจ้าของสวนผลไม้ จ.นครศรีธรรมราช บอกว่า เธอกำพร้าทั้งพ่อและแม่จึงเข้าไปอยู่ในบ้านโสสะตั้งแต่อายุ 12 ปี จนเรียนจบ ปวส. ตอนนี้ได้เป็นเจ้าของสวนยาง สวนผล–ไม้ เพราะความรักความเอาใจใส่ดูแลของแม่โสสะที่อบรมให้เราเป็นคนดี และสอนตลอดว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับมานั้น พยายามใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ต้องรู้ค่าของเงิน ต้องรู้จักประหยัด ปิดท้ายด้วย ชุดติมาพร ธรรมวิฐาน นักวิชาการสิ่งแวดล้อม บริษัทเอกชน ได้เล่าว่า ช่วงเด็กเคยถูกเพื่อนล้อว่าเป็นลูกโสสะ แต่ตนไม่รู้สึกอาย กลับยอมรับและภูมิใจ ยังบอกน้องๆ ว่า เรามีโอกาสขนาดนี้ บางคนยังไม่ได้รับโอกาสเท่าเราเลย ได้มีบ้าน มีครอบครัว ได้รับการศึกษา มูลนิธิฯให้โอกาสเราผลักดันให้เราเป็นคนดีมีอนาคต.