รัฐบาลเตรียมแผนสอง หลัง กกต.ลงมติเรื่องฮั้ว สว. ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ผลจากการนี้ย่อมทำให้เสถียรภาพคลอนแคลนแน่ จึงต้องแก้เกมหากผลออกมาด้านลบ นั่นคือการทำให้ไปต่อได้“กล้าธรรม” ของ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” คือพรรคฝ่ายค้านที่รอเสียบด้วยพฤติกรรมที่ชัดเจนปรากฏ จึงไม่แปลกที่จะได้คำตอบจาก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี“มีความเป็นไปได้ว่าจะร่วมรัฐบาล” กันคงเป็นแนวทางหนึ่งหากเกิดปัญหาพรรคร่วมรัฐบาลไม่ว่าจะเป็น “เพื่อไทย” หรือพรรคเล็กๆก็ตาม เพราะความไม่แน่นอนทางการเมืองนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดย่อมเกิดขึ้นได้เสมอหากรัฐบาลสถานการณ์ไม่ดี “เพื่อไทย” อาจจะถอนตัวเพราะหากร่วมกันต่อไปจะทำให้เสียหายไปด้วยก็ต้องแยกออกมา“กล้าธรรม” จึงเป็นพรรคที่จะเข้ามาเติมเต็มได้เว้นแต่ กกต.มีมติส่งชื่อให้ศาลชี้ขาดเรื่องฮั้ว สว.ก็ค่อยไปว่ากันอีกที แต่ที่แน่ๆก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากมีรัฐมนตรีหลายคนรัฐบาลก็ร่อแร่แล้วไม่ต่างไปจาก สว. หากโดนเหมือนกันก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นี่แหละที่ทำให้พวกเขากลัวกันมากเนื่องจากการหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็แทบจะไปไม่เป็นแล้วว่ากันไปแล้วการที่ “อนุทิน” มีท่าทีที่ไม่ค่อยจะหวั่นไหวเท่าใดก็คงจะมั่นใจพวกเขารอดแน่ เพราะ สว.ชุดนี้สามารถขัดขวางพรรคประชาชนไม่ให้กระทำการอันจะก่อปัญหาต่อสถาบันสูงสุดได้โดย “อนุทิน” มีหน้าที่ที่จะคุ้มกันอีกด้านหนึ่งคือไม่ให้พรรคประชาชนโตและแก้ไขรัฐธรรมนูญได้การเมืองไทยมันเป็นอย่างนี้แหละ ไม่สามารถมองตรงๆได้ เนื่องจากมีตัวแปรหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวพันอย่างพูดว่ามี “รัฐพันลึก” ที่จะกำกับทิศทาง!ตรงนี้คือตัวสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของประเทศวันนี้ “อนุทิน” และรัฐบาลชุดนี้ รวมถึง สว.คือกลไกฝ่ายบริหารประเทศอยู่ภายใต้เสื้อคลุมนี้ จึงยากที่จะเข้าไปแทรกแซงได้แม้จะขัดหูขัดตาบ้าง...ก็ไม่มีทางแก้ไขได้เรื่องราวเหล่านี้เชื่อว่าแกนนำของพรรคประชาชนต่างก็รู้กันดีว่าพวกเขากำลังสู้กับอะไร แต่ก็พยายามเต็มที่จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะจับเรื่อง ฮั้ว สว.เป็นประเด็นหลักเพราะหากสำเร็จก็จะทำให้ระบอบสีน้ำเงินพังทลายทันทีจึงต้องกัดติด กัดไม่ปล่อยได้เสียกันไปข้างแม้จะยากถึงยากมากแต่ก็คุ้มค่า..."สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม