เข้าตำรา “ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน” ของคู่รักคนดังชาวฮอลลีวูด ได้แก่ เบน แอฟเฟล็ก เจ้าของบทแบทแมนหรือมนุษย์ค้างคาวคนล่าสุด กับศรีภรรยา เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ ที่ไม่นานมานี้ได้แจ้งข่าวดีเรื่องยกเลิกความคิดที่จะหย่ากันซะแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับแฟนคลับที่เชียร์ฮุเล ฮุเล ฮุเล ฮาฮาให้ทั้งเบนกับเจนนิเฟอร์รีเทิร์นเลิฟกลับมาหวานแหววกันอีกครั้ง เพราะยังไงซะทั้งคู่ยังดูเหมาะสมกันดีอีกประการ ได้สร้างครอบครัวจนมีลูกๆที่น่าเอ็นดูเป็นพยานรักแล้ว ถ้าจะหย่ากันคงทำร้ายจิตใจลูกอยู่พอสมควร เนื่องจากลูกๆ แสดงออกชัดเจนว่าต้องการให้พ่อแม่กลับมารักกันอีกคู่นี้เค้ามีลูกน่ารักด้วยกัน 3 คน ได้แก่ ไวโอเลต, เซราฟีน่า และซามูเอล ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงแรกรุ่นที่ต้องการความเอาใจใส่จากทั้งพ่อและแม่ดังนั้นการที่เบนและเจนนิเฟอร์กลับมาปรับความเข้าใจกันได้อีกครั้ง แถมมีภาพอี๋อ๋อพูดหยอกล้อแซวกันเหมือนสมัยที่รักกันอยู่ จึงเป็นภาพที่แฟนคลับรู้สึกชื่นใจตามไปด้วย ในเมื่อคิดจะเลิกกันได้ แต่ที่สุดก็ยั้งไว้และหันกลับมาทบทวนว่าควรจะหย่ากันดีจริงหรือ? จนได้คำตอบว่า คู่ของเราคงตัดกันไม่ขาด ถ้างั้นกลับมาคืนดีกันใหม่ยังเก๋ซะกว่า จึงนับเป็นความพยายามของทั้งคู่ที่จะประคองชีวิตรักกันต่อไปแม้จะรู้ๆกันอยู่อ่ะนะ ว่าการมีชีวิตคู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าไม่เรื่องมากจนเกินไปและทำเป็นลืมๆเรื่องที่เคยผิดใจกันมาก่อนไปซะบ้าง ก็ใช่ว่าเราจะกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้ ยังไม่สายเกินไปแน่ประเด็นก็คือ การกลับมาเริ่มปลูกต้นรักกันใหม่หรือกลับมาอยู่ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันอีกครั้ง มันย่อมต้องมีการปรับตัวเข้าหากันให้มากกว่าเดิมแต่คราวนี้ดีหน่อยตรงที่ทั้งสองสามี-ภรรยา ต่างมีประสบการณ์และเรียนรู้มาแล้วไง ว่ามีสิ่งไหนที่คุณรับอีกคนหนึ่งได้ และมีสิ่งใดที่คุณรับเค้าไม่ได้ ในทางกลับกันเค้าก็จะทราบว่าควรตั้งรับหากเกิดสถานการณ์ที่จะนำมาซึ่งความขัดแย้งได้อย่างไร? จะว่าเป็นข้อดีที่ผ่านการตบตี เอ้ย ....