กลายเป็นสถาบันคู่กัดเปิดศึกยืดเยื้อกันมานานหลายสิบปี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามแก้ปัญหาและพูดคุยกันมาตลอด แต่ไม่อาจ “ยุติ” ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจนเป็นที่เอือมระอาแก่ชาวเมืองหลวงในพื้นที่เศรษฐกิจปล่อยต่างฝ่ายต่างตั้ง “ทีมนักรบทมิฬ” ในคราบนักศึกษาออกไล่ล่าฆ่ากันอย่างเลือดเย็นเป็นศพนับไม่ถ้วน ระลอกนี้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. อาสาเป็น “ท้าวมาลีวราช” เจรจาห้ามทัพ เรียก นายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายวิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย นายเสถียร ธัญญศรีรัตน์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน หารือร่วมกับ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และฝ่ายเกี่ยวข้องได้ข้อสรุป “ใช้ยาแรง” ตั้งแต่ให้ทั้ง 2 สถาบันงดจัดการเรียนการสอนในพื้นที่พิพาทอย่างน้อย 3 เดือน มี อว.ออกคำสั่งให้ทั้ง 2 สถาบันปฏิบัติตามเพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่นักศึกษา บุคลากร และประชาชน กำชับผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออก เร่งจัดพื้นที่ใหม่ให้ “อุเทนถวาย” ภายใน 3 เดือนไม่อยู่ในพื้นที่ “พิพาทเดิม” ไม่เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ส่วนสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันต้องจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านในระยะยาว เนื่องจากเห็นว่ามีโมเดลจัดการเรียนการสอนให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เรียนกับภาคอุตสาหกรรมอยู่แล้ว หากยังมีปัญหาอีกต้องเตรียมพื้นที่ใหม่เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้วยขณะเดียวกันพื้นที่เดิมที่ “อุเทนถวาย” ตั้งอยู่ อว.จะร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพัฒนาเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ การสร้างสรรนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยืนยันด้วยว่า จะไม่ใช้พื้นที่ในเชิงการค้าและการพาณิชย์อย่างเด็ดขาด รองนายกฯ และ รมว.อว.ระบุเหตุผลความจำเป็นถึงการต้องเปลี่ยนผ่านข้อพิพาททั้ง 2 สถาบันอย่างเท่าเทียมกัน ดำรงไว้ซึ่งเกียรติของทั้งคู่ อีกทั้ง “ขอบคุณศิษย์เก่า” เข้ามาร่วมแก้ปมปัญหาท่ามกลางความคาดหวังเรื่องราวจะผ่านไปได้ด้วยดี.สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม