ผบก.ป.แจงยอดอายัดทรัพย์สิน “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ แบ่งเป็นเงินสด กว่า 138 ล้านบาท ทองคำแท่งและทองรูปพรรณรวมน้ำหนัก 1,000 บาท ส่วน “สีกาเอ๋” ยึดเงินสดกว่า 3.8 ล้านบาท และทองคำรวมน้ำหนัก 90 บาท มูลค่าทรัพย์สินทั้งคู่รวมทั้งสิ้นกว่า 215 ล้านบาท พร้อมระบุคดีโกงเงินวัดคาดมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 1-2 คน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบกับตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่ ปปง. รวมทั้งตรวจสอบการจัดตั้งมูลนิธิหวันโชติของอดีตพระอติโชติ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับรายรับ-รายจ่าย เงินทำบุญและจำหน่ายวัตถุมงคล อาจเอาไว้ใช้ฟอกเงินคล้ายกันกับคดีทุจริตเงินวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ส่วนที่วัดพุทไธศวรรย์ประชาชนหลั่งไหลมาทำบุญในวันหยุดไม่ขาดสายมากกว่าในรอบปี และเกิดเหตุป่วนหญิงรุ่นป้าคว้าเหล็กแหลมปรี่ไล่แทงนักข่าว ตำรวจระงับเหตุได้ทัน ผู้ก่อเหตุขอโทษและนำตัวออกพื้นที่วัดก่อนให้สามีพากลับบ้านจากคดีสะเทือนใจชาวพุทธกรณีตำรวจกองปราบปรามบุกจับกุมนายอติโชติ ทันประเสริฐ หรือสมีโชติ อายุ 66 ปี อดีตเจ้าคุณอติโชติ ธมฺมวโร พระวชิรญาณ วิ. พระราชาคณะชั้นสามัญ และอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ต.สำเภาล่ม อ.พระนคร ศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สร้างวัตถุมงคลโด่งดัง เหรียญจตุคามรามเทพ รุ่นเหนือดวง หรือเหรียญยกฐานะ และ น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง หรือสีกาเอ๋ อายุ 47 ปี ในคดีสนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด ร่วมกันทุจริตเงินวัดกว่า 100 ล้านบาท และสบคบกัน ฟอกเงิน อีกทั้งมีหลักฐานคลิปฉาวอดีตพระอติโชติร่วมเสพสังวาสสีกาเอ๋บนโต๊ะกลมที่ใช้ฉันอาหารในกุฏิ จับกุมขณะฉันเช้าเมนูระดับภัตตาคารก่อนนำตัวไปสึกทันที จากนั้นนำตัวไปสอบปากคำที่กองปราบฯ พร้อมอายัดทรัพย์สินมีค่าของผู้ต้องหาทั้งคู่ อาทิ ทองคำ พระเครื่องเนื้อทองคำ เงินสด เบื้องต้นรวมมูลค่ากว่า 432 ล้านบาท จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธคดีโกงเงินวัดและฟอกเงิน ให้การยอมรับว่าร่วมเสพเมถุนตามหลักฐานคลิปมัดตัว เจ้าหน้าที่นำตัวทั้งคู่ส่งฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ภาค 1 จ.สระบุรี ศาลไม่อนุญาตให้ ประกันทั้งคู่ นำตัวส่งไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดสระบุรี ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 ก.ย. มีรายงานจากกรมราชทัณฑ์ ว่า ตามที่เรือนจำจังหวัดสระบุรีได้รับตัว ข.ช.อติโชติ ทันประเสริฐ และ ข.ญ.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง จากศาลอาญาทุจริตและ ประพฤติมิชอบภาค 1 เมื่อวันที่ 11 ก.ย. เนื่องจากเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ เรือนจำจังหวัดสระบุรีได้ดำเนินการตรวจร่างกายเบื้องต้น ข.ช.อติโชติ จากการตรวจร่างกาย ไม่พบความผิดปกติ และปฏิเสธโรคประจำตัว การประเมินสุขภาพจิตพบว่ามีความวิตกกังวลเล็กน้อย ด้าน ข.ญ.ปุณยวีร์ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติ และปฏิเสธโรคประจำตัว การประเมินสุขภาพจิตพบว่า มีความวิตกกังวลเล็กน้อย เรือนจำจังหวัดสระบุรี จะดำเนินการประเมินสุขภาพจิตเป็นระยะ หากพบความเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบต่อไปทั้งนี้ สำหรับการตรวจรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ ดำเนินการตามมาตรการของกรมราชทัณฑ์ และดำเนินการรับใหม่ตามระเบียบ แยกกักโรค 5 วัน มีอาสาสมัครเรือนจำดูแลอย่างใกล้ชิด อาหารมื้อเย็น แกงมะเขือไก่ รับประทานอาหารได้ตามปกติ อาหารมื้อเช้า แกงจืดลูกชิ้นหมู รับประทานอาหารได้ตามปกติ การนอนหลับพักผ่อน สามารถนอนหลับได้ ผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย ไม่ได้เรียกร้องสิทธิพิเศษแต่อย่างใดด้าน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีนายอติโชติ หรืออดีตพระอติโชติ ในความผิดฐาน ม.157 และร่วมกับ น.ส.ปุณยวีร์ หรือสีกาเอ๋ ทุจริตเงินวัดและสบคบกันฟอกเงินว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานใน 2 ส่วน คือ ส่วนแรก นายอติโชติกระทำผิดวินัยของสงฆ์โดยการยักยอกเงินวัดเข้าบัญชีส่วนตัว แต่ได้มีการออกใบอนุโมทนาในนามของวัด และในส่วนที่ 2 เป็นการตรวจสอบหา เส้นเงินผู้กระทำความผิดร่วมเพิ่มเติม เนื่องจากเส้นเงิน ที่พบมีทั้งใบอนุโมทนาในการบริจาค ใบอนุโมทนาในการออกใบจำหน่ายวัตถุมงคล รวมถึงใบอนุโมทนาในการร่วมบริจาคปรับปรุงวัดรวมกว่า 215 ล้านบาทพล.ต.ต.พัฒนศักดิ์กล่าวว่า คาดว่าในคดีนี้จะมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องคาดว่าน่าจะ 1-2 คน บุคคลที่ว่าเป็นสีกา หรือพระภิกษุหรือไม่ อยู่ใน ขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พนักงานสอบสวน ได้ส่งเอกสารให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบหาเส้นเงินการทุจริตที่เชื่อมโยงกับผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี สำหรับกรอบระยะเวลายังไม่สามารถระบุได้แต่จะทำให้เร็วที่สุด ถ้าพบต้องเรียกมาชี้แจงว่าเงินได้มาจากไหน ถ้าชี้แจงไม่ได้คงต้องแจ้งข้อหาดำเนินคดี โดยจะแถลงความคืบหน้าผลการตรวจสอบให้ทราบอีกครั้งผบก.ป.กล่าวต่อว่า ส่วนทรัพย์สินที่อายัดได้ จากนายอติโชติ ขณะนี้แบ่งเป็นเงินสด 138,308,986 บาท และทองคำแท่งและรูปพรรณน้ำหนักรวม 1,000 บาท ส่วนทรัพย์สินของ น.ส.ปุณยวีร์ที่อายัดไว้ประกอบด้วย เงินสด 3,873,614 บาท ทองคำน้ำหนักรวม 90 บาท ทรัพย์สินของทั้ง 2 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้อายัดไว้รวมทั้งสิ้น 215,229,847 บาท อีกทั้งเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาทรัพย์สินเพิ่มเติมว่าจะมีมากกว่านี้หรือไม่ อยู่ที่ไหน หรืออยู่กับใคร เพื่อจะได้ให้ทั้งคู่ได้ชี้แจงที่มาของทรัพย์สินต่อไปพล.ต.ต.พัฒนศักดิ์กล่าวถึงกรณีนายอติโชติอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จัดตั้งมูลนิธิหวันโชติ ว่า มูลนิธิเพิ่งเริ่มจัดตั้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่วนมีกรรมการ เพียงคนเดียวหรือมีคนอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ขอเวลาตรวจสอบข้อมูลก่อน ส่วนเจตนาของการจัดตั้งมูลนิธิ ขณะนี้ยังไม่ทราบเจตนาที่แท้จริง แต่จากพฤติการณ์ที่พบมองว่าอาจมีการนำเงินเข้ามาเพื่อฟอกเงินลักษณะ คล้ายกับการดำเนินงานของวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี สถานะการเงินของวัด ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขอ ข้อมูลจาก ปปง.เพื่อตรวจสอบรายละเอียด ทั้งเงินที่ไหลเข้าและออก รวมถึงที่มาและปลายทางของเงิน ส่วนการจัดสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลของวัดพบว่า มีการจัดทำมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ทั้งพระเครื่อง เครื่องราง และวัตถุมงคลหลายประเภท การตรวจสอบรายได้ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากบางกรณีมีการชำระเงินเป็นเงินสดหรือโอนเข้ามา ทำให้ไม่สามารถระบุได้ทันทีว่า เงินที่เข้าบัญชีเป็นรายได้จากการเช่าพระหรือมาจากส่วนใดส่วนการตรวจสอบว่าเงินจำหน่ายพระเครื่องเข้าสู่มูลนิธิหรือเข้าวัดนั้น พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ เพราะตำรวจเพิ่งเข้า ตรวจค้นและขนพยานหลักฐานออกมา ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการขอข้อมูลเส้นทางการเงินจาก ปปง. ขณะนี้ตำรวจเห็นเพียงตัวเลขของเงิน แต่ยังไม่เห็นเส้นทางว่าเงินมาจากไหนและไหลไปที่ใด ต้องใช้เวลา วิเคราะห์เส้นทางการเงินทั้งหมด การจับกุมผู้ต้องหา ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทราบรายละเอียด ทุกอย่างได้ทันที เพราะตำรวจยังต้องพิสูจน์พยานหลักฐานเชิงประจักษ์ และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถยึดเพียงคำซัดทอด หรือคำให้การของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้บรรยากาศวันหยุดที่วัดพุทไธศวรรย์ เต็มไปด้วย ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางหลั่งไหลมาทำบุญ ที่วัดไม่ขาดสาย จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าให้ข้อมูล ว่า หลังจากปรากฏข่าวฉาววันหยุดนี้ถือเป็นครั้งแรก มีประชาชนเดินทางมาเที่ยวไหว้พระที่วัดกันหนาตามากกว่าปกติในหลายปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเกิดความวุ่นวายภายในวัดพุทไธศวรรย์ มีชายถอดเสื้อขี่รถ จยย.เข้ามาเบิ้ลเครื่องยนต์เสียงดัง และตะโกนใช้ถ้อยคำไม่สุภาพต่อว่านักข่าวที่มารายงานข่าวที่วัด เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถามหญิงรายหนึ่ง ทราบชื่อว่า “ป้าตุ๋ย” เพราะเห็นชายคนดังกล่าวเดินเข้าไปหาว่ารู้จักกันหรือไม่ ปรากฏว่าป้าตุ๋ยไม่พอใจคว้าเหล็กเส้นปลายแหลมปรี่เข้าหานักข่าวท่าทางขู่ทำร้ายจนต้องวิ่งหนีกันกระเจิง ตำรวจดูแลรักษาความ สงบเรียบร้อยในวัดเข้าระงับเหตุทัน หญิงดังกล่าวยกมือขอโทษ และถูกเชิญตัวออกจากพื้นที่วัดให้สามีพากลับบ้านทันที ส่วนบริเวณกุฏิเจ้าอาวาสยัง ปิดเงียบ ไม่มีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ของวัดอยู่บริเวณกุฏิิ มีประชาชนมาถ่ายภาพกุฏิสมีโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัด ดังกล่าวกันจำนวนมากอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่