ข้อดีที่ผ่านประสบการณ์ทั้งดีและร้ายร่วมกันมาแล้วก็ว่าได้ เพราะบทเรียนที่ผ่านมาจะไปสอนทั้งคู่ในอนาคตไงแล้ว ต่อไปนี้จะได้หลบหลีกหากเกิดปัญหาซ้ำๆเดิมๆได้ง่ายขึ้น และจะได้หาทางปรองดองกันมากขึ้นด้วย ส่วนคนที่เคยรักกันจนถึงจุดใกล้แตกแยกเดินกันคนละทาง แต่กลับเลี้ยวมาหวานชื่นกันอีกอย่างนี้ไม่ใช่จะพบเจอกันได้บ่อยๆ ส่วนใหญ่ถ้าคิดจะเลิกกันแล้ว มักทำสำเร็จทุกราย เพราะใจไม่อยากอยู่ด้วยกันแล้วไง ดังนั้นเมื่อเกิดกรณีที่น่ายินดีอย่างยิ่งว่าทั้งสองคนจะกลับมาคืนดีกัน และร่วมสร้างครอบครัวไปพร้อมกันอีกครั้ง ความแน่นอนและสิ่งที่ควรทำ จึงอย่าปล่อย ปละละเลยสิ่งต่อไปนี้......1.สิ่งเดิมๆที่คุณเคยทำ และรู้แล้วว่า คู่ของคุณไม่รู้สึกดีกับมันด้วยก็อย่าทำ อีกเลยเช่น หากฝ่ายชายเคยเจ้าชู้ ถ้าคุณตัดสินใจอยากกลับมาคบกับแฟนตัวจริงต่อไป ฝ่ายชายต้องรู้ตัวแล้วล่ะว่า ควรหยุด, ละและเลิกนิสัยพ่อไก่แจ้ หรือความเป็นพ่อปลาไหลได้แล้ว เนื่องจากสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ? ที่เป็นหนึ่งในหลายปัญหาที่เกือบทำให้ครอบครัวแตกแยกกันไปคนละทิศละทางและทำลายครอบครัวบางคนบอกบางทีก็แก้ไขเรื่องความเจ้าชู้ของตัวเองไม่ได้นะ เพราะอาจติดเป็นนิสัยหรือสันดานกันไปแล้ว แต่คุณกล้าเสี่ยงจะเจ้าชู้อีกไหมล่ะ? หากผลลัพธ์นั้นมีแต่บั่นทอนเครดิตตัวเองให้กลายเป็นคนไม่น่าเชื่อถือน่ะ เหตุนี้ถ้าคุณยังประสงค์อยากทำตัวเสเพลไปเรื่อย โอกาสที่รักจะรีเทิร์นคุณว่ามันมีทางเป็นไปได้รึ?ฉะนั้น เลิกซะเถอะ ไอ้นิสัยที่อีกฝ่ายรับไม่ได้โดยเฉพาะเรื่องเจ้าชู้เนี่ยอย่าลืมว่า ถ้าคุณเจ้าชู้ได้ อีกฝ่ายเค้าก็เจ้าชู้เป็น ขืนหนามยอกเอาหนามบ่งคงไม่กลับมารักกัน2.หันมาโอนอ่อนผ่อนตามกันเถอะจากเมื่อก่อนคุณเป็นคนแข็งโป๊ก ส่วนเค้าก็แข็งไม่ยอมใครเหมียนกัน อย่างนี้คงไม่ดีแน่ คุณควรลดราวาศอกเรื่องความแข็งกระด้างของคุณลงซะบ้าง โถมันจะยากแค่ไหนเชียว แถมไม่เป็นประโยชน์ต่อการผูกสัมพันธ์ครั้งใหม่เพื่อให้มันจีรังยั่งยืนเลยด้วย ดังนั้นอย่าปล่อยให้อีโก้ของตัวมาบดบังการกลับมารักกันใหม่เชียว3.ไม่ใช่แค่กลับมารัก, กลับมาเป็นแฟนกันใหม่ แต่ต้องเป็นเพื่อนให้กันได้ด้วยการเป็นแฟนกันอย่างเดียวมันไม่ช่วยให้ความผูกพันของทั้งคู่แน่นแฟ้นไปถึงไหนๆหรอก แต่ควรมี “ความเป็นเพื่อน” ด้วย นี่สิ ที่พูดคุยกันได้ นี่สิ ถึงจะเรียกว่า คู่ทุกข์คู่ยาก และอยู่เป็นเพื่อนกันไปนานๆของจริง จะช่วยให้ความสัมพันธ์ไปกันด้วยดี4.ขอเลยอย่าโกหกกัน เพราะถ้าโกหกแสดงว่าไม่จริงใจ แถมถ้าโกหกแล้วเกิดถูกจับได้เมื่อไหร่? ใครจะเชื่อถือคุณต่อไปอีกคิดหน่อย.@ @ @เมอร์ลิน