มหาวิกฤตินํ้าท่วมกรุงเทพฯ ปริมณฑลถูกนำไปโขยกขย่ม อย่างดุเดือดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ความไม่เป็นท่าในการบริหารจัดการนํ้าท่วมของนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ถูก สส.ทั้งฝ่ายค้านและ ฝ่ายรัฐบาลรุมสับเละไม่มีชิ้นดี แม้แต่ สส.พรรคภูมิใจไทย ยังร่วมถล่มความบ้อเท่าโล่ของรัฐบาลจนสะบัก สะบอม“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าการอภิปรายปัญหานํ้าท่วมในสภาฯแตกประเด็นออกมาหลายแง่หลายมุมแต่สรุปแล้วเหลือประเด็นเดียว...คือความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการบริหารจัดการนํ้าท่วมและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องผู้ประสบภัย1, การเตรียมแผนป้องกันวิบัติภัยธรรมชาติห่วยแตก2, การเตือนภัยนํ้าท่วมล่วงหน้าก็ห่วยแตก3, การเผชิญเหตุเมื่อเกิดนํ้าท่วมแล้วก็ห่วยแตก4, การให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยก็ห่วยแตก5, การฟื้นฟูเยียวยาประชาชนหลังนํ้าท่วมก็คงจะห่วยแตก ซํ้ารอยความห่วยแตกนํ้าท่วมหาดใหญ่ที่ผ่านมา??สรุปแบบไม่ต้องสรุปคือการบริหารจัดการวิกฤตินํ้าท่วมของนายกฯอนุทินสอบตกทุกขั้นตอนไม่มีตรงไหนที่จะชื่นชมรัฐบาลได้แม้แต่ประเด็นเดียวหากไม่มีกลุ่มจิตอาสาหน่วยกู้ภัยเอกชน ไปช่วยแจกข้าวกล่อง แจกนํ้าดื่มให้พี่น้องผู้ประสบภัย ช่วยขนส่งผู้ป่วยติดเตียงออกมาอยู่ในที่ปลอดภัย และอื่นๆอีกมากมายวิกฤตินํ้าท่วมกรุงเทพฯจะเลวร้ายกว่านี้อีกหลายเท่าตัว!!“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า การไร้ความสามารถในการบริหารจัดการวิบัติภัยธรรมชาติเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยอย่างแท้จริงแถมการเป็นนายกรัฐมนตรีควบ รมว.มหาดไทยยิ่งเป็นความบกพร่องที่นายกฯอนุทินต้องรับเละไปเต็มๆ“แม่ลูกจันทร์” มองว่าโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลคือต้องวางแผนรับวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ที่แตกต่างจากเดิมเพราะยุคนี้การเกิดน้ำท่วมใหญ่ไม่ได้เกิดจากพายุถล่ม น้ำเหนือล้นทะลัก และน้ำทะเลหนุนอย่างเดียวแต่น้ำท่วมใหญ่เกิดจากเรนบอมบ์ ฝนตกถล่ม ฝนตกกระหน่ำและฝนตกแช่ติดต่อกันหลายวันอย่างไรก็ดี “แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยที่รัฐบาลจะเดินหน้า “โครงการก่อสร้างคลองผันน้ำชัยนาท–ป่าสัก” ผ่านสระบุรี ปทุมธานี นครนายก เพื่อแบ่งน้ำหลากจากเขื่อนเจ้าพระยาไปออกอ่าวไทยที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยะทาง 270 กม.วงเงิน 160,000 ล้านบาทใช้เวลาก่อสร้าง 8 ปีแต่ปัญหาคือเวลา 8 ปียาวนานเกินไปและการจะกู้เงินอีก 160,000 ล้านบาทมาลงทุนโครงการนี้อาจติดเพดานก่อหนี้รัฐบาลอย่างแน่นอน“แม่ลูกจันทร์” ขอเสนอให้ นายกฯอนุทิน โยก พ.ร.ก.กู้เงินด่วน 2 แสนล้านบาทที่จะมาใช้เปลี่ยนผ่านพลังงานเอามาใช้ลงทุนแก้ปัญหาน้ำท่วม เป็นวาระเร่งด่วนแทนเพราะวิกฤติน้ำท่วมสร้างความเดือดร้อนแสนสาหัสต่อประชาชนวิกฤติน้ำท่วมสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงโยกเงินกู้สองแสนล้านบาทมาลุยแก้ปัญหาน้ำท่วมดีกว่านะโยม.“แม่ลูกจันทร์”คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม