ออกจากคอมฟอร์ดโซนครั้งแรกในรอบ 10 ปี ได้เติมโตอีกขั้น สาว "มินนี่-ณิชา ยนตรรักษ์” หรือ “มินนี่ (G)I-DLE” ไอดอลสาวชาวไทย เจ้าของรอยยิ้มพิมพ์ใจไปเขย่าหัวใจแฟนคลับทั่วโลก ก้าวสู่ความท้าทายครั้งใหม่ สลัดลุคเพอร์ฟอร์เมอร์ตัวแม่ กระโดดมารับบทนางเอกภาพยนตร์ครั้งแรกในชีวิต ประกบคู่พระเอกซุปตาร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” โดยค่ายคุณภาพ GDH ร่วมกับ Sony Pictures International Productions เรื่อง “HENRY’s First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้” หนังสไตล์โรแมนติก คอมเมดี้ แฟมิลี่ ที่ดัดแปลงหนังรักในตำนานอย่าง “50 First Dates” มาสลับมุมมองใหม่ให้ “เฮนรี่” กลายเป็นฝ่ายที่ต้องตื่นมาพร้อมความทรงจำที่ถูกรีเซ็ตใหม่ในทุกๆวัน การันตีคุณภาพโดยผู้กำกับ “เมษ ธราธร” โดยสลับหน้าที่ให้เป็นสายรุกจีบผู้ชายทุกวัน!“มินนี่” เปิดใจด้วยความตื่นเต้นว่า ทันทีที่ได้รับโอกาสก็ตอบตกลงทันทีทั้งที่ยังไม่รู้รายละเอียด เพราะเป็นแฟนหนังค่าย GDH อยู่แล้ว แถมพระเอกคือพี่ณเดชน์ ยิ่งเหมือนฝันไป โอกาสดีเกินจริงขนาดนี้ ยังไงก็ต้องขอคิวมาเล่นให้ได้! ในเรื่องรับบท “ลูซี่” กัปตันบอลลูนหญิงสุดเท่ ต้องไปอัปสกิลอะไรมาบ้าง?“โอ้โห เยอะมากค่ะ ทั้งฝึกขับโดรน ขี่สกูตเตอร์ ขับรถบ้าน และที่พีกสุดคือการขึ้นไปขับบอลลูนของจริง จริงๆตอนแรกก็มีความกังวลนะคะ พอได้ลองทำจริงกลับสนุกมาก เป็นอะไรที่ชีวิตจริงคงไม่มีโอกาสได้ทำ หนูยังไปตามหาแรงบันดาลใจจากกัปตันบอลลูนหญิงคนไทยในยูทูบจนได้เจอตัวจริง รู้สึกเลยว่าผู้หญิงขับบอลลูนนี่เท่สุดๆค่ะ”แต่กว่าจะเข้าขาจีบ “เฮนรี่” ที่รับบทโดย ณเดชน์ ทุกวัน ช่วงแรก “มินนี่” ยอมรับว่าเกร็งหนักมากจนแทบไม่กล้าสบตา “ณเดชน์” เพราะมองว่าหล่อเป๊ะเพอร์เฟกต์ไร้ที่ติราวกับรูปปั้น เลยทำตัวไม่ถูก ก่อนจะเจอทีเด็ดการละลายพฤติกรรม ประจำตัวพระเอกซุปตาร์อย่าง “ณเดชน์” ที่ทำเอาจำไม่ลืม! นั่นคือ เรื่อง ‘ตด’! “มินนี่” เล่าว่า “ตอนงานบวงสรวง พี่ๆ นักข่าวเคยถามหนูเรื่องกิตติศัพท์การตดของพี่แบร์ หนูก็เอ๊ะ จริงเหรอ จนถ่ายไปถึงคิวที่ 5-6 วันนั้นที่ประจวบฯ ช่วงเย็นๆทุกคนเริ่มล้า จู่ๆ พี่แบร์ก็หันมาบอกหนูว่า ‘มินนี่ พี่ขอนะ’ หนูก็บอก ‘เอาเลยพี่ หนูรอโมเมนต์นี้อยู่!’ พอเสียงนั้นเกิดขึ้นปุ๊บ หนูก็รู้สึกสบายใจเลยค่ะ แสดงว่าพี่เขาสนิทและไว้ใจเราแล้วจริงๆ ขอบคุณพี่แบร์มากที่เป็นกันเองสุดๆ หลังจากนั้นก็หายเกร็งเลยค่ะ” พระเอกเขาก็สารภาพว่าแอบเกร็งมินนี่เหมือนกันนะ?“มารู้ทีหลังค่ะ พี่แบร์บอกว่าตื่นเต้นเพราะไม่เคยร่วมงานกับไอดอล K-POP แต่กลายเป็นว่า ความเขินความประหม่าของเราทั้งคู่ในช่วงแรก มันดันพอดีกับบทบาทในเรื่องที่ตัวละครเพิ่งเจอกันและเริ่มจีบกันใหม่ๆ อารมณ์ในการแสดงเลยออกมาเรียลและน่ารักมากค่ะ” ความประทับใจที่มีต่อณเดชน์?“กับพี่ณเดชน์ หนูประทับใจในความเป็นมืออาชีพและวินัยของพี่เขามาก ตอนถ่ายเรื่องนี้พี่เขาก็ถ่ายหนังอีกเรื่อง และเตรียมงานแต่งงานด้วย แต่พี่เขาตื่นไปวิ่งทุกเช้า แล้วมาเข้าฉากโดยไม่งอแงเลย พี่เขาคอยไกด์ คอยสอน และให้กำลังใจหนูตลอดเวลาที่หนูเครียด”ความยากที่สุดของเรื่องนี้! “มินนี่” เล่าว่าคือการต้องสลับโหมดระหว่าง “มินนี่ ไอดอลบนเวทีคอนเสิร์ต” กับ “ลูซี่” ในหนัง ว่า “พาร์ตนี้ยากที่สุดเลยค่ะ ช่วงนั้นมีทัวร์คอนเสิร์ตด้วย พอเวิร์กช็อปเป็นลูซี่จนเข้าที่ ต้องบินไปจบคอนเสิร์ต กลับมากองถ่ายอีกที อ้าว ลูซี่หาย กลายเป็นโหมดไอดอลไปแล้ว (หัวเราะ) ครูบิว แอ็กติ้งโค้ช กับพี่เมษ ผู้กำกับ ก็ต้องช่วยดึงกลับมา ตอนหลังๆก็ดีขึ้น” ใช้วิธีหายังไงที่จะจูนกลับมายังไง?“คือด้วยความที่เป็นศิลปินมั้งคะ หนูเลยทำเพลย์ลิสต์ของลูซี่ ไว้ฟังค่ะ ซีนอารมณ์ดีหรือซีนจีบกัน หนูจะฟังเพลง Square ของ Yerin Baek หรือเพลง Butterflies ของ Plastic Plastic มันจะสร้างมวลความรู้สึกอบอุ่น เหมือนมีผีเสื้อบินวนอยู่ในท้อง และหนูจะจินตนาการให้ลูซี่เป็น ‘สีเหลือง’ สดใส”ในเรื่อง “ลูซี่” ต้องตามเต๊าะผู้ชายคนเดิมทุกวัน จริตนี้ต่างจาก “มินนี่” ตัวจริงไหม ถ้าต้องจีบหนุ่มก่อน? มินนี่ เผยว่า “ต่างค่ะ ลูซี่เขาจะสายลุย ชัดเจน แต่ถ้าเป็นมินนี่ตัวจริง หนูเป็นสายเขินค่ะ ชอบรอให้เขาเข้ามาจีบมากกว่า แต่ถ้าเจอคนที่ถูกใจมากๆจริงๆ ก็อาจจะมีหยอดบ้างแบบซอฟต์ๆ ถ้าถามวิธีของมินนี่ ก็คงเช่น ส่งเพลงให้ฟัง หรือแอบแต่งเพลงให้เขาแล้วบอกว่า ‘ลองฟังเพลงนี้ดูสิ’ แอบกระซิบนิดนึงว่า ในหนังเรื่องนี้ มินนี่มีของขวัญแต่งเพลงพิเศษมอบให้ลูซี่ ที่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยนะคะ ขอจีบ (Nice to meet you) อยากให้ลองฟังกันค่ะ” ร่วมงานกับนักแสดงคนอื่นๆเป็นอย่างไรบ้าง? “อย่างพี่เบิ้ล ปทุมราช คือตัวป่วน ตัวฮาเลยค่ะ เป็นสีสันของกอง ชอบอำจนหนูหลงเชื่อตามมุกไม่ทัน ส่วนป๋ากิ๊ก ก็เป็นเหมือนคุณพ่อของกอง อยู่ด้วยแล้วอบอุ่น สบายใจเหมือนอยู่กับญาติผู้ใหญ่ คอยชมและเอ็นดูหนูเสมอ แต่คนที่เอาใจยากสุด ต้องยกให้ “ข้าวปั้น” น้องคาปิบาร่าค่ะ ทุกคนในกองต้องคอยดู มีเสบียงแตงโม ข้าวโพด มีพัดลม มีอ่างน้ำ ถ้าเขาเหนื่อยเราต้องหยุดถ่ายรอเขางีบ ที่สำคัญตัวหนักมากค่ะ” การได้มาสวมบทบาทเป็น “ลูซี่” ตลอดระยะเวลา 2–3 เดือน ไม่เพียงแต่มอบทักษะการแสดง แต่มันคือการเติบโตครั้งยิ่งใหญ่และสร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง “มินนี่” เผยว่า “วันปิดกล้องหนูร้องไห้หนักมากค่ะ มันผูกพันจริงๆ การมาเล่นหนังเรื่องนี้เหมือนเป็นการก้าวออกจากคอม ฟอร์ตโซนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปีหลังเดบิวต์ ทุกอย่างใหม่หมด ทำงานกับทีมไทย จำบทเป็นภาษาไทย ลูซี่เปลี่ยนความคิดหนู จากคนที่เคยโฟกัสแต่ผลลัพธ์ ให้หันมามองเห็นคุณค่าและเอนจอยกับทุกก้าวของกระบวนการ ระหว่างทางการเป็นนักแสดงทำให้หนูนับถืออาชีพนักแสดงทุกคนจริงๆ มันยากและท้าทายมาก เราต้องไปเป็นคนอื่น ต้องใช้พลังงานและสมาธิสูงมากท่ามกลางสิ่งรบกวนรอบตัว ต้องอยู่ตรงโมเมนต์นั้น ทำให้หนูอยากฝึกและพัฒนาตัวเองในเส้นทางนี้ต่อไปค่ะ ยังไงก็ฝากภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตของมินนี่ด้วยนะคะ มีครบทุกรสไม่ว่าจะเป็นความตลก ความน่ารัก ความโรแมนติก หรือว่าความซึ้ง เชื่อว่าดูได้ทุกเพศทุกวัย ไม่อยากให้พลาดหนังดีๆ Feel Good เรื่องนี้”. อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่