“ชีวิตทำสวนยางในที่ดิน 14 ไร่ มาตั้งแต่เกิดจนอายุ 50 ปี ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น ไม่มีเงินเก็บ เบื่อราคายาง เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ช่วงฤดูปิดกรีด ไม่มีจะกิน เมื่อ 15 ปีก่อน สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) พาไปเรียนรู้วิธีปลูกไม้ผลแซมในสวนยาง ที่ศูนย์การศึกษาพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส กลับมาทำตามแนวทางในหลวงรัชกาลที่ 9 วันนี้ชีวิตเปลี่ยนไปมีกิน มีใช้ มีเงินเหลือเก็บไว้ให้ลูกหลาน” ลุงวิเวก บุญช่วย ชาวสวนยาง วัย 65 ปี หมู่ 7 ต.เกาะขันธ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เกษตรกรผู้ดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” บอกว่า หลังปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางพาราแซมด้วยไม้ผลลงมังคุด ขนุน และหมากแซมยาง 10 ไร่ อีก 4 ไร่ ปลูกบ้าน เลี้ยงวัว เลี้ยงเป็ดไข่ เลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่ดำ และขุดบ่อเลี้ยงปลา ขนาด 15×15 เมตร อีก 2 บ่อ มีทั้งปลาทับทิม ปลานิล และปลาดุก “แปลงผลไม้ผสมสวนยางพารา สร้างรายได้เพิ่มขึ้นทุกๆปี ตั้งแต่การกรีดยางด้วยตัวเองมีรายได้ปีละ 40,000 บาท มังคุดปีละ 4,000 กก. กก.ละ 70 บาท ขายได้ 280,000 บาท ขายเป็ด ไก่พื้นเมือง และไก่ดำ ได้อีก 50,000 บาท ส่วนวัวอีก 6 ตัว จะมีรายได้ 20,000 บาท ส่วนปลาขายได้ 10,000 บาท เฉพาะปี 59 ที่ผ่านมา ได้เงิน 400,000 บาท ถ้านับรวมกัน 15 ปีที่ทำแบบนี้มีเงินล้านไว้แล้ว”ลุงวิเวก เล่าถึงการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ไม่ใช่ว่าจะรวยมีเงินล้านแล้วใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย เพราะเราอาจจะกลับมาเป็นคนจนได้ หากไม่รู้จักประหยัด...ได้เห็น ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงประหยัด รองเท้าขาดก็ให้ช่างซ่อมนำกลับมาใช้ได้อีก เลยคิดว่าตัวเราเป็นเกษตรกร ไม่ใช่นักธุรกิจอะไร ไม่จำเป็นต้องใช้มือถือ เพราะมีทั้งค่าโทร.ค่าซ่อม หากจะคุยธุระกับใครก็ขี่จักรยานไปหาไปพูดคุยกันเลย ไม่เปลืองเงินแถมได้ออกกำลังกายด้วย การปลูกไม้ผลแซมสวนยางก็เช่นเดียวกัน ต้องใส่ปุ๋ย ใช้มูลวัว ขี้ไก่ที่เลี้ยงไว้นี่แหละ หมักผสมกับสารชีวภาพที่กรมพัฒนาที่ดินนำให้มาใช้ฟรีๆ ทำให้ลดต้นทุนค่าปุ๋ยไปได้มากโข“น้ำท่วมที่ผ่านมา หลายคนเดือดร้อนเพราะกรีดยางไม่ได้ บางสวนเสียหาย แต่สวนเราไม่เดือดร้อน เพราะมีผลไม้ไว้กิน อย่างขนุน แม้มันจะดิบเอามาต้มกินประทังชีวิตได้ แถมยังมีไก่ที่เลี้ยงไว้ ส่วนปลา ถึงแม้จะไปตามน้ำ แต่น้ำลดลงยังเหลืออยู่ให้เลี้ยงต่อไป” ทุกวันนี้ ลุงวิเวก บอกว่า ไม่ต้องคิดอะไรมาก ห่วงแค่ลูกหลาน ไม่จำเป็น ไม่ให้ขี่มอเตอร์ไซค์ ไม่ให้ใช้โทรศัพท์มือถือ เพราะพวกนี้เป็นค่าใช้จ่ายทั้งนั้น เสียก็ต้องซ่อม ต้องเติมน้ำมัน ขี่ไปล้มคว่ำ บาดเจ็บเสียค่ายา ค่ารักษา แล้วยังต้องซ่อมรถอีก สอนให้ทุกคนควรพึงระลึกเสมอตามคำ “พ่อหลวง” อยู่อย่างพอเพียง อยู่อย่างประหยัดดีที่สุด.ไชยรัตน์ ส้มฉุน