คนออสเตรเลียถกเถียงทางการเมืองอย่างเข้มข้นเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยทุ่มเทค้นคว้าหาข้อเสียของดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีผลกระทบต่อร่างกายของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านสมอง แล้วก็นำออกมาเผยแพร่ จนเริ่มมีการต่อต้านจากชุมชนต่างๆยังมีประเด็นเรื่องการใช้ไฟฟ้าและน้ำ รวมทั้งสถานที่ที่ควรไปลงหลักปักฐานสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ผู้คนในสังคมคุยกันเรื่องที่ว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนประเด็นที่แรงก็คือ ออสเตรเลียได้รับประโยชน์อะไรจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของดาต้าเซ็นเตอร์นักการเมืองทั้งจากเมืองระดับเล็ก เมืองใหญ่ และระดับประเทศต่างถูกกดดันจากประชาชนให้ออกมาตอบคำถามอย่างโปร่งใสและจริงใจที่ประชุมคณะรัฐมนตรีของออสเตรเลียที่เคยอึกอัก กึกกัก เรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ ตอนนี้ก็ออกมาบอกประชาชนว่า รัฐบาลจะออกกฎหมายควบคุมดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเข้มข้น ขณะนี้กำลังร่างและจะใช้บังคับได้ตั้งแต่ต้น พ.ศ.2570 กฎหมายที่กำลังร่างนี้ครอบคลุมทั้งการใช้พลังงาน น้ำ ที่ดิน และอื่นๆสมัยก่อนตอนโน้น ไม่มีปัญหาในการเช่าพื้นที่เพื่อเก็บเซิร์ฟเวอร์ เพราะใช้พื้นที่น้อย ไม่มีเสียงออกมารบกวน ใช้น้ำ ใช้ไฟน้อย แต่ต่อมามีการใช้ศูนย์ข้อมูลระดับไฮเปอร์สเกล ซึ่งหมายถึงขนาดใหญ่มากๆ เพื่อรองรับผู้ใช้ได้หลายล้าน พวกบริษัทต่างๆก็แข่งขันกันสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ อย่างเช่น กูเกิล หรือแอมะซอนที่เปิดตัวคลาวด์คอมพิวติงแม้ว่าออสเตรเลียจะมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลถึง 7.69 ล้าน ตร.กม. ใหญ่กว่าไทยถึง 15 เท่า แต่มีประชากรเพียง 28 ล้านคน มีความเบาบางของประชากรสูง แต่รัฐบาลก็กังวลใจ การพิจารณาให้เปิดดาต้าเซ็นเตอร์จึงกระทำอย่างเข้มงวดที่สุด ให้ห่างไกลจากชุมชนให้มากที่สุดขณะนี้ ออสเตรเลียมีศูนย์ข้อมูลที่เปิดใช้งานแล้ว 160 แห่ง และกำลังจะอนุญาตอีก 90 แห่ง บางแห่งมีขนาดใหญ่มาก เช่นที่จะเปิดบนถนนมามเร ในเมืองซิดนีย์ มีขนาด 1.2 กิกะวัตต์ ครอบคลุมพื้นที่เท่ากับสนามรักบี้ 52 สนามกระแสดาต้าเซ็นเตอร์พุ่งกระฉูดส่งตูดจัมโบ้หลังจากที่โอเพ่นเอไอเปิดตัวแชตจีพีทีเมื่อปลาย พ.ศ.2565 เอไอทำให้การเติบโตของศูนย์ข้อมูลเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การกระดิกพลิกตัวของมนุษย์ในปัจจุบันมีเอไอเข้ามาช่วยเป็นอย่างมาก ต้องใช้การประมวลผลสูงศูนย์ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มักจะมีประสิทธิภาพกว่าศูนย์ข้อมูลขนาดเล็ก การขออนุญาตสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในยุคหลังๆ จึงเป็นการขออนุญาตสร้างศูนย์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีผลกระทบต่อทรัพยากรไฟฟ้า น้ำ และพลังงานอื่นๆที่กำลังคัดค้านกันแรงที่สุดตอนนี้ก็เป็นที่สหรัฐฯ การคัดค้านของประชาชนทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์หลายแห่งที่ลงทุนสร้างไปแล้วต้องโดนยกเลิกเพราะประชาชนในพื้นที่ต่อต้าน หลังจากมีการรายงานเรื่องมลพิษจากระบบที่จะออกมาจากดาต้าเซ็นเตอร์ที่ฟ้องศาลสิ่งแวดล้อมกันอีนุงตุงนังก็เป็นที่ชิลี ซึ่งคนออกมาต่อต้านศูนย์ข้อมูลของกูเกิลในกรุงซานติอาโก ตอนนี้กูเกิลก็พยายามต่อรอง บอกว่าจะนำโครงการการก่อสร้างไปออกแบบใหม่ และมาเสนอต่อศาลและประชาชนศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทเมตา เจ้าของเฟซบุ๊ก ที่เตรียมไปตั้งที่เมืองเซโวลเดอในเนเธอร์แลนด์ ตอนนี้ก็โดนประชาชนค้าน พลังคัดค้านของชาวดัตช์สูงถึงขนาดวุฒิสมาชิกต้องลงมติเรียกร้องให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ระงับการก่อสร้างที่สหราชอาณาจักรหรืออังกฤษมีการรณรงค์ของประชาชนในชื่อ Stop Dirty Data Centres เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดอนุมัติการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล และที่อนุมัติไปแล้วก็ให้ออกมาเปิดเผยเรื่องการใช้น้ำและไฟฟ้าหลายประเทศคัดค้านกันอย่างแรง ที่รัฐยะโฮร์ของมาเลเซียรวมตัวคัดค้านการสร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งๆที่บริษัทออกมายอมแก้ไขปัญหาให้ผู้คัดค้านทุกอย่าง แต่ผู้คัดค้านก็ไม่ยอมที่ฝรั่งเศส การอนุมัติและการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์กลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชนะหรือแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นนำเรื่องการคัดค้านการสร้างศูนย์ข้อมูลมาใช้หาเสียง และผู้สมัครที่คัดค้านมักเป็นฝ่ายชนะเลือกตั้งมีอีกมากมายหลายสิบประเทศครับ วันหน้ามารับใช้ต่อ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม