คนที่เรียนมาทางประวัติศาสตร์สงครามและความขัดแย้งคงจะนึกออกนะครับ ว่าทุกครั้งที่ฝ่ายขวาขึ้นมามีอำนาจมักจะมีความขัดแย้งและตามมาด้วยสงครามไม่กี่ปีมานี้ พรรคฝ่ายขวาชนะการเลือกตั้งในยุโรปหลายประเทศ ผมขออนุญาตไล่เรียงจากอิตาลี 25 กันยายน 2565 กลุ่มพรรคฝ่ายขวาที่มีพรรคพี่น้องแห่งอิตาลีของเมโลนีเป็นกำลังหลัก ชนะเลือกตั้งได้เสียงข้างมากในรัฐสภา ทำให้เมโลนีกระโจนขึ้นไปเป็นนายกรัฐมนตรีออสเตรีย 29 กันยายน 2567 พรรคเสรีภาพหรือเอฟพีโอซึ่งเป็นพรรคขวาจัดได้ สส.อันดับ 1 แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จทำให้พรรคอื่น 3 พรรครวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาล และทำหน้าที่ตั้งแต่ 3 มีนาคม 25681 มิถุนายน 2568 คาโรล นาวรอตสกี ผู้สมัครฝ่ายอนุรักษนิยม–ชาตินิยมชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีโปแลนด์ด้วยคะแนนร้อยละ 50.89 นี่ก็ฝ่ายขวาครับ เพราะฝ่ายขวาที่ชื่อว่าพรรคกฎหมายและความยุติธรรมสนับสนุนแม้แต่ที่เช็ก พรรคที่เป็นพวกประชานิยมและขยับไปทางชาตินิยมอย่างพรรคเอเอ็นโอของอันเดรย์ บาบิช ชนะเลือกตั้งรัฐสภาเมื่อ 3-4 ตุลาคม 2568ที่ฝรั่งเศส ผมจับตาพรรคแนวร่วมแห่งชาติว่าผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไร การเลือกตั้งสมาชิกสภายุโรปในส่วนของฝรั่งเศส เมื่อ 9 มิถุนายน 2567 พรรคนี้ชนะ แต่พอถึง 7 กรกฎาคม 2567 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคนี้กลับได้ที่นั่งเป็นอันดับ 3มีประเทศหนึ่งซึ่งพลิกล็อกคือฮังการี 12 เมษายน 2569 พรรคฟิเดสซ์ของวิกเตอร์ ออร์บาน (พรรคฝ่ายขวา) แพ้พรรคทิสซาของปีเตอร์ ม็อดยอร์ (พรรคกลางขวา)ที่ผมรับใช้ไปล่าสุดคือการเลือกตั้งรัฐซัคเซิน-อันฮัลท์เมื่อ 6 กันยายน 2569 พรรคเอเอฟดีซึ่งเป็นพรรคขวาจัดได้คะแนนถึงร้อยละ 44 แม้ว่ารัฐนี้เป็นเพียงรัฐหนึ่งในสหพันธรัฐเยอรมนี แต่พวกนักวิเคราะห์ทั้งหลายก็ทำนายทายกันว่า กระแสฝ่ายขวาของประเทศนี้กำลังมาแรง เยอรมนีมีทั้งหมด 16 รัฐ แต่ละรัฐมีรัฐบาลและรัฐสภาของตนเอง แล้วก็มีแนวโน้มของการเลือกตั้งเป็นไปตามกระแสที่กระจายไปทั้งประเทศถ้าการเลือกตั้งระดับประเทศครั้งล่าสุดอยู่ครบวาระ การเลือกตั้งระดับประเทศครั้งต่อไปก็จะมีใน พ.ศ.2572 พรรคที่ได้ สส.ระดับประเทศสูงสุดก็จะได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดีให้เป็นนายกรัฐมนตรีที่ผมนำเรื่องนี้มาเขียน เพราะเมื่อ 11 กันยายน 2569 ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ออกมาพูดถึงความเปลี่ยนแปลงในการเมืองยุโรป โดยปูตินมองว่านี่เป็นความผิดพลาดของชนชั้นนำในตะวันตก ที่พลาดทั้งการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจ ความพลาดอันนี้ (อาจจะมาจากการสนับสนุนสงครามอูเครน) เปิดทางให้พรรคฝ่ายขวาอย่างเอเอฟดีของเยอรมนีผงาดขึ้นมาได้รับความนิยมปูตินเป็นคนพูดภาษาเยอรมันได้ดี เคยไปเป็นสายลับในเยอรมันตะวันออก ศึกษาประวัติศาสตร์เยอรมันลึกซึ้ง โดยเฉพาะก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งพวกฟาสซิสต์ขวาจัดนาซีผงาดขึ้นมามีอำนาจ และบั้นปลายท้ายที่สุดก็ก่อให้เกิดสงครามโลกปกติปูตินเป็นคนไม่ให้สัมภาษณ์มั่วซั่ว และเป็นคนไม่ค่อยไปยุ่งกับการเมืองเรื่องของบ้านอื่นเมืองอื่น การที่ปูตินออกมาพูดเรื่องนี้ก็เหมือนกับเป็นการชี้ให้เห็นว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในยุโรป และสิ่งผิดปกตินั้นอาจจะก่อให้เกิดความบ้าคลั่งของผู้คนจนนำไปสู่ความยุ่งยากใหญ่ปูตินเป็นผู้นำรัสเซียในช่วงที่นีโอนาซีซึ่งเป็นพวกขวาจัดของอูเครนเข้ามามีอำนาจแทรกแซงในรัฐบาลอูเครน และทำร้ายชาวอูเครนเชื้อสายรัสเซียต่อเนื่องมายาวนาน และพวกนี้เองที่ผลักอูเครนให้ไปคิดถึงเรื่องการเข้านาโต บั้นปลายท้ายที่สุดก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสงครามรัสเซีย-อูเครนใน พ.ศ.256510 มิถุนายน 2569 บ้านของอิหม่ามในอังกฤษถูกคนสวมหมวกและปิดบังใบหน้าทุบกระจก แล้วก็โยนวัตถุติดไฟเข้าไป โชคดีที่คนในนั้นรวมทั้งเด็กๆหนีออกมาได้ แม้ว่าไม่มีการจับผู้ต้องหาได้ แต่ก็วิเคราะห์กันว่าเป็นพวกขวาจัดที่หนักกว่าอังกฤษก็คือเยอรมนี ค่อยมารับใช้ในโอกาสหน้านะครับว่าโดนอะไร โดนที่ไหน และมีใครอยู่เบื้องหลัง.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม