กองปราบฯปฏิบัติการฟ้าแลบ บุกรวบ “เจ้าคุณอติโชติ” สมภารวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง วัดดังกรุงเก่าอยุธยา ต้นตำรับเหรียญองค์พ่อจตุคาม รุ่น “เหนือดวง” ยักยอกเงินทำบุญวัดนับ 100 ล้านบาท โอนเข้าบัญชีหญิงสาวคนสนิท ก่อนแปลงสภาพเป็นทองคำและที่ดินเก็บสะสม ล็อกตัวได้ขณะโล้นฉาวนั่งสวาปามมื้อเช้าไฮโซบน “โต๊ะสยิว” โต๊ะกลมตัวเดียวกับที่ใช้บรรเลงเพลงรักขย่มกุฏิสะเทือน มีวงจรปิดชัดแจ๋วมัดแน่น คุมตัวไปสึกพาค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม รอจับยัดคุกชดใช้กรรม พร้อมขยายผลตะครุบ “สีกาเอ๋” สาวคู่ขาในคลิปสวาท แจ้งข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานฯ โซเชียลขุดเละลูกศิษย์คนเด่นดังเพียบ “นายกฯอนุทิน” ยังเป็นศิษย์ก้นกุฏิ คล้องเหรียญเนื้อทองคำเลี่ยมทองห้อยคอด้วยความศรัทธาโชว์สื่อตั้งแต่ปี 66ตำรวจกองปราบฯ บุกทลายขบวนการเหลือบศาสนา อาศัยผ้าเหลืองหากินบนความงมงาย อวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เหนือคำสอนพระพุทธเจ้า เปิดโปงความโสมมของภิกษุระดับพระราชาคณะชั้น “เจ้าคุณ” ของพระอารามหลวงชื่อดังกรุงเก่า ต้นตำรับเหรียญ “เหนือดวง” แต่ไม่ “เหนือกรรม” หลังอมเงินวัดนับ 100 ล้านบาท เปย์ให้สีกาสาวคู่สวาท ที่ร่วมเสพเมถุนกันในกุฏิ จนสร้างความด่างพร้อยสั่นคลอนความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนป.รวบ“เจ้าคุณอติโชติ”คากุฏิบุกรวบพระราชาคณะดังก่อเหตุอื้อฉาวสร้างความด่างพร้อยให้คณะสงฆ์ครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 10 ก.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป สั่งการให้ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.สมเดช สารบรรณ์ รอง ผกก.1 บก.ป. นำกำลังพร้อมหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ข้อหา “เป็น เจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน” เข้าจับกุมพระวชิรญาณ วิ. หรือเจ้าคุณอติโชติ ธมฺมวโร หรือพระอติโชติ ทันประเสริฐ อายุ 66 ปี พระราชาคณะชั้นสามัญ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หลังพบพฤติกรรมเบียดบังเงินวัดไปเป็นของตน จับกุมผู้ต้องหาได้ในกุฏิเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยายักยอกเงินวัดเปย์ให้สีกาสาวการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจ กก.1 บก.ป. ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระรูปดังกล่าว ส่อไปในทางทุจริตยักยอกเงินวัดและเสพเมถุนกับสีกา ตำรวจส่งกำลังลงพื้นที่สืบสวนทางลับ และพบเป็นจริงตามที่ร้องเรียน ในห้วงเวลากว่า 2 ปี เจ้าคุณอติโชติ ออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดพุทไธศวรรย์โดยมิชอบกว่า 20 รายการ มูลค่าความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับล็อกตัวขณะฉันเช้าเมนูไฮโซขณะเข้าจับกุมเจ้าคุณอติโชติกำลังนั่งฉันภัตตาหารเช้าอยู่บนโต๊ะไม้สักกลมที่ตั้งอยู่ในครัวกุฏิเจ้าอาวาสเพียงลำพัง บนโต๊ะมีเมนูเด็ดร่วมสิบอย่าง ทั้งคาวและหวานครบครัน แต่ละเมนูเป็นอาหารระดับภัตตาคารหรู อาทิ ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว สุกี้หม้อไฟ ทอดมันปลากราย ผัดหอยเป๋าฮื้อ มะระผัดไข่ ลอดช่องน้ำกะทิ ฯลฯ วางเรียงเต็มโต๊ะ ทันทีที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวและแสดงหมายจับให้ดู เจ้าคุณอติโชติรู้ตัวว่ากรรมกำลังไล่ล่าตามทัน