เหรียญมีสองด้าน สะพานต้องมีสองฝั่งเมื่อมีการกล่าวหาย่อมต้องมีการชี้แจงตอบโต้กันเป็นเรื่องธรรมดาหลังจาก อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กกระหน่ำใส่รัฐบาลทหารใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม ใส่ร้ายป้ายสี เรื่องคอร์รัปชัน ล้มล้างการปกครอง และใช้อภินิหารกฎหมายไล่บี้เก็บภาษีขายหุ้นชินคอร์ป 1.7 หมื่นล้าน“เสธ.ไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โทรโข่งรัฐบาล ออกมาสวนทันควัน สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการกับ “ทักษิณ” เป็นการทำตามกฎหมายเรื่องคดีความเกี่ยวกับนักการเมืองไม่ว่าจะเป็นใครแล้วสังคมตั้งข้อสงสัย หากไม่ดำเนินการจะถูกมองว่าเกี้ยเซียะ มีผลประโยชน์แอบแฝง แต่ถ้าทำก็ถูกมองว่าไล่ล่าดังนั้น รัฐบาลจึงนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ให้ศาลเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด สังคมจะได้ยอมรับ หมดข้อครหานินทาขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ประสานเสียงตอกย้ำ คสช.ทำในสิ่งที่ควรทำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำตามหน้าที่และทำตามกฎหมาย ไม่มีการกลั่นแกล้งทุกอย่างเป็นเรื่องของผลการกระทำ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็น “ทักษิณ” หรือครอบครัว การต่อสู้แก้ต่างก็ทำได้เหมือนคนอื่น ตามช่องทางกระบวนการยุติธรรม เป็นโอกาสแสดงความบริสุทธิ์ของตัวเองแจกแจงเรียบๆ ง่ายๆ ไม่ได้ออกแอ็กชั่นดุเดือดเลือดพล่านสักเท่าไหร่!!!แต่ที่แน่ๆ จากปรากฏการณ์ที่ “นายใหญ่” ขยับออกโรงโพสต์เฟซบุ๊กรัวหมัดชุดใส่รัฐบาล คสช. ชี้เป้าฝ่ายกุมอำนาจในประเทศไทยเปิดเกมไล่ล่าไม่สิ้นสุดนั่นก็เสมือนเป็นการส่งสัญญาณให้ลูกข่ายออกอาวุธตอบโต้รัฐบาลทหาร เปิดสงครามตัวแทนทิ่มแทง คสช.และที่มาตามนัดก็คือ เฮียเรือง-ไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีอากร ที่เคยยื่นเรื่องขอตรวจสอบภาษี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ประเด็นเช็คเงินสดที่แจ้งในบัญชีแสดงทรัพย์สินมีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่รอบนี้เบนเข็มหันมาจองกฐินถล่ม ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กระบี่มือหนึ่งด้านกฎหมายของรัฐบาล คสช.บุกถ้ำเสือยื่นหนังสือผ่านศูนย์บริการประชาชนถึง ดร.วิษณุ จี้ให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นระหว่างปี 2548-2557 และค่าใช้จ่ายส่งลูกไปเรียนต่อปริญญาโทและเอก ที่สหรัฐอเมริกา ใช้เงินไปเท่าไหร่ มีที่มาจากไหนพุ่งเป้าตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดเสียภาษีครบถ้วนหรือไม่???ใช้แผนย้อนเกล็ด ฐานเป็นตัวตั้ง ตัวตีใช้อภินิหารกฎหมายไล่บี้เก็บภาษีขายหุ้นชินคอร์ป “นายใหญ่”ขณะที่ ดร.วิษณุ ก็ทันเกมตอกกลับแบบเซียนกฎหมายว่า เรื่องนี้ไม่ขอชี้แจงกับคนทั่วไป เพราะได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. และแนบใบเสียภาษีเงินได้เรียบร้อยถ้ามีข้อสงสัยกรมสรรพากรและ ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบอยู่แล้ว ถ้าหน่วยงาน สงสัยยินดีชี้แจงทุกประการปล่อยให้ เฮียเรืองไกร ต้องชักตะพานแหงนเถ่อ...รอเก้อซะงั้น???แต่งานนี้ ห้ามกะพริบตา เพราะสงครามย้อนเกล็ดไม่หยุดแค่นี้แน่นอน!!!“พ่อลูกอิน”