อย่ามองแต่ภาพใหญ่ จนละเลยจุดเล็กๆดีครับ...ถ้าจะแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันจะต้องทำกันอย่างจริงๆจังๆ ครอบคลุมไปทั้งระบบจึงพอจะมองเห็นหนทางสำเร็จได้ป.ป.ช.มีมติเห็นชอบให้กำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐที่จะต้องมีหน้าที่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินเพิ่มเติมแยกเป็นหน่วยงานต่างๆ ดังนี้1.สถาบันอุดมศึกษาในสังกัดรัฐได้แก่รองอธิการบดี 2.สถาบันศึกษาในกำกับรัฐได้แก่รองอธิการบดี 3.องค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักช่าง4.เทศบาลนคร ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการช่าง 5.เทศบาลเมือง ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการสำนักงานช่าง 6.เทศบาลตำบล ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการสำนักช่าง7.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดีผู้บัญชาการสำนักงานตรวจสอบภายใน ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติ การตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้บัญชาการกำลังพล ผู้บัญชาการสันติบาล ผู้บัญชาการ ตชด. เป็นต้นนอกจากนั้นในระดับรองสังกัดสำนักงานต่างๆ ก็จะต้องยื่นด้วยระดับผู้บังคับการในหน่วยงานสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานที่มีลักษณะจะต้องเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และการใช้งบประมาณสูงก็เช่นเดียวกันทั้งนี้ให้เริ่มต้นแสดงบัญชีตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.-2 พ.ค.2560 ส่วนตำแหน่งสำคัญได้ข้อกำหนดให้แสดงทรัพย์สินอยู่แล้วกติกาใหม่ถือว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นทางหนึ่งที่จะควบคุมและป้องกันการทุจริตได้แต่มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งก็คือ การแสดงทรัพย์สินนั้นไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะเพียงแต่ให้ ป.ป.ช.เก็บเอาไว้เท่านั้น เพื่อจะดูว่าแต่ละปีจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นหรือลดลงไม่ได้ตรวจสอบถึงที่มาและมีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่?ช่องโหว่ตรงนี้จึงมีการพูดกันว่า หากจะแก้ไขปัญหาให้ได้จริงๆ ก็ควรที่จะมีการตรวจสอบด้วยว่าได้มาอย่างไร เสียภาษีถูกต้องหรือไม่เพราะมิฉะนั้นก็เป็นได้เพียงแค่พิธีกรรมเท่านั้นอย่างกรณีที่ สตง. ได้ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. พิจารณาว่าบรรดานักการเมืองที่จะต้องแสดงทรัพย์นั้นเริ่มเข้ารับตำแหน่งมีรายได้เท่าใด แต่หากว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นได้มีการตรวจสอบหรือไม่ว่าเสียภาษีถูกต้องหรือไม่มีนักการเมืองราว 60 คน ที่อยู่ข่ายชวนให้น่าสงสัยป.ป.ช. อ้างว่าไม่มีอำนาจและหน้าที่ในการตรวจสอบว่าเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ มีหน้าที่เพียงแค่ว่าตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินว่ามีจำนวนเท่าใด ได้มาอย่างไร เพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหนตรงนี้ก็เช่นกัน นอกเหนือจากว่าบางคนที่มีรายได้ลดลงคงไม่เป็นไร แต่ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นนั้นได้มาอย่างไร เพราะยิ่งบรรดารัฐมนตรีนั้นมีข้อห้ามต่างๆควบคุมอยู่แล้วแต่ถ้ามีรายได้เพิ่มขึ้นจำนวนมากก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกันว่าได้มาอย่างไร เพราะเงินเดือนในตำแหน่งรัฐมนตรีก็ไม่ได้มากมายอะไรจึงมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบประเด็นนี้ด้วยคือเพิ่มอำนาจให้ ป.ป.ช. สามารถส่งเรื่องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะกระทรวงการคลังตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งว่ามีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่แม้จะต้องเสียเวลาในการตรวจสอบอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันไม่น่าจะยุ่งยาก เพราะด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยแค่กดปุ่มปั๊บก็ได้เรื่องแล้วคนสุจริตโปร่งใสคงไม่ต้องกลัว แต่พวกโกงกินนั้นหวั่นไหวแน่.“สายล่อฟ้า”