ข้อหามีอาวุธสงครามเร่งล่าผู้ร้ายข้ามแดนศาลอนุมัติหมายจับ “โกตี๋” อดีตแกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานีแล้ว ในข้อหาครอบครองยุทธภัณฑ์อาวุธสงครามและความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ส่วนการตรวจค้นหาอาวุธสงครามและสิ่งผิด กฎหมายในตู้คอนเทนเนอร์ที่ปากน้ำครบหมดแล้วร่วม 4 พันตู้แต่ไม่พบร่องรอยอาวุธสงครามหรือสิ่ง ผิดกฎหมายใดๆศาลอนุมัติหมายจับ “โกตี๋” แล้ว จากกรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร กกล.รส. สนธิกำลังใช้ มาตรา 44 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ที่มีนายธีรชัย อุตรวิเชียร อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/30 หมู่ 7 ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองสมุทรปราการ เป็นผู้ดูแลบ้าน ผลการตรวจค้นพบอาวุธสงครามจำนวนมากและจับกุมเครือข่ายอีก 9 คน พร้อมขยายผลตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการด้วยต่อมาเวลา 15.00 น. วันที่ 22 มี.ค. ที่กองบังคับ การปราบปราม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. เรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ประกอบด้วย พนักงานสอบสวนกองปราบปราม พนักงานสอบสวน ภ.จ.ปทุมธานี และ ภ.จ.สมุทรปราการเพื่อติดตามความคืบหน้าเร่งรัดดำเนินการออกหมายจับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” อดีตแกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ที่หลบหนีอยู่ในประเทศ สปป.ลาว กับพวกรวม 6 คนทั้งนี้ ภายหลังการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.อ.ศรีวราห์เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาล อาญาเพื่อขอออกหมายจับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” อดีตแกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของรายอื่นๆอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการออกหมายจับ เบื้องต้นพบผู้กระทำความผิดร่วมมากกว่า 10 ราย และในวันที่ 24 มี.ค.นี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะนำตัวผู้ร่วมขบวนการที่อยู่ในการควบคุมตัวทั้งหมดมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอนต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลตรวจสำนวนพยานหลักฐานและพิเคราะห์แล้ว เห็นตามคำร้องของพนักงาน สอบสวนกองปราบปรามจึงอนุมัติออกหมายจับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” ในข้อหาครอบครองยุทธภัณฑ์อาวุธสงครามและความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ในส่วนของผู้ต้องหา 9 รายที่อยู่ในความควบคุมของฝ่ายความมั่นคง พนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับในวันเดียวกันนี้ 7 ราย ในข้อหาครอบครองยุทธภัณฑ์อาวุธสงคราม และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ส่วนผู้ต้องหารายอื่นๆอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเย็นวันเดียวกัน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผบก.ภ.จ.อ่างทอง ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าชุดในการตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์เพื่อหาอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด พ.ต.อ.วสันต์ บุญเจริญ รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผกก.สภ.บางพลี พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางแก้ว ตัวแทนทหารร้อย รส.21 พัน. 2 รอ. และตัวแทนบริษัท เกรทติ้ง ฟอร์จูน คอนเทนเนอร์ เซอร์วิส จำกัด ได้สรุปผลการตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ภายในบริษัท เกรทติ้ง ฟอร์จูน คอนเทนเนอร์ เซอร์วิส จำกัด ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และในลานซอยกิ่งแก้ว 33 ซึ่งเป็นสาขา โดยตรวจค้นตู้ทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้วรวมทั้งหมด 3,803 ตู้ ในระยะเวลา 5 วัน แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใดขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัวนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ว่า การข่าวช่วงนี้ยอมรับว่าสถานการณ์ยังไม่น่าไว้ใจ เพราะผลการตรวจค้นในพื้นที่ 9 จุด พบกลุ่มบุคคลและอาวุธสงครามจำนวนมากซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดโดยเฉพาะนายวุฒิพงศ์ ซึ่งการข่าวพบว่าหลบหนีอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามทำการประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป