“สนธิ” นำม็อบบุกหน้าสถานทูตอิสราเอล ยื่น 4 ข้อ “หยุดล้ำเส้นไทย” จี้คุมพลเมืองเคารพกฎหมาย ไม่แทรกแซงคดี เปิดทางสอบนอมินีถือครองที่ดิน-ธุรกิจ รัฐบาลอิสราเอลต้องยุติความรุนแรงต่อพลเรือนในพื้นที่ขัดแย้ง ปฏิบัติตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ตำรวจระดมกำลัง 1 กองร้อยคุมเข้ม หวั่นเกิดเหตุแทรกซ้อน ชาวภูเก็ตรวมตัวแสดงพลังไม่เอาปีใหม่ยิว แม้ลดจำนวนร่วมงานเหลือ 800 คน ด้านสาวลูกครึ่งขอนำศพพ่อออกจากสุสาน จ.ฉะเชิงเทราปมร้อนชาวยิวในไทยก่อความวุ่นวายไม่เคารพกฎหมาย ใช้นอมินีถือครองที่ดิน ส่งผลกระทบกับประชาชนคนไทย ยังถูกจับตาว่าภาครัฐจะดำเนินการแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่อาคารโอเชียน ถนนอโศกมนตรี (สุขุมวิท 21) ซอย 3 ที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย กลุ่มมวลชนเครือข่ายมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินและเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล นายปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ นายนิติธร ล้ำเหลือ และนายพิชิต ไชยมงคล จัดกิจกรรมชุมนุมในชื่อ “ทวงคืนแผ่นดินไทย” เพื่อยื่นหนังสือถึงนางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลกำชับพลเมืองที่จะเดินทางเข้ามาประเทศไทย ให้เคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และประชาชนไทย รวมทั้งยุติการใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อการตั้งถิ่นฐาน กว้านซื้อที่ดิน หรือประกอบธุรกิจในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยบรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ชุมนุมถือธงชาติไทยและป้ายข้อความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ขณะที่แกนนำสลับกันขึ้นรถปราศรัยถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชาวอิสราเอลที่เข้ามาพำนักและทำธุรกิจในประเทศไทย รวมถึงประเด็นการถือครองทรัพย์สินและการประกอบธุรกิจผ่านตัวแทนคนไทย มีชาวปาเลสไตน์และชาวมุสลิมต่างชาติที่อาศัยอยู่ในย่านสุขุมวิทบางส่วนเดินทางมาร่วมกิจกรรม พร้อมเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงและปลดปล่อยปาเลสไตน์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจ นครบาล 5 และ สน.ทองหล่อ ระดมกำลังประมาณ 1 กองร้อย เข้าดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมวางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อนนายสนธิได้อ่านจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลดำเนินการ 4 ข้อ ได้แก่ 1.ให้ควบคุมพลเมืองตัวเองและกำชับนักท่องเที่ยวให้เคารพกฎหมาย วัฒนธรรมไทย และคนในท้องถิ่น 2.ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ไทยในการดำเนินคดีกับพลเมืองอิสราเอลที่ก่ออาชญากรรม ไม่ใช้สิทธิทางการทูตแทรกแซง 3.เปิดเผยและโปร่งใสในการตรวจสอบการครอบครองที่ดินและการดำเนินงานของศูนย์ Chabad และองค์กรที่เกี่ยวข้องในไทย 4.อิสราเอลต้องยุติการกระทำอันโหดเหี้ยมต่อพลเรือน โรงพยาบาล โรงเรียน ในพื้นที่ขัดแย้งและปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ สิ่งที่คนไทย ต้องการเห็นคือการกระทำที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่คำตอบตามพิธีการ คนไทยให้เกียรติผู้มาเยือน หากเข้ามาแล้วละเมิดกฎหมายก่อความวุ่นวาย แสดงท่าทีคุกคาม และต้องการครอบครองดินแดนไทย คนไทยพร้อมจะลุกขึ้นปกป้องบ้านของตัวเองส่วนที่ จ.ภูเก็ต กลุ่ม “Save Phuket” หรือ “กลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต” ร่วมกับ 10 เครือข่ายรวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการรถแท็กซี่ ตุ๊กๆ และกลุ่มคนไทยรักปาเลสไตน์ นัดรวมตัวแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ วันที่ 11 ก.ย. เวลา 15.00 น. บริเวณวงเวียนโลมา หาดป่าตอง อ.กะทู้ คัดค้านชาบัดป่าตอง จัดงานปีใหม่ยิว เนื่องจากภาคประชาชนกังวลอาจทำให้พื้นที่สุ่มเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายความขัดแย้ง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของชาวบ้าน ชุมชน รวมถึงภาพรวมการท่องเที่ยวในพื้นที่หาดป่าตอง แต่เสียงคัดค้านของประชาชนในพื้นที่ถูกเพิกเฉย ชาบัดป่าตองยังเดินหน้าจัดกิจกรรมตามกำหนดเดิมในวันที่ 11 ก.ย. โดยลดจำนวนคนร่วมกิจกรรมจากเดิม 1,000 คน เหลือ 800 คนส่วนความคืบหน้าการเคลื่อนย้ายศพจากสุสานยิว อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา นายธนวัฒน์ เกตุงาม รองนายกองค์การบริหารส่วนตําบลเสม็ดใต้ กล่าวว่า ลูกสาวของศพชาวอิสราเอลที่ฝังในสุสานได้ติดต่อขอนำศพพ่อออกไปทำพิธี โดยบอกว่าเมื่อปี 2566 พ่อชาวอิสราเอลเสียชีวิต ตอนแรกจะทำการฌาปนกิจศพหรือเผาศพเพราะแม่เป็นคนไทย แต่น้องชายอยากให้ทำพิธีของชาวยิว จากเดิมจะทำพิธีที่กรุงเทพฯ แต่สถานที่เต็มจึงมาทำที่สุสาน ต.เสม็ดใต้ พอทราบเรื่องตามข่าวเกิดความไม่สบายใจอยากนำศพพ่อออกไปทำพิธี ทางราชการท้องถิ่นยินดีประสานหากมีความประสงค์จะทำพิธีฌาปนกิจเผาศพตามหลักศาสนาพุทธอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่