มติ กกต.ฟันคดีฮั้ว สว. 77 คน เป็น สว. 26 คน ส่งศาลฎีกา ปล่อยผีบิ๊กภูมิใจไทยไม่ติดร่างแหแม้แต่คนเดียว อ้างพยานไม่น่าเชื่อถือ ประธาน กกต.ป้อง “เนวิน-อนุทิน” หลักฐานไม่ชัด รองเลขาฯ กกต.เปิดช่องกำโพยเข้าไปได้ไม่ผิด iLaw แถลงการณ์ซัด กกต.ล้ำเส้นศาล เดินหน้าแฉก๊วนที่ไม่ถูกส่งฟ้อง สว.สำรองไม่พอใจยื่นศาลฎีกาคัดค้านมติ กกต. “ณัฐพงษ์” ตั้งท่าลุยกับ กกต.จ่อฟัน ม.157 ถือโอกาสยกเครื่องปฏิรูปองค์กรอิสระ ให้อำนาจประชาชนตรวจสอบ รทสช.แถลงการณ์จี้เปิดผลสอบ ดีเอสไอนำมติ กกต.รวมเข้าสำนวนอั้งยี่-ฟอกเงิน เผยพบคนผิดเพิ่มโยงเครือข่ายน้ำเงิน “อนุทิน” รับ “โทนี แบลร์” คุยเศรษฐกิจ “สว.พันธุ์ใหม่” เฉ่งสภา 2 หมื่นล้านสุดห่วย อดีต ผบ.ทอ.ข้องใจส่ง สตง.สอบจัดซื้อเรือฟริเกตในที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้งมีการประชุม ลงมติสำนวนคดีฮั้ว สว. ส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง 77 คน เป็น สว. 26 คน แต่ไม่มีนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยแม้แต่คนเดียว นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.ออกตัวป้องไม่สามารถเอาผิดนายเนวิน ชิดชอบ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เพราะ หลักฐานไม่ชัดกกต.ถกลงมติสำนวนคดีฮั้ว สว.เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.ย. ที่สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการ กกต.เริ่มประชุมลงมติในสำนวนคดีฮั้ว สว. 229 คน มี กกต.มาครบทั้ง 7 คน บรรยากาศโดยรอบมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.2 และ สน.ทุ่งสองห้อง จำนวน 200 นาย คอยดูแลรักษาความเรียบร้อย มีการกันพื้นที่ไม่ให้สื่อมวลชนและผู้ที่สังเกตการณ์เข้าไปภายในบริเวณชั้น 2 สถานที่แถลงข่าว กำหนดให้เฉพาะสื่อมวลชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟังเท่านั้น ส่วนผู้สังเกตการณ์และประชาชนสามารถรับฟังการแถลงผ่านโทรทัศน์กล้องวงจรปิดหน้าสำนักงาน กกต. หรือเพจ YouTube ECT Thailand มีกลุ่ม สว.สำรองยื่นหนังสือเรียกร้องให้พิจารณาคดีทุจริตเลือก สว.ด้วยความรอบคอบ และยังมีนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ มาร่วมเกาะติดการพิจารณา พร้อมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์กิจกรรมไล่ผี มีการแต่งกายล้อเลียนนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. สำหรับการลงมติวันนี้ กกต.จะได้ส่งใบลงมติส่วนตัวให้เจ้าหน้าที่รวมผลคะแนนและขานมติจำแนกตามกลุ่มผู้ต้องหา 7 กลุ่มผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการ กกต.ต้องลงมติตาม 7 ข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ได้แก่ 1.กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรง ตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว.ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง 2.ผู้สมัครยินยอมให้บุคคลทางการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ช่วยเหลือให้ได้รับเลือกเป็น สว.ตามมาตรา 76 วรรคสอง 3.ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด ในการแนะนำตัวตามมาตรา 36 และมาตรา 70 4.มีการจัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือ เตรียมจะให้ทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจในการลงคะแนน ตามมาตรา 77 (1) 5.มีการจัดเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยง เพื่อจูงใจผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือก ตามมาตรา 77 (3) 6.มีการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด เพื่อลงสมัครตามมาตรา 79 7.ผู้มีสิทธิเลือก เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใด เพื่อเลือกหรือไม่เลือกผู้ใด ตามมาตรา 81แถลงล่าช้ากว่ากำหนดเกือบชั่วโมงต่อมาเวลา 16.00 น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมแถลงผลการประชุมพิจารณาคำร้องฮั้ว สว. ถือว่าล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมเกือบ 1 ชั่วโมง ที่เคยแจ้งต่อสื่อว่าจะแถลงเวลา 15.00 น. นายณรงค์เกริ่นนำยืนยันการพิจารณาของ กกต.ทุกคนเป็นอิสระ อยู่ในกรอบของกฎหมาย เมื่อมาถึงชั้น กกต.จะมีการพิจารณาจากคำร้อง คำคัดค้าน พยานบุคคลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในทุกด้าน ทั้งพยานนิติวิทยาศาสตร์ เส้นเงิน และการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน รวมถึงพยานแวดล้อม เราไม่ได้พิจารณาตามอำเภอใจหรือแรงกดดันจากสังคม หรือความต้องการจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งส่งฟ้องศาลฎีกา 77 คนเป็น สว.26ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการกกต. แถลงว่าในคดีฮั้วเลือก สว.มีผู้ถูกกล่าวหารวม 427 คน ข้อกล่าวหาที่ 1 ผู้ถูกกล่าวหาเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และ สส. จำนวน 20 คน กกต.มีมติไม่ส่งฟ้องศาลฎีกา และบุคคลอื่นถูก 1 คน กกต.มีมติไม่ส่งฟ้องเช่นกัน ข้อกล่าวหาที่ 2 สว.ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง 137 คน สว.สำรอง 1 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 2 คน รวม 140 คน กกต.มีมติไม่ส่งฟ้องศาลฎีกา ข้อกล่าวหาที่ 3 สว.ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง 137 คน กกต. มีมติส่งฟ้อง 26 คน สว.สำรอง 1 คน ส่วนกรรมการบริหารพรรค สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 20 คน กกต.มีมติไม่ส่งฟ้อง ส่วนผู้มีสิทธิเลือก สว. 2 คน ส่งฟ้อง 1 คน บุคคลอื่น 15 คน ส่งฟ้อง 9 คน ข้อกล่าวหาที่ 4-7 สว.ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง กกต. มีมติส่งฟ้อง 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. ส่งฟ้อง 36 คน และบุคคลอื่นส่งฟ้อง 15 คน รวมเป็น 77 คนไร้เงาบิ๊ก ภท.–พยานไม่น่าเชื่อถือนายณรงค์ชี้แจงเหตุผลในการพิจารณาสำนวนคดีทุจริตเลือก สว. โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 (มีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย รวมอยู่ด้วย) ยืนยันว่าพยานรหัส 16/26 ไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ และไม่สามารถรับฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่ 1 จากการพิจารณาพยานหลักฐาน เห็นว่าพยานบางปากมีปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะพยานที่กลับคำให้การ ที่ผ่านมาเคยมีกรณีที่พยานลักษณะดังกล่าวถูกศาลลงโทษมาแล้ว พร้อมระบุว่าเคยเป็นผู้พิพากษามาก่อน จึงให้ความสำคัญกับการชั่งน้ำหนักความน่าเชื่อถือของพยาน ทั้งในประเด็นภูมิหลังทางการเมือง ความสอดคล้องของคำให้การ และระยะเวลาที่พยานเข้าให้การหลังเกิดเหตุป้อง “เนวิน–อนุทิน” หลักฐานไม่ชัดนายณรงค์กล่าวอีกว่า สำหรับพยานรหัส 16/26 ตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 11 ปี ในคดีเกี่ยวกับการทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ครู มูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท ปัจจุบันถูกตัดสิทธิทางการเมืองจากคดีจริยธรรม จึงต้องนำประวัติและความน่าเชื่อถือมาประกอบการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ส่วนตัวเห็นว่าไม่สามารถรับฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่ 1 เนื่องจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหา ไม่พบความผิดปกติ ขณะที่ข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ แม้จะพบว่ามีการโทรศัพท์หากันบ้าง แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นการพูดคุยกันในเรื่องใด ส่วนกรณีการพบปะที่โรงแรมพูลแมน หลังการเลือกสว. มีพยานกล่าวถึงการพบนายเนวิน ชิดชอบ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่ไม่มีรายละเอียดหรือพยานหลักฐานชัดเจนว่าบุคคลทั้งสองเดินทางไปพบกันเพื่อดำเนินการใด จึงสามารถเป็นไปได้หลายทาง แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะชี้ว่ามีการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่ 1 เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่ายังรับฟังไม่ได้ จึงมีผลต่อเนื่องไปยังข้อกล่าวหาที่ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการได้รับความช่วยเหลือในการเลือก สว.เปิดช่องกำโพยเข้าไปได้ไม่ผิดผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีโพยเลือก สว.ที่มีการนำเข้าไปในสถานที่เลือก สว. ว่าที่ ร.ต.ภาสกรตอบว่า กกต.ออกระเบียบว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือกสว. ในข้อ 7 วรรค 2 กำหนดว่าเอกสารแนะนำตัว จะแจกจ่ายหรือนำเข้าไปในสถานที่เลือกไม่ได้ แต่ต่อมาศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนข้อดังกล่าว เมื่อไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นความผิด ผู้สมัครสามารถนำเอกสารใดๆเข้าในสถานที่เลือกตั้งได้ ส่วนที่มีภาพการเก็บโพย หรือเอกสาร ขณะเลือกระดับประเทศ โพยอาจมี 2 ประเภท คือมีการจดไว้กันลืม และโพยที่เกี่ยวโยงเชื่อมโยงกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการตรวจสอบและไต่สวนจะมีการตรวจสอบ หากพบเหตุความผูกพันเกี่ยวข้องจะแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในโพยทุกรายโอดขอสังคมให้โอกาสได้ทำงานเมื่อถามถึงพฤติการณ์ผู้ถูกกล่าวหาที่ส่งฟ้องศาล 77 คน นายณรงค์ตอบว่า เราพิจารณาดูเป็นรายบุคคล ยกตัวอย่างที่ จ.หนองบัวลำภู ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิด ปัจจุบันเป็น สว. มีพฤติกรรมในการจูงใจ ให้ทรัพย์สินเงินทองกับผู้มีสิทธิเลือก สว. ลงคะแนนให้กับตัวเอง การไต่สวนพบความเชื่อมโยง พบเส้นเงิน โทรศัพท์ไปตามผังต่างๆในกลุ่มจังหวัดที่มีความผิด ส่วนตัวเห็นว่าการทำงานของ กกต.มีความชัดเจน ขอให้ทุกคนใช้วิจารณญาณ ยืนยันไม่เคยคิดจะทำสิ่งใดนอกลู่นอกทาง หรือหลีกเลี่ยงกฎหมาย ขอโอกาสจากสังคม และขอให้ติดตามการทำงานของ กกต.ในระยะยาว สำหรับผู้ถูกร้องทั้ง 77 คน จะมีการเปิดเผยรายชื่อเพื่อให้บุคคลที่ถูกกล่าวหาได้รับทราบผล และเตรียมข้อมูลเข้าสู่กระบวนการของศาล รวมถึงจัดทำคำชี้แจงและต่อสู้คดีตามขั้นตอนต่อไปตัดพ้อ “สมชัย” ไม่รักษาบ้านเดิมนายณรงค์ย้ำว่า การที่ กกต.มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกา ยังไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกร้องทั้ง 77 คนกระทำความผิด แต่เป็นการส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ให้ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อไป ส่วนกรณีอดีต กกต.บางรายออกมาแสดงความคิดเห็นหรือชี้นำสังคมเกี่ยวกับการทำงานของ กกต.ชุดปัจจุบัน เมื่อคนเหล่านั้นเคยอยู่ในบ้าน กกต.เดียวกัน หากเห็นว่ามีสิ่งใดผิดต้องว่ากันไปตามผิด สิ่งใดถูกก็ต้องว่ากันไปตามถูก เมื่อเคยอยู่บ้านนี้ ทำไมไม่รักษาบ้านเดิมของท่านบ้างกางบัญชีรายชื่อแก๊งฮั้ว 26 สว.ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำนักงาน กกต.เปิดเผยรายชื่อ 77 ราย ที่เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา และดำเนินคดีอาญา ในจำนวนนี้ 26 คนเป็น สว.ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง ได้แก่ 1.พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา 2.พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย 3.นายเศก จุลเกษร 4.นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว 5.นายสุเทพ สังข์วิเศษ 6.นางนงลักษณ์ ก้านเขียว 7.นายสมศักดิ์ จันทร์แก้ว 8.นายเตชสิทธิ์ ชูแก้ว 9.น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน 10.นายยะโก๊ป ทีมละ 11.น.ส.เข็มรัตน์ สุรเมธีมาณพ 12.นายชีวะภาพ ชีวะธรรม 13.นายนิพนธ์ เอกวานิช 14.นายโสภณ มะโนมะยา 15.พ.ต.ท.สง่า ส่งมหาชัย 16.นายสรชาติ วิชยสุวรรณพรหม 17.น.ส.อัจฉรพรรณ หอมรส 18.นายสมหมาย ศรีจันทร์ 19.นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล 20.นายวิเชียร ชัยสถาพร 21.นายนิรุตติ สุทธินนท์ 22.นายสากล ภูลศิริกุล 23.นายภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ 24.นายสิทธิกร ธงยศ 25.นายอลงกต วรกี และ 26.นายณัฐกิตติ์ หนูรอดiLaw แถลงการณ์ซัด กกต.ล้ำเส้นศาลโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ออกแถลงการณ์หลัง กกต.มีมติสั่งฟ้อง สว. จำนวน 26 คน และกลุ่มผู้ถูกกล่าวหารวมจำนวน 77 คน ต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ในคดีการทุจริตเลือก สว.ว่า 1.ผลการวินิจฉัยของ กกต.ที่เสียงส่วนใหญ่ไม่ฟ้องคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย แต่เลือกฟ้อง สว.เพียง 26 คน และทีมงานเครือข่าย หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหาอีก 152 คน จะไม่ถูกดำเนินคดี ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า กกต.ชุดนี้มีที่มาจาก สว.ชุดนี้ 2.คำสั่งให้ดำเนินคดีกับสว. 26 คน แสดงให้เห็นว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากการสืบสวนในสำนวนพบหลักฐานว่ามีการโกงการเลือก สว.เกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ดี ขบวนการโกงการเลือก สว. เป็นขบวนการใหญ่มาก เป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้เกี่ยวข้องเพียงไม่กี่คน 3.กกต.กำลัง “ล้ำเส้น” วางบทบาทหน้าที่เหมือนเป็นศาล ตามที่ประธาน กกต. ระบุว่าพยานไม่น่าเชื่อถือ คำให้การของพยานไม่สอดคล้องกัน และอ้างว่าไม่พบหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแฉก๊วนที่ไม่ถูกส่งฟ้องแถลงการณ์ iLaw ยังระบุว่า 4.หลังจากนี้เราจะทยอยเปิดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ไม่ถูกฟ้อง เป็นข้อมูลที่ได้รับมาจากสำนวนการสืบสวน พยานลำดับที่ 16/26 ที่ถกเถียงกันนั้นคือนายเอกราช ช่างเหลา อดีต สส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ระหว่างการเลือก สว. นายเอกราชเป็น สส.พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวข้องกับการนำพยานลำดับ 21/26 คือ นายอัษฎางค์ แสวงการ เข้าสู่การสมัคร สว. ในจังหวัดขอนแก่นและได้เป็น สว.ในที่สุด ยังมีพยานหนึ่งปากเคยระบุว่า นายเอกราชโทร.หานายเนวิน หากจะกล่าวว่าคำให้การของนายเอกราชเลื่อนลอย คงไม่สมเหตุสมผล เราจะเปิดเผยคำให้การของนายเอกราชฉบับจริง 5.นาทีนี้ชัดเจนแล้วว่า กกต.ที่มาจากการเลือกของ สว. ใช้อำนาจวินิจฉัยเพื่อปกป้อง สว.สีน้ำเงิน หลังจากนี้ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เสนอโดยพรรคภูมิใจไทยที่ให้อำนาจ สว.สีน้ำเงิน หยิบเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้ตามอำเภอใจ ให้เป็นไปดั่งที่เขาต้องการ เราต้องคัดค้านกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่สีน้ำเงินจะยึดครอง โดยการร่วมเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนสว.สีน้ำเงินนิ่งปฏิบัติหน้าที่ปกติที่รัฐสภา บรรยากาศการประชุมวุฒิสภา ตรงกับวันที่ กกต.พิจารณาลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว. ที่มี สว.รวม 138 คนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ยังเป็นไปตามปกติ มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ท่ามกลางการจับตาจากทุกภาคส่วนถึงผลการประชุม กกต.ในช่วงบ่ายว่าจะมีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่ ท่าที สว.ส่วนใหญ่ยังสงบนิ่ง ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติสว.สำรองไม่พอใจลุยยื่นคัดค้านมติพล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว แกนนำกลุ่ม สว.สำรอง กล่าวว่าจากผลมติ กกต. เท่าที่ฟังข้อแถลงจากประธาน กกต. รู้สึกไม่พอใจ โดยเฉพาะการไปให้น้ำหนักที่พยานลำดับที่ 16/26 ว่าเป็นพยานที่ไม่น่าเชื่อถือ เป็นข้อขัดแย้งกับความเห็นของ กกต.ชุดเดิม ที่เคยเห็นชอบให้นำความเห็นของพยานดังกล่าวไว้ในสำนวนคดีของคณะอนุกรรมการไต่สวนและสืบสวนชุดที่ 26 เป็นการหักมุมที่ไม่สมเหตุสมผล กกต.สามารถส่งสำนวนคดีนี้ไปให้ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาด ส่วนกรณีผู้ถูกกล่าวหาที่เป็น สว.ทั้ง 26 ราย ในข้อกล่าวหาที่ 3 ความจริงต้องสั่งฟ้องทั้ง 138 คน เพราะถือเป็นการทำโพยชี้นำ แต่ กกต.กลับดำเนินคดีเพียง 26 คน หลังจากนี้ตนและ สว.สำรอง จะไปยื่นคำร้องคัดค้านคำวินิจฉัยของ กกต.ต่อศาลฎีกาในวันที่ 16 ก.ย.นี้“เท้ง” ตั้งท่าลุยกับ กกต.จ่อฟัน 157นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงภายหลัง กกต.มีมติในคดีฮั้ว สว.ว่า พรรค ปชน.เห็นว่าการใช้ดุลพินิจของ กกต. เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นการกระทำหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. เมื่อพิจารณาประกอบกับสถานะ กกต. 4 จาก 7 คน ที่เข้าสู่ตำแหน่งโดย สว.ชุดปัจจุบัน ยังอาจถูกมองได้ว่าเป็นการต่างตอบแทนกับผู้มีอำนาจ พรรค ปชน.จะดำเนินการต่อไปนี้ 1.ดำเนินการและสนับสนุนการดำเนินการทางกฎหมายกับ กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. 2.ดำเนินการทางกฎหมาย ให้หลักฐานเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาที่ยังไม่ถูกสั่งฟ้อง ได้รับการพิจารณาในชั้นศาล 3.ตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับคดีโกงเลือก สว.ผ่านกลไกรัฐสภา เช่น การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4.ผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อจำกัดอำนาจที่ไม่ชอบธรรมของ สว. และปฏิรูปองค์กรอิสระ เพิ่มอำนาจให้ประชาชนตรวจสอบและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ 5.เดินหน้าผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ด้วยสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน โดยไม่มีการเพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษให้ สว.ขัดขวางเจตจำนงประชาชนได้ลั่นดำเนินการทุกช่องทางเร็วๆนี้นายณัฐพงษ์ยังตั้งคำถามว่า กระบวนการโกงเลือก สว.ครั้งนี้ เป็นขบวนการที่ใหญ่มาก วันนี้ กกต.มีมติไม่ส่งฟ้องไปยังศาลฎีกาต่อในส่วนของผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แปลว่า กกต.กำลังเชื่อใช่หรือไม่ว่าขบวนการจัดตั้งการโกงเลือก สว.ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยนี้ ไม่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามในรายละเอียดการดำเนินการทางกฎหมาย ยืนยันว่าพรรค ปชน.พร้อมดำเนินการทุกช่องทาง ส่วนจะสั่งฟ้องช่องทางไหนอย่างไร เมื่อไหร่ เร็วๆนี้แน่นอน รอความชัดเจนเพิ่มเติมจากทีมกฎหมายของพรรครทสช.แถลงการณ์จี้เปิดผลสอบน.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า พรรค รทสช.ออกแถลงการณ์ “จุดยืนต่อมติ กกต.” ยืนยันไม่ยอมรับการทุจริตในการเข้าสู่อำนาจรัฐทุกรูปแบบ ทั้งการซื้อเสียง การใช้เงินหรือผลประโยชน์จูงใจ และการจัดตั้งขบวนการบิดเบือนการเลือก สว. เป็นการทำลายความสุจริตของกระบวนการทางการเมืองและความเชื่อมั่นของประชาชน เรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาทุกคน ให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม ผู้ถูกกล่าวหาที่มีพยานหลักฐานเกี่ยวข้องทุกรายต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยมาตรฐานเดียวกัน เพื่อความถูกต้องโปร่งใส กกต.ควรเปิดเผยต่อสาธารณะถึงสาระสำคัญของผลการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการทั้งสองชุดที่เกี่ยวข้องกับบุคคลผู้ถูกกล่าวหาทุกราย พรรค รทสช.จะใช้ทุกบทบาทติดตามเหตุผลของมติ กกต. และความคืบหน้าของกระบวนการที่เกี่ยวข้องนำมติ กกต.รวมสำนวนอั้งยี่-ฟอกเงินพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ผลการลงมติวินิจฉัยชี้ขาดของ กกต.วันนี้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วเลือก สว. ตามกฎหมาย เลือกตั้ง เป็นหนึ่งในประเด็นที่ทางพนักงานอัยการคดีพิเศษกำหนดให้ดีเอสไอซึ่งรับผิดชอบสำนวนสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ต้องนำรายงานความเห็นของ กกต.เข้าสู่สำนวนการสอบสวนของดีเอสไอ ดีเอสไอจะทำหนังสือขอข้อมูลไปยัง กกต.มาประกอบพิจารณาในสำนวนโดยเร็วที่สุด เพื่อดูว่าข้อเท็จจริงมีการยุติอย่างไร สั่งฟ้องดำเนินคดีส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งกี่ราย หรือไม่สั่งฟ้องกี่ราย และด้วยเหตุผลใดบ้าง เนื่องด้วยมีการสอบปากคำและพยานหลักฐานที่รวบรวมไว้แล้วพบคนผิดเพิ่มโยงเครือข่ายน้ำเงินผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า ผลการวินิจฉัยของ กกต.ในวันนี้ ไม่ได้เป็นการการันตีว่าต้องมีผลผูกพัน 100 เปอร์เซ็นต์ต่อสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.ของดีเอสไอ เนื่องจากก่อนหน้านี้ดีเอสไอมีการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 8 ราย ไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษแล้ว แต่พนักงานอัยการคดีพิเศษมีคำสั่งให้ดีเอสไอต้องรวมสำนวนกับคำวินิจฉัยของ กกต. ทำให้สำนวนถูกตีกลับมา แต่ขณะนี้พยานหลักฐานในสำนวนของดีเอสไอพบว่ามีผู้กระทำความผิดในขบวนการอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. มีมากกว่า 8 ผู้ต้องหาในลอตแรก โดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายที่เป็นหัวจ่ายระดับสายจังหวัด ซึ่งเชื่อมโยงเครือข่ายของพรรคภูมิใจไทย ดีเอสไอจึงต้องรอดูข้อเท็จจริงจากมติ กกต.ในวันนี้ เพื่อจะได้สรุปสำนวนและมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาให้ครบจบทีเดียว ก่อนส่งกลับไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษอีกครั้ง“อนุทิน” รับ “โทนี แบลร์” คุย ศก.เวลา 08.30 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับเซอร์ โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมงาน Gastech Bangkok 2026 นายอนุทินกล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีที่เซอร์ โทนี แบลร์ มาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองยกระดับเศรษฐกิจและขีดความสามารถการแข่งขันของไทย การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI แลกเปลี่ยนมุมมองความท้าทายด้านพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไทย เห็นด้วยกับแนวทาง Solar Roof ที่ไทยกำลังดำเนินการ และพร้อมสนับสนุนไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ขณะที่เซอร์ โทนี แบลร์ ได้ให้คำแนะนำธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เป็นสิ่งที่น่าสนใจ หากมีการลงทุนประเทศไทยจะได้ชุดข้อมูลที่นำไปสู่การต่อยอดผบ.ตร.–ผบ.ทร.ดอดพบที่ทำเนียบต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เข้าพบนายอนุทินที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนให้สัมภาษณ์สั้นๆ หลังการเข้าพบว่า ไม่ได้มารายงานอะไร การดำเนินการปราบกลุ่มนอมินีต่างชาติ ดำเนินการต่อเนื่องไม่หยุด และมอบนโยบายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ว่าที่ ผบ.ตร.เรียบร้อยแล้ว จากนั้น พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. เข้าพบนายกฯก่อนเปิดเผยสั้นๆว่า มาขอบคุณพบนายกฯ เมื่อถามว่าใช่กรณีการจัดซื้อเรือฟริเกตหรือไม่ พล.ร.อ.ไพโรจน์กล่าวเพียงว่า “ครับผม” ขณะที่ พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ทร. ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทร.คนใหม่ เข้าพบนายกฯเช่นกัน แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใดเปิดงาน Gastech Bangkok 2026ช่วงสายที่ฮอลล์แสดงสินค้าและนิทรรศการ EH 98-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาในงาน Gastech Bangkok 2026 Exhibition & Conference และเดินเยี่ยมชมบูธภายในงาน ก่อนกลับเข้าทำเนียบอีกครั้ง กระทั่งช่วงบ่ายนายอนุทินเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ย. ขณะรถขับผ่านกลุ่มผู้สื่อข่าวนายอนุทินลดกระจกลงโบกมือทักทายพร้อมกล่าวว่า “เดี๋ยวไปเวียดนามแล้ว” ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนถามเรื่องคดีฮั้ว สว. แต่นายกฯไม่ได้ตอบ“สว.พันธุ์ใหม่” ย้ำสภา 2 หมื่น ล.ห่วยวันเดียวกัน กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ ร่วมแถลงกรณีฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหารชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่มลงมา โดย น.ส.นันทนานำหมวกนิรภัยขึ้นมาสวมพร้อมกล่าวว่า สวัสดิภาพในสภาแห่งนี้ต้องสวมหมวกนิรภัย พวกเราทั้ง สส. สว. เจ้าหน้าที่รัฐสภา สื่อมวลชน และบุคลากรทุกคนเข้าไปใช้บริการล้วนสุ่มเสี่ยง สภาพรัฐสภาทั้งน้ำท่วมลานจอดรถ ส้วมแตก ผนังร้าว เพดานรั่ว และฝ้าถล่ม พูดมาตั้งแต่ 2 ปีก่อน แต่ไม่มีใครลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหา ประธานรัฐสภาบอกว่าต้องหางบประมาณมาซ่อมแซม ถามว่าทำไมถึงไม่เรียกผู้รับเหมาก่อสร้าง (บริษัท ซิโน-ไทยฯ) เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ก่อนจะหมดสัญญา รัฐสภาไทยมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของหน่วยราชการในโลก รองจากตึกเพนตากอนของสหรัฐอเมริกา ขอเรียกร้องให้แก้ไขปรับปรุงเพื่อสวัสดิภาพของคนที่ต้องทำงานในที่นี้จี้เร่งแก้ไขอย่าเกรงใจผู้รับเหมานายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สว. กล่าวว่า ในฐานะวิชาชีพวิศวกร วันนี้เข้าไปตรวจที่เกิดเหตุชั้น B2 แต่พบว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกสั่งปิดแล้ว ไม่สามารถเข้าไปตรวจได้ คาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากระบบแอร์มีน้ำหยดใส่ฝ้าเพดาน รับน้ำหนักไม่ไหวจึงถล่มลงมา ยังมีปั๊มน้ำเสียทำให้น้ำในบ่อเกรอะท่วมทะลักท่อพุ่งขึ้นมาเต็มลานจอดรถ B2 สาเหตุมาจากปั๊มน้ำที่ดูดน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาเสีย เกรงว่าช่วงน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นจะเกิดน้ำท่วมในชั้น B2 อีก รวมถึงการพบรอยร้าวบริเวณกระเบื้องสระมรกต เราแจ้งเตือนผู้มีอำนาจว่ายังมีหลายจุดที่เสี่ยง แต่ผู้มีอำนาจกลับเกรงใจผู้รับเหมา จึงขอให้เร่งตรวจสอบโครงสร้าง อย่าให้สัปปายะสภาสถาน ที่แปลว่าสถานที่ประกอบกรรมดี กลายเป็นสถานที่ประกอบกรรมชั่วหรือการโกงประเทศเลยอดีต ผบ.ทอ.ส่ง สตง.สอบซื้อฟริเกตอีกเรื่อง พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ และอดีต ผบ.ทอ. กล่าวว่าได้ทำหนังสือ 2 ฉบับ ส่งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ตรวจสอบการคัดเลือกเรือฟริเกตของกองทัพเรือ เมื่อถามว่าเห็นความผิดปกติอะไรของการคัดเลือก พล.อ.อ.มานัตตอบว่า ไม่ได้ผิดปกติ เพียงแต่ไม่ปรากฏสัดส่วนการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน แรงงาน หรือบริการภายในประเทศในการผลิตยุทโธปกรณ์ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีให้กองทัพไทย อีกทั้งกองทัพเรือไม่เคยหารือกับสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ ตอนทำทีโออาร์ทำไมไม่เชิญสมาคม ความเป็นจริงกองทัพเรือควรเชิญเราไป เพราะมันมีเรื่องของ Offset Policy หรือนโยบายชดเชย หรือมาตรการชดเชยทางเศรษฐกิจ และไม่ใช่หน้าที่เราที่ต้องวิ่งไปหา เมื่อถามว่าติดใจเรื่องการปรับเปลี่ยนมูลค่า Offset Policy จาก 2,250 ล้านบาท เป็น 7,000 ล้านบาทใช่หรือไม่ พล.อ.อ.มานัตตอบว่า ก่อนหน้านี้ในวันสัมมนาเป็นตัวเงิน 2,250 ล้านบาท แต่มาวันนี้เป็น 7,000 ล้านบาท มันเป็นไปได้อย่างไร ตรงนี้อยากให้มีการตรวจสอบว่ามันทำได้จริงหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้ทําในกองทัพเรือ แต่ต้องมาเข้าสู่ภาคของเอกชน แล้วทำไมตัวเลขถึงไปขนาดนั้นโฆษก ทร.ยันทำโปร่งใส–ยึดกติกาพล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า มีการตรวจสอบไปยัง 2 หน่วยงานที่ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ไปยื่นหนังสือ ว่าได้รับเอกสารหรือยัง ซึ่งยังไม่แจ้งมา กองทัพเรือคงต้องรอดูเอกสารก่อน เพราะอยากเห็นฉบับจริงว่ามีเนื้อหาอย่างไร มีเอกสารแนบด้วยหรือไม่ ยืนยันว่ากองทัพเรือไม่ได้กังวลอะไร เรื่องเหล่านี้จะแถลงในวันที่ 18 ก.ย.อยู่แล้ว ยอมรับว่าเมื่อมีการยื่นหนังสือหรืออุทธรณ์ จะส่งผลต่อโครงการเรือฟริเกต ซึ่งอาจต้องหยุดชะงัก กองทัพเรือก็ต้อง รับฟัง แต่เรามั่นใจในสิ่งที่ทําว่าโปร่งใสตามกติกาที่ประกาศไว้ คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างสามารถแอ่นอกพูดได้เลยว่าสิ่งที่ทำมาหลายเดือน เขาจะปลอดภัย วันนี้ไม่มีใครอยากติดคุก คงไม่มีใครเอาชีวิตราชการไปเสี่ยง ทุกอย่างที่ออกมาเป็นมติเอกฉันท์ว่าใครตกใครได้ และเป็นเอกฉันท์ด้วยหลักฐานอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่