ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ช่วยเหลือ นศ.สาววัย 22 เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างตัวเป็นตำรวจหลอกว่าจับกุมผู้ต้องหาคดีฟอกเงินซัดทอดผู้เสียหายขายข้อมูลบัตรประชาชนนำไปใช้ทำธุรกรรม แจ้งเหยื่อให้โอนเงินไปตรวจสอบถ้าไม่เกี่ยวข้องคืนเงินให้ และต้องอยู่ลำพังไม่ติดต่อกับผู้ใด เหยื่อสาวหลงเชื่อหลอกขอเงินพ่ออ้างได้ทุนเรียนต่อเมืองนอก ออกจากบ้านเปิดห้องพักขังตัวอยู่โรงแรมในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นาน 4 วัน โอนเงินให้คนร้ายกว่า 1.7 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือได้ในสภาพหวาดกลัว พร้อมทั้งเตือนผู้ปกครองและบุตรหลานระวังเจออุบายแบบนี้เป็นมิจฉาชีพ 100 เปอร์เซ็นต์ศูนย์ ACSC แจ้งตำรวจท้องที่ช่วยเหลือ นศ.สาวเหยื่อแก๊งคอลฯหลอกโอนเงิน วันที่ 12 ก.ย. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) นำโดย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยผลปฏิบัติการช่วยเหลือนักศึกษาถูกมิจฉาชีพหลอกบังคับให้โอนนับล้านบาท เป็นความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสานตำรวจ สส.2 บก.สส.ภ.1 ร่วมกับ สภ.จุฬาลงกรณ์ สภ.คลองหลวง และตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 9 ก.ย. เข้าช่วยเหลือเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์นักศึกษาหญิง อายุ 22 ปี ตกอยู่ในอาการหวาดกลัว ภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองพิจิตร หลอกลวงว่ามีบุคคลนำสำเนาบัตรประชาชน และใช้เบอร์โทรศัพท์ระบุชื่อของผู้เสียหายไปเปิดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งที่สาขาพิจิตร มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน อ้างว่าสอบปากคำผู้ต้องหารายที่เป็นคนนำสำเนาบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดบัญชีซัดทอดว่า ผู้เสียหายเป็นคนขายสำเนาบัตรประชาชนให้เนื่องจากขัดสนทางการเงิน และยินยอมให้ไปเปิดบัญชีม้าแลกกับค่าตอบแทน 10-20% จากนั้นได้รับสายโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกสาย อ้างว่าเป็นเครือข่ายโทรศัพท์สำนักงานใหญ่แจ้งว่ามีบุคคลนำเลขประจำตัวบัตรประชาชนไปซื้อซิมโทรศัพท์ที่ร้านแห่งหนึ่งใน จ.พิจิตร แต่ผู้เสียหายก็ยังไม่เชื่อ และยืนยันว่าไม่เคยเปิดเบอร์โทรศัพท์ มิจฉาชีพออกอุบายว่าหากไม่ใช่ให้รีบแจ้งความตำรวจผู้เสียหายโทรศัพท์กลับไปแจ้งความผู้ที่แอบอ้างเป็นตำรวจที่เคยคุยโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ ก่อนหลอกลวงให้ผู้เสียหายยืนยันความบริสุทธิ์ด้วยการโอนเงิน 1 ล้านบาท เข้าบัญชีตามคำสั่ง เนื่องจากผู้เสียหายไม่มีเงิน มิจฉาชีพให้ไปหลอกขอเงินจากผู้ปกครองแสร้งว่าได้รับทุนการศึกษาต่อที่สหรัฐ อเมริกา จากนั้นต้องโอนเงิน 1 ล้านบาทฝากไว้เพื่อตรวจสอบ และยืนยันสถานะทางการเงิน จากนั้นจะคืนเงินให้หากพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อผู้เสียหายขอเงินจากพ่อ 1 ล้านบาท ให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของผู้เสียหาย มิจฉาชีพสั่งให้เหยื่อไม่ให้ติดต่อบุคคลรอบข้าง ห้ามบอกเรื่องนี้ให้ครอบครัวรู้เด็ดขาด รวมทั้งให้ไปหาสถานที่อยู่เพียงลำพังเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จ นักศึกษาสาวออกจากบ้านไปเช่าห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งไม่ไกลจากบ้าน เวลา 16.04 น. โอนเงิน 1 ล้านบาท ไปยังบัญชีของเครือข่ายมิจฉาชีพ มิจฉาชีพได้เปลี่ยนการติดต่อผู้เสียหายผ่านแอปพลิเคชัน “เทเลแกรม” ให้ผู้เสียหายโอนเงินให้อีก 5 ครั้ง ต่อเนื่องวันที่ 7-8 ก.ย. เป็นเงินส่วนตัวของผู้เสียหาย และยืมจากญาติ รวมเป็นเงิน 1,783,468.50 บาทต่อมา พ่อของผู้เสียหายสงสัยว่าบริษัทที่มอบทุนให้กับผู้เสียหายมีจริงหรือไม่ ค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ปรากฏว่าพบบริษัทดังกล่าวข้อมูลไม่ตรงที่ลูกสาวแจ้งจึงทักท้วง แต่ผู้เสียหายไม่เชื่อและออกจากบ้านไป กระทั่งขาดการติดต่อเชื่อว่า ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงไปเข้าแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 8 ก.ย. เวลา 11.23 น. วันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานและสืบสวนทราบว่าผู้เสียหายพักอยู่ที่โรงแรมดังกล่าวนำกำลังเข้าช่วยเหลือ ตรวจค้นพบในห้องพบธนบัตรเก่า เหรียญของสะสมของพ่อจำนวนหนึ่ง และทองคำ 3 รายการ จากนั้นพาผู้เสียหายไปแจ้งความที่ สภ.คลองหลวงทั้งนี้ ขอเตือนให้ผู้ปกครองและนักศึกษาระมัดระวังอย่าหลงเชื่อผู้ที่ใช้อุบายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐต่างๆ โดยเฉพาะตำรวจ ปปง. และดีเอสไอ ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจไม่มีการโทรศัพท์มาหา ไม่ส่งเอกสารราชการ หมายจับ และหมายเรียกทางไลน์เด็ดขาด ไม่มีการวิดีโอคอลสอบสวน ขอข้อมูล หรือควบคุมตัว ที่สำคัญไม่มีการบังคับให้โอนเงิน หรือนำทรัพย์สินมีค่าไปให้ รวมถึงให้ไปรับทรัพย์สินตามที่ต่างๆเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ หากพบพฤติกรรมดังกล่าวถือว่าเป็นมิจฉาชีพ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบุคคลที่อ้างตัวเป็นเครือข่ายโทรศัพท์ สถาบันการเงิน และธนาคาร ขอให้ตรวจสอบต้นทางที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมทั้งสังเกตบุตรหลานว่ามีพฤติกรรมแปลกไป พยายามเก็บตัว หรือปลีกตัวจากที่บ้านหรือไม่ หากยังไม่มั่นใจให้รีบปรึกษา หรือแจ้งสถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือสายด่วนศูนย์ AOC โทร.1441 ทันทีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่