“หนู” ไม่ถูกโฉลกกับน้ำ โดนน้ำกรอกรู สำลักหูตาเหลือกทุกที กำลังโกอินเตอร์อยู่แท้ๆ สถานการณ์ฉุกเฉิน “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องรีบตัดจบโปรแกรม บินด่วนกลับจากภารกิจประชุมยูเอ็นที่สหรัฐอเมริกา ต่อเนื่องโรดโชว์นักลงทุนที่ลอนดอน อังกฤษปรับอารมณ์จากเวทีโลก โดดลงมาลุยน้ำท่วมกรุงเทพฯถอดสูทหรูใส่เสื้อโปโล ไม่ทันได้โชว์ฟอร์มแถลงผลสำเร็จดีลภาษี อวดคิวทองตีระฆังตลาดหุ้นนิวยอร์ก ก็ต้องมาแบกหน้ารับเสียงด่าบ้อท่าบริหารวิกฤติภัยพิบัติโดนรุมถล่ม รองรับอารมณ์เดือดดาลของประชาชนที่เดือดร้อนแสนสาหัสเดจาวูน้ำซัดหาดใหญ่ ถึงคิวกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการจมบาดาล สภาพบ้านเรือนถูกน้ำท่วม รถยนต์จมน้ำ ทรัพย์สินเสียหาย อดอาหาร ติดอยู่ในน้ำล้อม ขาดแคลนน้ำดื่ม ไฟฟ้าดับ ประปาโดนตัดทั้งเสียขวัญ ตกใจ ตื่นกลัว เครียด แค้นใจ โมโหหิวมันคืออาการธรรมชาติของมนุษย์ยามตื่นภัย “ป่วยการจะฝืน” กระแสถล่ม แทนที่ จะบ้องตื้น ปล่อยก๊วนไอโอ แก๊งมโน ปากหมา สายแห่รัฐบาล ไล่ด่าสวนชาวบ้านในโซเชียลฯ โดยอารมณ์ผู้นำที่ “เข้าใจโลก” ก็ถือเป็นข้อเด่นของ “นายกฯหนู” ที่กล้าสู้กระแสกระแทกหนักๆไม่หน้าบาง ไม่หนีแรงเสียดทานรู้ทั้งรู้ว่าโดนแน่ แต่ก็บากหน้าเข้าไปให้ด่า ไม่เถียง ไม่แก้ตัวใดๆสไตล์เกรียนเซราะกราว ไม่มีแอ็ก ไม่มีกั๊กฟอร์ม ไม่กลัวเสียหน้า บุกเข้าถึงพื้นที่หน้างาน ลีลาบ้านๆ ควักเงินส่วนตัวจ่ายงานให้ทีมคนรอบข้างช่วยกันล้วงกระเป๋า เหมาร้านอาหารตามสั่งในชุมชนสั่งข้าวผัดกะเพรา คิดเมนูข้าวราดยำปลาทูน่า จัดกันด่วนๆเฉพาะหน้าด่าแล้วก็ยังได้รับแจกข้าว น้ำ ผ่อนคลายอารมณ์โมโหหิวก็แบบที่เห็นชาวบ้านส่วนใหญ่พอได้รับของแจก ก็เปลี่ยนเสียงเป็นอ้อน ถือโอกาสร้องเรียนตรงกับนายกฯ ขอความช่วยเหลือกันสดๆตรงหน้า พากันขอบคุณผู้นำรัฐบาลที่ลุยถึงหน้างานไม่ใช่นายกฯผู้ดีที่เอาแต่สั่งการ ตีนแห้งอยู่บนหอคอยงาช้างเล่นบทจริงใจซื้อใจ ผ่อนหนักเป็นเบา “นายกฯหนู” ไม่ปล่อยให้กระแสหมั่นไส้ไหลตามระดับน้ำในจังหวะสถานการณ์คาบลูกคาบดอก “น้ำนองนัวเนียการเมือง” ฝนพันปีกระหน่ำซ้ำก๊วนเซราะกราว ภูมิใจไทย ที่กำลังตกที่นั่งผู้ร้ายในแนวรบชิงกระแสต่อเนื่องตามท้องเรื่องพายุอารมณ์ถล่มรัฐบาลโดนด่าหนัก ทั้งๆที่ว่ากันไป ทีมของ “นายกฯหนู” ก็พลาดแค่ในมุมของการเตือนภัย ในความรับผิดชอบของกรมอุตุนิยมวิทยา ภายใต้การกำกับของ “ลูกนก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯด้วยมาตรฐาน “ลูกเทพ” ทำให้โซเชียลฯหมั่นไส้ แห่ไปเชื่อเพจดังของอินฟลูฯมากกว่าที่ตลกก็คือเพจที่ว่าก็เอาข้อมูลดาวเทียมของกรมอุตุนิยมวิทยาไปทำนาย แต่อาศัยการนำเสนอที่เร้าใจ ภาษาฮาร์ดคอร์ “ตรงจริต” พลเมืองโซเชียลฯมากกว่า แถมจังหวะนรก “เสี่ยป้อม” ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ เบอร์ใหญ่เขากระโดง บุรีรัมย์ ที่กำกับดูแลการบริหารจัดการน้ำ ก็ดันยืนยันว่า “เอาอยู่”เมื่อฝนถล่มเมืองไม่ลืมหูลืมตา กทม.จมบาดาล กรมอุตุฯจึงจมบาทาพาลให้รัฐบาล “พญาหนู” โดนด่าไม่ยอมเตือนภัยล่วงหน้า บ้อท่าซ้ำหาดใหญ่ แต่ที่นิ่งฟอร์มเนียนเลยก็คือ “เดอะทริป” ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ที่เพิ่งกวาด 1.4 ล้านแต้มเลือกตั้ง ทำลายสถิติถือตั๋วความนิยมคน กทม.ยึดสิทธิบริหารเมืองกรุงรอบสอง แบบเต็มไม้เต็มมือแทบไม่โดนด่า ถ้าเทียบกับสหบาทาถล่มทีม “นายกฯหนู”จะมีก็แค่ “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เบอร์ใหญ่สายวิศวะ ที่กล้าถามดังๆ ทำไมผู้ว่าฯกทม.ไม่สั่งพร่องน้ำในคลองสายหลักให้อยู่จุดต่ำสุด ทั้งที่มีข้อมูลฝนจะตกหนัก ทำให้ถึงเวลาระบายไม่ทัน ท่วมเมืองวินาศสันตะโรแต่ฟอร์มไม่ต่อปากต่อคำ “ผู้ว่าฯชัชชาติ” ก็ย้ำมาตรฐานการระบายน้ำ กทม.ที่วางระบบไว้อย่างดีตั้งแต่สมัยที่ผ่านมา ไม่อย่างนั้นอาจอ่วมกว่านี้ ก่อนตัดจบแบบนิ่มๆ ไม่ย่อท้อต่อสถานการณ์ ถือเป็นบทเรียนสำคัญในการปรับปรุง ถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่ร่วมให้ได้“ชัชชาติ” ตอบอย่างหล่อ แต่ถ้าเป็น “นายกฯหนู” ตอบแบบเดียวกันหนีไม่พ้นโดนด่า “ถอดบทเรียน” ซ้ำซาก จนเป็นศาสตราจารย์ แล้ว.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม