เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนนี้หัวหน้าทีมซอกแซกได้เขียนถึงงานสงกรานต์ไทยข้ามทวีป ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 22 และ 29 เมษายน 2560 ณ มหานครนิวยอร์ก บริเวณถนนวูดไซด์อเวนิว ระหว่างถนน 75–77 เอ็มเฮิร์ทควีนส์ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างเทศบาลนครนิวยอร์ก ชุมชนชาวไทย และหน่วยงานรัฐบาลไทยที่ประจำการอยู่ในนิวยอร์กอีกทั้งยังมีผู้สนับสนุนข้ามชาติอย่าง “ไทยเบฟ” ที่ให้การสนับสนุนอย่างไม่ลังเล ตามแนว ความคิดของบอสใหญ่ “คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี” ที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตามบนโลกนี้ ได้ร่วมกันอนุรักษ์ เรียนรู้ สืบสาน และบอกเล่าเรื่องราวของมรดกทางวัฒนธรรมอันลํ้าค่าของไทยให้คนทั่วโลกได้รู้จักมากขึ้นเมื่อได้รับคำเชิญจากทางไทยเบฟ ทีมงานซอกแซกจึงส่งผม “ซูม จูเนียร์” ในฐานะนิวยอร์ก-เกอร์เก่า เป็นตัวแทนไปเกาะติดบรรยากาศงานสงกรานต์ในนิวยอร์กครั้งนี้ ซึ่งผมก็ยินดีรับด้วยความเต็มใจ เพราะจะได้ถือโอกาสกลับไปเยี่ยมถิ่นเดิมของผมด้วยงาน “ถนนคนเดินปีใหม่ไทย สงกรานต์ 2017” ยังคงจัดขึ้นที่ถนนวูดไซด์อเวนิว บริเวณถนน 75-77 เหมือนปีที่แล้วครับ เพียงแต่ขยายให้ยาวขึ้น และยิ่งใหญ่มากขึ้นเนื่องจากถนนเส้นนี้อยู่ไม่ไกลจากรถใต้ดิน และอยู่ไม่ห่างจาก “วัดพุทธไทยถาวรวนาราม” ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของชาวไทยในนิวยอร์กไม่กี่กิโลเมตร ดังนั้นใครที่จะมาทำบุญที่วัดไทยก็ต้องเดินหรือขับรถผ่านถนนเส้นนี้จึงทำให้มีร้านอาหารไทย และร้านขายของชำที่นำเข้าสินค้าต่างๆ จากเมืองไทย มาเปิดกิจการมากขึ้น จนปัจจุบันถนนสายนี้ได้กลายเป็นย่าน “ไทยทาวน์” ประจำเมืองนิวยอร์ก ที่เป็นที่รู้จักของทั้งชาวไทยและชาวอเมริกันไปเป็นที่เรียบร้อยงานสงกรานต์ที่นิวยอร์กปีนี้ ถูกจัดในรูปแบบของถนนคนเดิน มีกิจกรรมต่างๆ มากมายบนสองข้างทาง โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงถนนช่วงแรกระหว่างถนน 75-76 มีเวทีกลางที่มีการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมสลับสับเปลี่ยนตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทย ที่แสดงโดยเด็กๆไทยที่เกิดในนิวยอร์กการประกวดนางงามวัฒนธรรมที่ไม่ได้มีแต่ “สาวๆ” เท่านั้น ที่สามารถเข้าประกวดได้ แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนในชุมชนไทยมีส่วนร่วมจึงแบ่งการประกวดออกเป็น 5 รุ่นด้วยกันคือ “รุ่น ส.