“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.คมนาคม แจงท่อน้ำมันไม่ได้รั่ว แต่แค่ซึม ยันสามารถปิดได้ แต่ถึงตอนนี้ยังหาจุดที่รั่วไหลไม่พบ “ชัชชาติ” คุมเจ้าหน้าที่ขุดหาจุดรั่วในที่เกิดเหตุอย่างใกล้ชิด เตรียมกำลัง จนท.ดับเพลิง และหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมเกิดเหตุแทรกซ้อน เบื้องต้นยังไม่อพยพประชาชนออกจากจุดเกิดเหตุ ตรวจวัดปริมาณไอน้ำมันในพื้นที่ทุก 1 ชม. และมอนิเตอร์พื้นที่ทุก 30 นาที “เอกนัฏ” เผย ขณะนี้เปิดหน้าดิน 2 จุดห่างกัน 10 เมตร ยังไม่พบท่อที่รั่วซึมชัดเจน ท่อดังกล่าวเป็นของบริษัทบาฟส์ฯให้ “บางจาก” เช่าส่งน้ำมันเครื่องบินเจ็ตไปยังสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ด้านบริษัทบาฟส์ฯ ชี้แจงกรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำของ กทม. ยันท่อส่งน้ำมันของบริษัทได้มาตรฐานสากล ประเมินอายุการใช้งานได้ถึง 80 ปี ตอนนี้ยังหาจุดรั่วซึมไม่พบความคืบหน้ากรณีน้ำมันรั่วซึมลงสู่ระบบระบายน้ำใต้ถนนเชื้อเพลิงยาวไปถึงใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 10ก.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมนายบำรุง สำเนียงงาม ผอ.เขตคลองเตย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลเข้าไปในท่อระบายน้ำพื้นที่เขตคลองเตย พร้อมตรวจเยี่ยมชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนา นายชัชชาติกล่าวว่า ทีมงานปฏิบัติงานในพื้นที่ต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ก.ย.จนถึงเวลา 22.00 น. เพื่อค้นหาจุดรั่วของท่อน้ำมัน ยังไม่พบจุดรั่วชัดเจน แต่กลิ่นน้ำมันขึ้นมาจากท่อ ดำเนินการฉีดโฟมควบคุมสถานการณ์ ปัจจุบันยังพบน้ำมันปนเปื้อนอยู่ในท่อระบายน้ำของ กทม. แต่ปริมาณและความเข้มข้นลดลงเจือจางลงมากแล้ว แต่จำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และขยายการค้นหาต่อเนื่อง เพื่อระบุจุดต้นเหตุให้ได้โดยเร็ว มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญควบคุม และเฝ้าระวังการขุดค้นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความปลอดภัย“กทม.จัดกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจจากสำนักงานเขตคลองเตยและสำนักงานเขตยานนาวาเฝ้าระวังพื้นที่ตลอด 24 ชม. จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ เพื่อประสานและติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง มีการตรวจวัดปริมาณไอน้ำมันในพื้นที่ทุก 1 ชม. ตามสถานการณ์และมอนิเตอร์พื้นที่ทุก 30 นาที เพื่อประเมินความปลอดภัยและรองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง ภารกิจสำคัญวันนี้คือ การขยายผลค้นหาจุดต้นเหตุการรั่วซึมให้พบ พร้อมดำเนินการจัดการน้ำมันที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำที่สูบขึ้นมาจากระบบท่อระบายน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อควบคุมสถานการณ์ ลดผลกระทบต่อประชาชน และพื้นที่โดยรอบให้ได้มากที่สุด” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เผยว่า น้ำมันเป็นของบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมหุ้นกับอีกหลายบริษัท การตรวจสอบรอยรั่วชัดเจนว่า มีรอยรั่วจุดที่ 1 ไม่ใหญ่มากนัก แต่ในจุดที่ 2 ยังไม่พบ ท่อส่งน้ำมันดังกล่าวส่งไปยังคลังน้ำมันท่าอากาศยานดอนเมือง ส่วนการแก้ไขผู้เชี่ยวชาญให้คำยืนยันว่า สามารถแก้ไขปิดรอยรั่วได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า เส้นทางส่งน้ำมันทางท่อระยะทางค่อนข้างยาว มีจุดอื่นเสี่ยงที่จะรั่วไหลอีกหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ย้อนไป 2 ปีที่ผ่านมา มีการทดสอบตลอดแนวเส้นทางการส่ง คุณภาพท่อยังสมบูรณ์ ไม่มั่นใจว่าจุดที่รั่วซึมเกิดจากสาเหตุใด ต้องรอให้ฝ่ายวิศวกรดำเนินการและแจ้งกลับเข้ามา จากนั้นจะชี้แจงกับสื่อมวลชนอีกครั้ง“ส่วนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ย้ำว่าขณะนี้การป้องกันมีหน่วยงานทั้ง กทม.และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมความพร้อมทั้งรถดับเพลิง รถพยาบาล และอุปกรณ์การดับไฟ จากการวัดค่าสารระเหยในพื้นที่โดยรอบ พบค่าที่จะก่อให้เกิดอันตรายน้อยมาก เพราะกรณีดังกล่าวไม่ใช่การรั่ว แต่เป็นการซึม” ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ต้องถึงขั้นอพยพประชาชนใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ขึ้นอยู่กับดุลพินิจผู้ว่าฯ กทม.ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เผยในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ ไทยแลนด์ว่า หารือกับบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทบาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT แนวท่อดังกล่าวเป็นท่อขนส่งน้ำมันเครื่องบิน (เจ็ต) ที่ขนส่งจากโรงกลั่นบางจากไปยังสนามบินดอนเมือง และคลังน้ำมันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงสั่งให้ บ.บางจากหยุดการใช้งานขนส่งน้ำมันทางท่อเป็นการชั่วคราว“ส่วนการขุดหน้าดินไปยังจุดที่มีท่อส่งน้ำมันเพื่อตรวจสอบรวม 2 หลุมที่พบปัญหาคราบน้ำมันรั่วซึมปรากฏว่า รอบๆหลุมที่ 1 เจอคราบน้ำมันบริเวณรอบตัวท่อแต่เมื่อขุดลึกลงไปถึงผิวท่อก็ไม่พบคราบน้ำมัน ไม่พบรอยแตกร้าวของท่อ และไม่พบว่ามีสนิมขึ้นรอบๆ ขณะที่ขุดหลุมที่ 2 ไม่พบคราบน้ำมัน ไม่พบรอยแตกร้าว หลุมที่ 1-2 ห่างกันประมาณ 10 เมตร ขณะนี้ยังไม่พบรอยสนิมรอบๆตัวท่อ หากมีรอยสนิมต้องพิจารณาว่าต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ท่อขนส่งน้ำมันปกติจะมีอายุการใช้งาน 50 ปี” รมว.พลังงาน กล่าวนายเอกนัฏกล่าวด้วยว่า ท่อน้ำมันดังกล่าวเป็นของ บ.บาฟส์ฯ แต่ให้ บ.บางจากเป็นผู้บริหารจัดการ ตนกำชับว่า หากความเสียหายเกิดจากท่อขนส่งน้ำมันดังกล่าว มีผลกระทบต่อประชาชน ทั้ง 2 บริษัทต้องร่วมกันรับผิดชอบเยียวยาผู้เสียหายอย่างเต็มที่ ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดจากโครงการก่อสร้างอะไรในบริเวณจุดเกิดเหตุหรือไม่ เพราะการก่อสร้างอาจส่งผลกระทบต่อแนววางท่อขนส่งน้ำมันผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทบาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT ฐานะผู้ดำเนินกิจการระบบท่อขนส่งน้ำมัน ขอชี้แจงว่า บริษัทติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และภาคเอกชนในการวิเคราะห์หาสาเหตุ และเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการดำเนินการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะที่ไม่กระทบการดำเนินชีวิต หากผลการตรวจสอบพบว่า สาเหตุหรือความเสียหายส่วนใดอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของบริษัทพร้อมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นภายใต้กรมธรรม์ที่ทำไว้ทั้งนี้ บริษัทเป็นเจ้าของระบบท่อขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นบางจากจนถึงคลังน้ำมันช่องนนทรีตลอดไปตามเส้นทางขนส่งน้ำมันไปยังคลังน้ำมันอากาศยานดอนเมือง คลังน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ และต่อไปจนถึงคลังน้ำมันภาคพื้นดินที่คลังน้ำมันบางปะอิน บริเวณจุดที่เกิดเหตุเป็นหนึ่งในแนวท่อดังกล่าว BPT ให้สิทธิโดยมีค่าตอบแทนสำหรับการใช้และบริหารทรัพย์สินของระบบท่อส่งน้ำมันเส้นนี้แก่บริษัทกรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2565อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่