ถกงบฯปี 70 เดือดส่งท้าย “พริษฐ์” ขุดโกง สว.หั่นงบฯ กกต.ขวางหนุนอาชญากรรม ทางประชาธิปไตย ชี้สังคมคาใจรู้เห็นเป็นใจขบวนการโกงไร้รอยต่อ “อภิสิทธิ์” กางคำพิพากษาศาลมัดคอ แค่มีหลักฐานเชื่อได้ว่าทุจริตต้องส่งศาลฎีกา ขู่ 4 เสือผิดผลประโยชน์ทับซ้อน “ไอซ์” เตือนอย่าเป็นส่วนร่วมก๊วนอาชญากรรมสีน้ำเงิน แซะใครจะเลื่อนชั้น นั่งองค์กรอิสระต้องตีตั๋วบุรีรัมย์ “ศุภชัย” โต้เดือด “ไอติม” อย่าเหิมให้มาก แฉมีคนตั้งธงฟัน 229 ราย หวังผลโค่นพรรค ภท.ให้ได้ “ปชน.” รุมยำงบฯ ตร.แพงไม่ไหว ช็อปชุดเก็บกู้ระเบิด 6 แสนบาท เทียบของสหรัฐฯแค่ 1.4 แสนบาท อึ้งชุดดำน้ำ บก.ปพ.สุดเว่อร์ 3.5 ล้าน พุ่งเกินปกติเกือบร้อยเท่า “ภัณฑิล” ตัดงบฯ 714 ล้านเบรกโครงการส่งเสริมประชาธิปไตย สว.ฟอกขาวตัวเอง “อดิศร” เหน็บ สว.เหมือนไส้ติ่งตัดทิ้ง ไม่มีก็ได้การประชุมสภาฯพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระ 2-3 วันสุดท้ายฝ่ายค้านมุ่งเน้นอภิปรายการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่ตั้งราคาสูงเกินจริงหลายรายการ อาทิ ชุดเก็บกู้ระเบิดชุดละ 6 แสนบาท ขณะที่ราคาของสหรัฐฯอยู่ที่ 1.4 แสนบาท อุปกรณ์ดำน้ำของกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ชุดละ 3.4-3.5 ล้านบาทสูงกว่าราคาปกติเกือบร้อยเท่าปชน.รุมสกรัมงบ ตร.ไม่โปร่งใสเมื่อเวลา 09.30น. วันที่ 10 ก.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาทวาระ 2-3 ต่อเนื่องเป็นวันที่สี่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณามาตรา 27 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกฯ กระทรวง ทบวง กรม วงเงิน 41,956 ล้านบาท สส.พรรคประชาชน (ปชน.) หลายคนอภิปรายพุ่งเป้างบฯสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตั้งข้อสังเกตการ จัดซื้อจัดจ้างหลายรายการแพงเกินจริงทั้งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด งบฯซ่อมเครื่องบิน ค่าซ่อมสนามยิงปืนปูดซื้อชุดเก็บกู้ระเบิดแพงเว่อร์น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า ตร.จัดหาชุดอุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเบิด 50 ชุด ราคาชุดละ 6 แสนบาทรวม 30 ล้านบาท ตามทีโออาร์ระบุ แต่ละชุดมีอุปกรณ์ 40 รายการ อาทิ เชือก ตะขอ หมุดตอก ครีมล็อก มีดพับ รอกและอุปกรณ์พื้นฐานอื่นๆ แต่ ตรวจสอบชุดลักษณะเดียวกันที่ผู้ผลิตต่างประเทศเผยต่อสาธารณะ อาทิ ผู้ผลิตจากสหรัฐฯ 120,000 บาท อีกราย 140,000 บาท ขณะที่ผู้ผลิตจากจีนชุดละ 40,000 บาท ราคาเปิดเผยต่อสาธารณะอยู่ที่ 40,000-140,000 บาท แต่ ตร.ตั้งราคา 6 แสนบาท ส่วนต่างหลายแสนบาทต่อชุดเกิดจากอะไร ทำให้ราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่ขายอยู่ในตลาดหลายเท่าตัว ไม่ได้เสนอให้ตำรวจเลือกซื้อของถูกสุด เพราะชีวิตเจ้าหน้าที่ไม่ใช่พื้นที่ลดต้นทุน แต่ของที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ ต้องจัดซื้อในราคาที่อธิบายได้ซัดพิรุธทีโออาร์งบซ่อมเครื่องบินร.อ.ท.ธนเดช เพ็งสุข สส.กทม.พรรค ปชน.อภิปรายว่า ขอตัดงบกองบินตำรวจ โครงการซ่อมเครื่องบิน ปี 70 ของบซ่อมเครื่องบิน 3 รายการคือ 1.รายการแรก 619 ล้านบาท รายการสอง 270 ล้านบาท รายการสาม 683 ล้านบาท แม้อนุ กมธ.ปรับลดงบ 10% แต่ไม่พอ เหตุผลขอปรับลดงบฯซ่อมเครื่องบินปี 68 ยังใช้ไม่หมด งบฯปี 69 ยังไม่ได้ใช้ มีประเด็นไม่สามารถลงนามสัญญาได้ ปกติกองบินตำรวจจะจ้างการบินไทยซ่อมอากาศยาน ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงตามความเห็นคณะกรรมการองค์กรบริหารความสมควรเดินอากาศอย่างต่อเนื่อง แต่การบินไทยทำหนังสือคัดค้าน ทำให้ไม่สามารถลงนามได้ มีข้อมูลว่ากองบินตำรวจมีเครื่องบิน 41 ลำ ใช้งานได้ 8 ลำ ปัญหาเกิดขึ้นเป็นเพราะตั้ง “ดร.วช.” วงการการบินตำรวจรู้จัก ให้เป็นกรรมการกำหนดทีโออาร์ ผู้ต่อรองราคา ครั้งหนึ่ง ดร.วช.พูดกับที่ประชุมถึงการคัดเลือกผู้ประกอบการไม่ต้องผ่านกรรมการ อ้างปรึกษาผู้ช่วย ผบ.ตร. แล้วให้มีอำนาจเลือกผู้ประกอบการทันที ดร.วช.คนนี้ ผบ.ตร.ตั้งเป็นที่ปรึกษา อยู่ร่วมทุกกระบวนการ สงสารบุคลากรกองบินตำรวจที่ไม่ปลอดภัยในชีวิต แต่บุคคลนี้เลือกผู้ประกอบการ ตนมีคลิปเสียงเตรียมพร้อม ฝากนายกฯและว่าที่ ผบ.ตร. หากปล่อยปละการทำงบฯกองบินตำรวจจะพังพินาศแฉ บก.ปพ.ซื้อชุดดำน้ำแพง 100 เท่าน.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม.พรรคปชน. อภิปรายว่า ตร.ขอจัดซื้ออุปกรณ์ดำน้ำของกองต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) 1 ชุด ราคา 3.4-3.5 ล้านบาท ถือว่าผิดปกติ คนดำน้ำรู้ว่าอุปกรณ์ดำน้ำยี่ห้อหรูสุดแพงเต็มที่ 1 ชุด ไม่เกิน 2-3 แสนบาท แต่การซื้อราคา 3.5 ล้านบาทแพงกว่าเกือบร้อยเท่า ต้องตรวจสอบ รวมถึงใบเสนอราคา 3 เจ้า มีการเสนอราคากลาง 3 ล้านบาททั้งหมด เมื่อดูทีโออาร์พบว่า ไม่แตกต่างจากที่ใช้ในตลาด และมีรายการเพิ่มมาคือ เรือคยัค อุปกรณ์พาย ย้อนแย้งการดำน้ำแบบสคูบา มาโผล่อยู่ในใบเสนอราคาได้อย่างไร ไม่มีอะไรเกี่ยวกัน ไม่อยากเกิดข้อครหา ตร.ทุจริตงบอุปกรณ์ดำน้ำโก่งราคางบซ่อมสนามยิงปืนนายภูริวรรธก์ ใจสำราญ สส.กทม.พรรค ปชน. อภิปรายว่า ตร.ของบปรับปรุงระบายน้ำในพื้นที่กองบินตำรวจ 50 ล้านบาท มีรายการปรับภูมิทัศน์ ถนน บ่อนํ้า โรงพระ โรงพักอากาศยาน งานเดินสายที่ตั้งไว้สูงถึง 1,480,000 บาท เป็นค่าวัสดุ 9 แสนบาท ค่าแรง 580,000 บาท ผู้รับเหมาเอกชน 3 รายประเมินราคางานนี้อยู่ที่ประมาณ 6 แสนบาทเท่านั้น ค่าแรงและค่าวัสดุที่ตั้งมาสูงกว่าราคาตลาด 2 เท่า รวมถึงผิดปกติราคาเซิร์ฟเวอร์ระบบคอมพิวเตอร์กล้องวงจรปิด ตั้งราคา 2 ล้านบาท คิดเป็นค่าลิขสิทธิ์ 1.9 ล้านบาท ค่าติดตั้ง 1 แสนบาท แต่บริษัทเอกชนคู่เทียบเสนอราคาซอฟต์แวร์ตัวเดียวกันนี้ ราคา 4.5 แสนบาท ราคาที่ขอมาสูงกว่าราคาตลาดเกือบ 4 เท่า กองบินตำรวจยังของบปรับปรุงสนามยิงปืน 75.8 ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้าง 48.27 ล้านบาท แม้ค่าโครงสร้าง ค่าวัสดุพื้นฐาน ค่าเหล็กรูปพรรณและค่าแรงอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่งบไปกระจุกตัวที่วัสดุเฉพาะทางแบบผิดปกติ เช่น งานระบบกันกระสุน แผ่นยางขนาด 50×50 ซม. แผ่นละ 12,300 บาท รวม 800 แผ่น คิดเป็น 9.84 ล้านบาท สูงกว่าราคาตลาดโลกที่ตกแผ่นละ 1,300 บาทเท่านั้น ส่วนแผ่นเหล็กกันกระสุนราคาสูงชนเพดานหนา 8.2 มม. ตั้งราคา 25,000 ต่อ ตร.ม. ราคานี้จะเหมาะสมเมื่อเป็นเหล็กกันกระสุนเกรดนำเข้า หากเป็นเหล็กเหนี่ยวนำธรรมดาถือว่าแพงมหาศาล โครงการนี้แม้ดูสมเหตุสมผลเรื่องโยธา แต่ด้านครุภัณฑ์แพงมาก ขอให้ทบทวน มาคุยใหม่ในปีหน้า ขอตัดงบฯทั้งโครงการกมธ.เผย ผบ.ตร.โอดถูกตัดงบอื้อต่อมาเวลา 11.20 น. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรค ภท. กมธ.เสียงข้างมาก ชี้แจงว่า ตร.ของบฯมา 1.7 แสนล้านบาท แต่ถูก กมธ.ตัดลดเหลือ 1.2 แสนล้านบาท ผบ.ตร.มาร้องขอ กมธ.ให้ช่วยด้วย เพราะงบฯที่ถูกปรับลด 5 หมื่นล้านบาทกระทบเบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมันตำรวจชั้นผู้น้อย ส่วนการตั้งด่านทั่วบ้านทั่วเมือง ผบ.ตร.ระบุว่า การตั้งด่านมีระเบียบการตั้งด่าน ต้องมีตำรวจระดับสารวัตรเป็นหัวหน้า ตำรวจดีมีมาก ตำรวจไม่ดีก็มี เหมือนกันทุกองค์กร ถ้าพบตำรวจไม่ดีจะตัดทิ้ง จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 27 ด้วยคะแนน 270 ต่อ 124 เสียง งดออกเสียง 26 ไม่ลงคะแนน 1จวก สว.ใช้งบฟอกขาวตัวเองจากนั้นเวลา 11.50 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 28 จังหวัด และกลุ่มจังหวัด วงเงิน 4.27 พันล้านบาท มีสมาชิกอภิปรายคนเดียวก่อนที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 273 ต่อ 115 เสียง งดออกเสียง 25 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เช่นเดียวกับมาตรา 29 รัฐวิสาหกิจวงเงิน 7.37 หมื่นล้านบาท ทั้ง 2 มาตราใช้เวลาพิจารณา 40 นาที มีผู้อภิปรายไม่มาก ขณะที่มาตรา 30 รัฐสภา วงเงิน 3,012 ล้านบาท นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคปชน. อภิปรายว่า งบฯโครงการส่งเสริมประชาธิปไตย 714.6 ล้านบาทของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สว. พยายามยัดเยียดประชาธิปไตยไปสู่ประชาชน แต่ไม่ฟังเสียงประชาชน กลับมาที่ สว. ไม่ต่างกับประชาธิปไตยทางเดียว งบฯปี 70 สว.มีแต่โครงการไม่สมเหตุสมผล มีเรื่องน่าตกใจเมื่อ สว.ตั้งกระทู้ถามในสภาฯ ต้องจ้างบุคคลภายนอก 1 ล้านบาทมาวิเคราะห์กระทู้ที่ถาม เพื่อวิจัยและติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ ปัจจุบัน สว.มีแต่คำว่าโกง สีน้ำเงิน ไม่ทำให้ประชาชนจดจำอำนาจ สว.ได้ อย่าใช้งบฯฟอกขาวตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย อย่าแอบอ้างประชาธิปไตยพร่ำเพรื่อ ทั้งที่ไม่เคยพิสูจน์ได้ว่าประชาชนได้อะไรจาก สว.“อดิศร” เหน็บ สว.ไส้ติ่งตัดทิ้งไม่มีก็ได้นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่าติดใจการตั้งงบฯของรัฐสภา เกี่ยวกับการเผยแพร่ประชาธิปไตย ไม่ห่วงสภาฯแต่ห่วงวุฒิสภา เพราะมีที่มาไม่เหมือน สส. บางคนบอก สว.มีก็ได้ไม่มีก็ได้ เหมือนไส้ติ่งมีไม่เป็นไร ตัดทิ้งก็ไม่เป็นไร อยากให้ทบทวนการให้งบฯแก่องค์กรที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย 100% ไปเผยแพร่ประชาธิปไตยแก่ประชาชน จะเป็นการให้ยาพิษทางประชาธิปไตยแก่ชาวบ้าน ไม่ใช่ให้งบฯส่งเดช แล้วไปเผยแพร่ตามทฤษฎีที่ตนเองได้มา จะเป็นผลร้ายต่อระบอบประชาธิปไตย อยากให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าใจว่า สว.เสมือนไส้ติ่ง มีก็ได้ไม่มีก็ได้ จากนั้นมีมติเห็นด้วยมาตรา 30 ไป 271 ต่อ 124 งดออกเสียง 46 ไม่ลงคะแนน 7“ไอติม” คุ้ยฮั้ว สว.โยงหั่นงบฯ กกต.ต่อมาเวลา 13.35 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 32 องค์กรอิสระ วงเงิน 7,850 ล้านบาท นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายว่า ไม่มั่นใจว่างบที่กำลังจะอนุมัติให้ กกต.จะถูกใช้เพื่อปกป้องประชาธิปไตย หรือสนับสนุนอาชญากรรมทางประชาธิปไตย บทบาท กกต. 2 ปีเกี่ยวกับการโกง สว.สังคมกังวลใจว่า 4 วันข้างหน้า กกต.จะลงมติตัดตอนไม่ให้เรื่องไปถึงศาลหรือไม่ กังวลใจว่า กกต.รู้เห็นเป็นใจขบวนการโกง สว.ตั้งแต่แรก นำเส้นทางโกง สว. กับเส้นทางทำหน้าที่ กกต.เทียบกัน 2 เส้นทางนี้เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ไม่ต่างจากถนนพระราม 4 กับถนนสุขุมวิท ที่ซอยเชื่อมโยงกันตลอดทางไปบรรจบที่แยกพระโขนง ควรอนุมัติงบตรวจสอบทุจริตหรือไม่“ศุภชัย” ซัดเดือดอย่าเหิมให้มากจากนั้นนายพริษฐ์กล่าวถึงการทำงานของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ว่า ไม่มีประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ควรจัดสรรงบให้คณะอนุกรรมการแบบนี้ เพราะมีข้อสรุปว่าขบวนการโกง สว.ไม่มีอยู่จริง ไม่มีผู้ถูกกล่าวหาคนใด ควรถูกสั่งฟ้องไปที่ศาลแม้แต่คนเดียว จึงขอเสนอตัดงบการสอบสวนของ กกต.ทั้งหมด เพราะไม่ว่าจะสอบสวนได้หลักฐานอะไรมา ก็เจออนุกรรมการวินิจฉัยยกคำร้องให้ตรงกับธงการเมือง แม้แต่เบี้ยประชุมคณะอนุกรรมการวินิจฉัยตัดไปเลยก็ได้ ถ้าต้องการผลลัพธ์แบบนี้ ตั้งแค่งบค่าโทรศัพท์ไปที่ จ.บุรีรัมย์ ไม่กี่สายก็ได้คำตอบเดียวกัน งบที่สภา อนุมัติต้องไม่กลายเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้องค์กรที่ปกป้องเครือข่ายอาชญากรทางประชาธิปไตย ระหว่างนั้นสส.พรรค ภท.พากันประท้วงต่อเนื่อง อาทิ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ขอให้นายพริษฐ์อภิปรายอยู่ในประเด็นงบฯวาระ 2 สิ่งที่กำลังพูดเป็นเนื้อหาสำนวนที่เป็นความลับแล้วนำเผยแพร่ นายพริษฐ์ตอบโต้ว่าหากย้อนไปดูตนไม่ได้เผยแพร่สำนวน นายศุภชัยพูดเท็จหรือไม่ ทำให้นายศุภชัยตอบโต้ว่าขี้เกียจเถียงกับเด็ก ไม่อยากตอบโต้ ก็เข้าใจ แต่อย่าฮึกเหิมมาก“มาร์ค” กางคำพิพากษาศาลมัด กกต.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ในการเลือก สว.ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ระบุว่าถ้ามีหลักฐานเชื่อได้ว่าทุจริต ให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งบุคคลนั้น กกต.ต้องทำไม่ต้องพิสูจน์ ก่อนเลือก สว.เลขาธิการ กกต.โพสต์เฟซบุ๊กเตือนผู้สมัคร สว.อย่าแลกคะแนน ยกคำพิพากษาศาลฎีกา 2 คดีเลือก สว.ว่าลำพังแค่แลกคะแนนก็ผิดแล้ว เป็นบรรทัดฐานไว้แล้ว กกต.เคยเชื่อมาแล้ว แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นใหญ่กว่าส่งไลน์ขอแลกคะแนน มีทั้งได้คะแนนเหมือนกัน ประชุมในโรงแรม ลังเลอะไรกับสิ่งที่ศาลชี้มาแล้ว จนเกิดกระแสเปิดโปงข้อมูลฮั้ว สว. เลขาธิการ กกต.จึงชี้แจงหลักเกณฑ์ส่งฟ้อง 3 ข้อ เช่น ต้องเป็นความผิดเฉพาะตัวผู้สมัคร ทั้งที่มาตรา 76 พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง สว.พูดถึงความผิดของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ช่วยผู้สมัครให้ได้รับเลือกเป็น สว.ไม่ได้ระบุว่าเป็นความผิดเฉพาะผู้สมัคร กกต.ไม่เคยตั้งข้อสงสัยเหตุการณ์เกี่ยวโยงกับนักการเมืองพรรคเดียว บอกแค่บังเอิญและบังเอิญเป็นคำตอบขู่ 4 เสือเสี่ยงผิดผลประโยชน์ทับซ้อนนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญ กกต. 4 คนที่จะลงมติตัดสินคดีวันที่ 14 ก.ย. มาจาก สว.ที่ถูกกล่าวหา ถ้าดูตามหลักธรรมาภิบาล หาก กกต. 4 คนลงมติเป็นคุณกับผู้มีพระคุณของตัวเอง หนีไม่พ้นข้อหามีส่วนได้เสีย ผลประโยชน์ต่างตอบแทน มีผลประโยชน์ทับซ้อน จำเป็นต้องตัดงบ กกต.และไม่ใช่องค์กรเดียว ควรตัดงบ ป.ป.ช.ที่น่าเป็นห่วง เชื่อหรือไม่ระหว่างพิจารณากฎหมายนี้ เพิ่งได้รับจดหมายจาก ป.ป.ช.แจ้งผลการพิจารณาที่ตนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาเมื่อ 15 ปีที่แล้วระบุว่าไม่มีความผิด ทำไมใช้เวลา 15 ปี ล่าสุดเพิ่งจัดสัมมนาวิกฤติศรัทธาองค์กรอิสระ ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองแสดงความเห็นทางเดียวกัน ถ้าระบบตรวจสอบไม่ทำงาน ประชาธิปไตยไม่อาจเกิดผลได้จริง ภารกิจการรักษาประชาธิปไตยเป็นของพวกเรา เริ่มต้นด้วยการส่งสัญญาณตัดงบฯหน่วยงานเหล่านี้ 10%“ไอซ์” ฉะอย่าร่วมก๊วนอาชญากรน้ำเงินน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายงบฯ กกต.ตอนหนึ่ง ย้ำเตือน กกต.ให้ระมัดระวังผลประโยชน์ทับซ้อน ยกตัวอย่างหลายเหตุการณ์เกี่ยวกับคดีเลือก สว. อาทิ การโอนเงินจาก บุคคลหนึ่ง 13 ครั้ง 860,000 บาท ให้พนักงานสอบสวน ไต่สวนฝ่ายสืบสวนวิจัยของ กกต. ช่วงคาบเกี่ยวกระบวนการเลือกกันเองของ สว. เลขาฯ กกต.ชี้แจงว่าเงินนี้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว และกรณีนายประณีต เกรัมย์ สว. อดีตคนขับรถของปู่ชัย ชิดชอบ เคยถูกยื่นร้องเรียนว่าสมัคร สว.โดยรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติ โทร.หาเลขาฯ กกต. 39 วินาที คุยอะไรกัน ขอให้ กกต.ทบทวนว่าต้องทำงานเชิงรุกตรวจสอบทุจริต ไม่ใช่ประพฤติตัวให้ประชาชนสงสัยทำตรงข้ามต่อต้านการทุจริต เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการอาชญากร อาชญากรรมสีน้ำเงินจะขึ้นชั้นนั่งองค์กรอิสระตีตั๋วไปบุรีรัมย์“มีผู้นำเอกสารมาวางไว้หน้าห้องทำงานตน เป็นสำนวนข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. ผู้ถูกกล่าวหาชื่อแรก น.ขึ้นต้นด้วยสระเอ ลงท้ายด้วย บ. อยู่ที่บุรีรัมย์ ในเอกสารชี้แจง กกต. เขาบอกไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับการจะเข้าไปยุ่งต่างๆในการโกง สว. แต่ทราบมาว่าใครจะรับตำแหน่ง ไม่ว่า ผอ.กองจะขึ้นเป็นอธิบดี ขึ้นเป็นปลัด และโดยเฉพาะตำแหน่งในองค์กรอิสระที่หมายปองเอาไว้ ต้องตีตั๋วไปที่บุรีรัมย์ ไปให้ดูหน้า ดูโหงวเฮ้ง ไม่รู้เป็นข้อเท็จจริงแบบไหนประการใด อยากให้ กกต.หรือ ป.ป.ช.ไปเช็กตั๋วบินคนที่กำลังโยกย้ายไปมีตำแหน่งสูงตอนนี้ว่า ระยะ 1 ปีที่ผ่านมา มีการตีตั๋วไปที่ จ.บุรีรัมย์ จริงหรือไม่ วันนี้ยังอยู่ในอำนาจวาสนา มีองค์กรต่างๆ มีคนคอยคุ้มกะลาหัว เลยใช้อำนาจกันได้ ทั้งในสภาฯ นอกสภาฯ ทั้งองค์กรอิสระ ใช้อำนาจกันอย่างเหิมเกริมไม่เห็นหัวประชาชน แต่ต้องระวังอำนาจเป็นของไหลลื่นได้ วันหนึ่งอาจต้องถึงวันที่ท่านโดนเช็กบิล ระวังสิ่งที่ทำเอาไว้จะย้อนกลับมาในอนาคต” น.ส.รักชนกกล่าว“ศุภชัย” ตอกมีคนตั้งธงฟัน 229 คนนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภท. อภิปรายว่า มีคนตั้งธงให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ตามสำนวนคณะอนุกรรมการ ชุดที่ 26 มีธง ตั้งแต่ต้น ตรวจสอบพบว่าคนร้องเป็นกลุ่มผู้สมัครสว.ที่เป็นอดีตรองอธิบดีดีเอสไอ และที่ปรึกษาหน้าห้องกระทรวงหนึ่ง ข้อกล่าวหาทั้ง 229 คน มีเนื้อหาเหมือนกัน เขียนบนกระดาษแผ่นเดียว ใช้วิธีเปลี่ยนชื่อผู้ถูกกล่าวหา บอกว่าต้องสั่งฟ้อง 229 คนแบบเหวี่ยงแหฟ้องทุกคน ตามหลักนิติธรรมต้องพิจารณาว่าพฤติกรรมเข้าองค์ประกอบตามกฎหมายหรือไม่ ถามตรงๆว่ามีเส้นทางเงินจริงๆหรือ สิ่งที่พูดเพื่อกล่อมอารมณ์ให้คนเชื่อ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าใครจ่ายให้ใคร เมื่อใด เท่าไร เพื่ออะไร พิสูจน์ได้หรือไม่ คดีที่เกิดขึ้น กันคนไว้เป็นพยานน่ากลัว หาก กกต.สอบสวนไม่เคยกันใครเป็นพยาน สำนวนคดีที่เปิดเผย ระบุเลขรหัสพยานเป็นขั้นตอนของดีเอสไอ ในสำนวนมีรายละเอียดน่ากลัวและหนักมาก ข่มขู่ใส่ร้ายบุคคลมีบุคคลยืนยันว่ารัฐบาลมีแผนใช้ดีเอสไอ ตร.เป็นเครื่องมือทำลายล้าง ใส่ร้ายนักการเมืองและพรรค ภท. เตรียมสร้างพยานหลักฐานใส่ร้ายพรรคการเมือง และ จะรับรองความปลอดภัย กันตัวเป็นพยาน แบบนี้ไม่ใช่ดีลเพื่อความยุติธรรม แต่เป็นผลไม้พิษจากต้นไม้พิษ ผลใช้การไม่ได้ เป็นสำนวนพิษ มาจากการข่มขู่พยานหวังผลโค่นล้มพรรคภูมิใจไทยนายศุภชัยกล่าวว่าสิ่งที่ห่วงคือวันที่ 14 ก.ย.คดีจะช็อกมากกว่านี้ เพราะเต็มไปด้วยพิษ เรื่องนี้อยู่ในสำนวน ทั้งหมดหวังมุมการเมือง จะล้ม สว.ได้หรือไม่ก็ไม่เป็นไร ขอให้ล้มพรรค ภท.ให้ได้ สิ่งที่ กกต.ละเลยคือสำนวนคดีที่ถูกนำมาเปิดเผย แต่ กกต.ไม่ดำเนินคดีคนนำมาเปิดเผย การอ้างว่ามีฮั้วหรือโกงสว.ทำกันหมด จัดเพื่อเจอกัน สีส้มมีคุยที่จิมทอมป์สัน ห้องจูปิเตอร์ โรงแรมใกล้สนามบินดอนเมือง มีอดีตผู้สมัคร สว. ขบวนการฮั้วสายสีส้มที่ กกต.ละเลย มุ่งเป้า 229 คน เพราะมีกระบวนการข่มขู่ล้มพรรคภท. ในคืนหมาหอน ที่ห้อง 406 โรงแรมแถวสนามบินดอนเมือง ชุมนุมเต็มห้องใครจ่ายเงิน จัดเลี้ยงหรือไม่ กกต.ทำไมไม่ทำ หลังจากสมาชิกอภิปรายครบถ้วนที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 32 ด้วยคะแนน 277 ต่อ 137 งดออกเสียง 53 ไม่ลงคะแนน 4“พิพัฒน์” โต้ “ลิซ่า” พูดลอยๆไม่ได้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ระบุอดีตเลขานุการ รมว.คมนาคมเชื่อมโยงคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นว่า ไม่อยากจะตอบก่อนขอรอผลสอบของตำรวจหรือ ป.ป.ช.ก่อน นักการเมืองพูดอย่างไรพูดได้หมด ถ้าไม่จริงถูกฟ้องร้องเอง ตนไม่ใช่คู่กรณีคงไม่เข้าไปก้าวก่ายมาก นายกฯยืนยันต้องว่ากันให้ถึงที่สุดงานนี้ไม่มีคำว่าฮั้ว ใครผิดต้องรับความผิดที่ตัวเองทำ ที่ว่ามีเส้นใหญ่มีชื่อโดยไม่ได้เข้าสอบ รู้ได้อย่างไรหรือลูกหลานพี่น้องเขาไม่ต้องสอบแล้วได้รับการบรรจุหรือไม่ ฝากไปถามเขา ในเมื่อรู้เยอะขนาดนี้ขอให้ช่วยออกมาชี้หน่อยว่าเป็นใครและรู้ได้อย่างไร คนสอบเป็นแสน ไม่ใช่สอบอยู่แค่ 2 คน จะพูดมาแบบลอยๆโดยไม่มีหลักฐานอะไรชี้วัดไม่ได้ อยากจะหาเสียงว่าไปแต่อย่าหาความชอบใส่ตัวในสิ่งที่ไม่ชัดเจน อะไรที่คุณคิดมาเองเก็บไว้เล่าให้เพื่อนฟังได้แต่อย่าเพิ่งรีบสื่อสาร ส่วนการชุมนุมของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำ พธม. ถ้ามีเหตุผลไม่มากพอ คงไม่ได้อย่างที่เขาคิด“เจ๊รวย” ขออภัยดูไลฟ์สดคอนเสิร์ตนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงกรณีมีภาพชมคลิปคอนเสิร์ตอัสนี-วสันต์ผ่านไอแพดในห้องประชุมสภาฯระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70ว่า ขออภัยอย่างจริงใจ เป็นแฟนคลับ มายาวนาน ตั้งใจซื้อบัตรคอนเสิร์ตไว้ล่วงหน้าแต่จำเป็นต้องสละสิทธิ์ไม่ได้ไป ต้องกลับไปปฏิบัติภารกิจดูแลประชาชนที่ จ.อำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. เมื่อทราบว่าเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ใกล้เคียงกำลังรับชมถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตแบบเสียค่าใช้จ่ายผ่านไอแพด จึงขอให้ช่วยสมัครแพ็กเกจให้ ขอดูภาพบรรยากาศผ่อนคลายความเครียดเพียงช่วงเวลาสั้นๆที่คุณนันทิดา แก้วบัวสาย ขึ้นเวทีชื่นชมสะดุดตาชุดศิลปินที่สวยงาม จึงขยับเข้าไปนั่งชมใกล้ๆหน้าจอไอแพด ของเพื่อนชั่วครู่ ยืนยันไม่ได้ละทิ้งการทำหน้าที่ในสภาฯ ขออภัยที่ภาพสื่อออกไป ทำให้ไม่สบายใจปลัด มท.โต้ไหว้ย่อนายกฯไม่ถูกเด้งนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายอดิศร เพียงเกษ สส.โชว์คลิปช่วงยกมือไหว้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ระบุไหว้แบบนบนอบเพราะไม่ถูกย้ายว่า ขอยืนยันไม่เป็นความจริง ถ้าจริงไม่มากราบตรงทางเดินแบบนั้น มีสถานที่เหมาะควรอีกมากมาย แต่กราบขอโทษแทนคณะทำงานและตนที่ได้ทำเรื่องบางเรื่องไปโดยพลการ ด้วยสำคัญผิดว่านายกฯได้รับทราบและอนุญาตแล้ว บังเอิญกำลังจะเดินผ่านประตูตึกไทยคู่ฟ้า จึงมีนักข่าวซูมถ่ายภาพไปเผยแพร่ โยงใยเรื่องโยกย้ายจนเข้าใจผิด ที่ติดตามนายอนุทินบางวันบางภารกิจ เพื่อสนองงานผู้บังคับบัญชา ไม่ยึดติดต่อหน้าที่ตำแหน่งหากเป็นไปโดยธรรม แต่จะต่อสู้เมื่อไม่ชอบธรรม ก้าวสู่ปลัดกระทรวงเป็นความเมตตาและความไว้วางใจของนายอนุทิน ไม่เคยวิ่งเต้น“สนธิ” ปัดก่อม็อบล้มรัฐบาล “อนุทิน”เมื่อเวลา 09.00 น. ที่อาคารโอเชียน ถนนอโศกมนตรี (สุขุมวิท 21) ซอย 3 ที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศ กลุ่มมวลชนแฟนคลับนายสนธิ ลิ้มทองกุล เครือข่ายมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล นายปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ นายนิติธร ล้ำเหลือและนายพิชิต ไชยมงคล จัดกิจกรรมชุมนุม “ทวงคืนแผ่นดินไทย” ยื่นหนังสือถึงนางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลควบคุมพลเมืองของตนที่จะเดินทางมาประเทศไทยให้เคารพกฎหมายไทย วัฒนธรรมไทย และคนไทยท้องถิ่นอย่างเคร่งครัดนายสนธิกล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาให้เกิดม็อบเพื่อโค่นรัฐบาล แต่ต้องการให้รัฐบาลอยู่บริหารประเทศต่อไป ในสภาพเช่นนี้จะยิ่งทำให้รัฐบาลอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เนื่องจากทำอะไรไม่เป็นโดยเฉพาะกู้เงิน 4 แสนล้านบาท หากนำมาใช้ในโครงการ “ไทยช่วยไทย” จริงใช้เพียงประมาณ 2 แสนล้านบาท แล้วเงินส่วนที่เหลือจะนำไปใช้ในส่วนใด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯต้องมีคำตอบที่ชัดเจนต่อสังคมฉะกู้ 4 แสนล้านอมไว้หากิน 2 แสนล้าน“การที่นายอนุทินระบุว่าคนไทยไม่ได้ติดหนี้ใคร ไม่ต้องไปกลัวนั้น แล้วเงิน 400,000 ล้านบาทที่กู้มานั้นติดหนี้ใคร เงินกู้ 400,000 ล้านบาทนำไปใช้ในโครงการไทยช่วยไทย 200,000 ล้านบาท ส่วนอีก 200,000 ล้านบาทเก็บเอาไว้ บอกเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่เมื่อดูรายละเอียดแล้วคือช่วงทำมาหากิน เพราะ 200,000 ล้านบาทนำมาเปลี่ยนผ่านให้หน่วยงานราชการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ความไม่โปร่งใสต้องมี ประชาชนคนไทยต้องการประเทศไทยที่มีหลักนิติรัฐที่มั่นคง มีความยุติธรรม จนวันนี้นายอนุทินและพรรคพวกที่ปากแจ๋ว ยังไม่บอกเลยว่าไอ้โม่งตัวไหนที่กักตุนน้ำมันมูลค่า 19,000 ล้านบาท” นายสนธิกล่าวกกต.ลงมติฮั้ว สว.สวนทางนัดชุมนุมแน่ผู้สื่อข่าวถามถึงการจัดการชุมนุมครั้งต่อไป นายสนธิกล่าวว่า ไม่ทราบ รัฐบาลชุดนี้กำลังมีวิกฤติสองช่วง คือ ในวันที่ 14 ก.ย. ที่ กกต.จะลงมติคดีฮั้ว สว. ในจำนวนนี้มี กกต.5 คน ที่สมาชิกวุฒิสภาฝ่ายสีน้ำเงินเป็นคนเลือกมา คาดว่าจะมีมติ 5 ต่อ 2 ฉะนั้นวันที่ 14 ก.ย.จะเป็นวันชี้ชะตาอีกวันหนึ่งของนายอนุทินและรัฐบาลชุดนี้ ที่ทำงานอะไรไม่เคยโปร่งใสเลย แต่หากผลออกมาสวนทางกับสิ่งที่ประชาชนเห็น ตนนัดชุมนุมแน่นอน ไม่วันที่ 18 ก็วันที่ 19 ก.ย. และอีกเรื่องคือวันที่ 28 ก.ย.เป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องตัดสินใจว่าการเลือกตั้งโมฆะหรือไม่สภาฯเสียงท่วมท้นผ่านงบวาระ 3ต่อมาตั้งแต่เวลา 18.00 น. การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 วาระ 2 รายมาตราตั้งแต่มาตรา 33 ปกครองสูงส่วนท้องถิ่น มาตรา 34 หน่วยงานอื่นของรัฐ มาตรา 35 สภากาชาดไทย มาตรา 36 ส่วนราชการในพระองค์ มาตรา 37 แผนงานบูรณาการ มาตรา 38 รายจ่ายแผนบุคลากรภาครัฐ มาตรา 39 ทุนหมุนเวียน มาตรา 40 แผนงานบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ และมาตรา 41 รายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลัง ที่เป็นมาตราสุดท้าย การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว มี กมธ.และ สส.อภิปรายให้ความเห็นเพียงไม่กี่คน และบางมาตราไม่มีผู้ประสงค์อภิปรายเลย การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น ใช้เวลาอภิปรายทั้ง 9 มาตรา 2.303 ชั่วโมง หลังที่สมาชิกอภิปรายวาระ 2 ครบถ้วนทั้ง 41 มาตราแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 วาระ 3 ด้วยคะแนน 339 ต่อ 144 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 1อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่