ว.” (หรือ “รุ่นสูงวัย”) “รุ่นสาวๆ” “รุ่นเด็ก” “แม่และเด็ก” และ “ผู้ชาย”หรือการประกวดทำอาหารโดยเชิญชาวต่างชาติที่มาเดินในงานขึ้นไปปรุงเมนูที่เตรียมไว้ให้ มีกรรมการมาชิมอย่างจริงจัง ซึ่งรอบที่ผมไปยืนดูอยู่นั้น ผู้ชนะเป็นชาวนิวยอร์กจากเมืองบรู๊คลิน ที่แวะมาซื้อเครื่อง ปรุงอาหารไทย และได้ขึ้นไปร่วมกิจกรรมเขยิบออกมาอีกนิดก็จะเป็นซุ้มของสมาคมชาวไทยภาคต่างๆ ทั้ง 4 ภาคที่ย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่นิวยอร์กซึ่งทั้ง 4 สมาคมก็จะตกแต่งบูธด้วยงานศิลปะและงานหัตถกรรมที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของภาคนั้นๆ อย่างสมาคมชาวเหนือก็ตกแต่งด้วยตุง ชาวอีสานก็ตกแต่งด้วยผ้าขาวม้า สมาคมทักษิณนิวยอร์กก็ตกแต่งด้วยหนังตะลุง และสุดท้ายเป็นซุ้มของศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์กที่ได้ตั้งโต๊ะสรงนํ้าพระไว้ให้มาสรงนํ้าและขอพรกันซุ้มสุดท้ายก่อนที่จะข้ามไปยังถนน 76 ก็จะเป็นโต๊ะสรงนํ้าขอพรพระประจำวันเกิด ซึ่งซุ้มนี้เป็นซุ้มที่มีคนให้ความสนใจมากที่สุดอีกซุ้มหนึ่งเช่นกันสำหรับช่วงถนนที่สองระหว่าง 76-77 นั้นเน้นเรื่องของอาหารไทยทั้งคาวและหวาน เพราะในปัจจุบันชาวต่างชาตินั้นรู้จักอาหารไทยมากขึ้น และติดอันดับต้นๆของโลกเลยก็ว่าได้บนถนนนี้จึงมีซุ้มอาหารไทยตั้งเรียงรายเป็นจำนวนมาก มีคนมาต่อแถวซื้ออาหารกันอย่างล้นหลาม รวมไปถึงร้านอาหารไทยทุกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้ก็คนแน่นขนัดจนต้องออกมายืนรอเป็นแถวยาวหน้าร้านนอกจากอาหารไทยแล้วบนถนนนี้ยังมีเวทีมวยไทยจำลองที่เรียกเสียงเชียร์ดังสนั่นทุกครั้งที่มีการขึ้นชก และสุดท้ายก็เป็น “อาร์ตสตรีท” สำหรับเด็กๆได้เล่น ได้ระบายสีกันถึงแม้ว่าในวันแรกของการจัดงานจะมีฝนโปรยมาให้ชุ่มฉ่ำตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อคนที่มาเที่ยวงานทั้งชาวอเมริกัน และชาวไทยน่าจะมีจำนวนคนที่มางานสงกรานต์ในปีนี้มีกว่า 5 พันคน และคาดว่าเสาร์ที่ 29 เม.ย.นี้ ซึ่งจะจัดขึ้นอีก 1 วัน และจะยิ่งใหญ่กว่านี้อีก น่าจะมีคนมาเที่ยวเป็นหมื่นคนขึ้นไปมากขึ้นกว่าปีที่แล้วหลายเท่าตัวท่านประธานสภาเทศบาลนครนิวยอร์ก คุณ Daniel Dromm (ดาเนียล โดรม) ได้ให้สัมภาษณ์ไว้กับสื่อตอนเปิดงานว่า “งานนี้ถือเป็นงานใหญ่ในแง่ของวัฒนธรรม อยากจะให้มีงานสงกรานต์แบบไทยๆนี้อย่างต่อเนื่องทุกๆปี เพื่อให้ชาวอเมริกันรู้ซึ้งถึงความเป็นไทยมากขึ้น และอยากจะให้เป็นงานที่ใหญ่ขึ้นในปีต่อๆไป”จากการที่ผมได้มาร่วมงานสงกรานต์ในนิวยอร์กครั้งนี้ ต้องขอชื่นชม “คุณพิสิษฐ์ จรูญศรีสวัสดิ์” และ “คุณยุทธนา ลิ้มเลิศวาที” รวมถึงผู้มีส่วนร่วมในงานนี้ทุกท่าน ที่ร่วมมือร่วมใจจนงานได้ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น ไม่ว่าจะเรื่องจำนวนผู้เข้าชมงาน และการทำให้คนอเมริกันรู้จัก “ประเทศไทย” ของเราในแง่มุมที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นซึ่งในวันข้างหน้างานสงกรานต์ในครั้งนี้อาจจะส่งผลต่อไปถึงเรื่องของเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศไทยก็เป็นได้และที่สำคัญผมก็เชื่ออย่างที่หัวหน้าทีมซอกแซกได้เขียนเอาไว้ว่า “ไม่ว่าชุมชนไทยไปอยู่แห่งหนไหนในโลกก็ยังรักและไม่ลืมประเทศไทย” ของเราจริงๆครับ.“ซูม จูเนียร์”