แต่ไม่คิดว่าตำรวจจะบุกเข้ามาถึงภายในกุฏิได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากชะล่าใจและไม่ได้ยินเสียงเห่าของสุนัขพันธุ์บางแก้วที่เลี้ยงไว้หลายตัว จนต้องติดป้ายเตือน “ระวังสุนัขดุ” ไว้รอบกุฏิ พอเห็นตำรวจกองปราบฯในเครื่องแบบมีท่าทางขึงขังเอาจริง เจ้าตัวถึงกับมืออ่อนตีนอ่อน ตกใจหน้าถอดสีจนเกือบสำลักอาหาร นั่งอ่านหมายศาลด้วยอาการมือสั่นเหงื่อท่วมตัวผงะคลิปเสพเมถุนโจ๋งครึ่ม เจ้าหน้าที่เข้าคุมตัวและกระจายกำลังตรวจค้นกุฏิ พบกล้องวงจรปิดแอบซ่อนไว้ใต้เพดานห้องครัว บันทึกภาพนาทีพิศวาทขณะโล้นฉาวหยอกล้อแนบชิด ยืนจูบปากดูดดื่มกับสีกาคนสนิท รวมทั้งคลิปร่วมเสพเมถุนแบบโจ่งแจ้งในกุฏิ โดยเฉพาะช่วงบรรเลงเพลงรักบนโต๊ะไม้สักกลม ตัวเดียวกับที่ใช้ฉันภัตตาหารเช้า สร้างความตกตะลึงให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ไม่คาดคิดว่าพระราชาคณะชื่อดัง เป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวง มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นคนเด่นดังตำแหน่งใหญ่โตและมีชื่อเสียงมากมายทั่วประเทศ จะมีพฤติกรรมสร้างความเสื่อมเสียให้วงการผ้าเหลืองได้ถึงขนาดนี้ตะครุบ “สีกาเอ๋” สาวคู่สวาทขณะเดียวกัน ตำรวจ กก.1 บก.ป. อีกชุดนำหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 30/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน” เข้าจับกุม น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง อายุ 47 ปี หรือสีกาเอ๋ หญิงสาวคนสนิทของเจ้าคุณอติโชติ ที่ปรากฏอยู่ในคลิปร่วมเสพสังวาส จับได้บริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ขณะเตรียมมาให้บริการอำนวยความสะดวกให้เจ้าคุณอติโชติในช่วงฉันภัตตาหารเช้า จากนั้นนำตัวไปตรวจค้นที่พักหาหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนนำตัวเข้ามาสอบสวนที่ บก.ป. กรุงเทพฯปาราชิกต้องสละสมณเพศเวลา 12.00 น. ตำรวจนิมนต์พระวชิโรภาส (ประดิษฐ์ ฐานิโก) รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา, เจ้าอาวาสวัดคลองตะเคียน และเจ้าคณะตำบลผู้ปกครองดูแลรับผิดชอบวัดพุทไธศวรรย์ เดินทางมาที่วัดพุทไธศวรรย์ พร้อมจัดเตรียมชุดขาวไว้ภายในพระอุโบสถ จากนั้นตำรวจนำตัวเจ้าคุณอติโชติที่ยังครองผ้าเหลืองเข้าไปในพระอุโบสถ ด้วยสีหน้าแววตาเคร่งเครียด เนื่องจากรู้ตัวว่าปาราชิกจากการเสพเมถุนและลักทรัพย์ ถือว่าขาดจากความเป็นพระไปนานแล้ว ไม่จำเป็นต้องกล่าวคำลาสิกขาอีก หลังใช้เวลาประกอบพิธีลาสิกขาร่วม 30 นาที นายอติโชติ หรือสมีโชติ ถูกคุมตัวออกมาในชุดปฏิบัติธรรมสีขาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดมีเจ้าหน้าที่คุมเข้มประกบตัวใกล้ชิดตลอดทางไปขึ้นรถเพื่อพาไปค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในสถานที่ต่างๆที่อาจซุกซ่อนทรัพย์สินไว้กลับมาบวชอีกไม่ได้ชั่วชีวิตพระครูพิจิตร กิจจาธร เจ้าอาวาสวัดคลองตะเคียน เจ้าคณะตำบลสำเภาล่ม ที่ดูแลรับผิดชอบวัดพุทไธศวรรย์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังเสร็จพิธีว่า อยากให้รองเจ้าคณะจังหวัดกับเจ้าคณะอำเภอให้ข้อมูล จริงๆไม่ต้องเอ่ยคำลาสิกขาใดๆ เนื่องจากอดีตเจ้าคุณอติโชติปาราชิกขาดจากการเป็นพระไปนานแล้ว ตั้งแต่เสพเมถุนกับสีกา และไม่สามารถกลับมาบวชได้อีกตลอดชีวิต เขียนสลักในใบสุทธิเรียบร้อย และอดีตเจ้าคุณอติโชติยอมรับสารภาพเอ่ยวาจาสึก ถอดผ้าเหลืองไปนุ่งขาวห่มขาวเป็นฆราวาส รับศีลก็จบแล้ว ท่านไม่ได้พูดอะไรเลย ยอมรับโดยดีตั้งแต่ต้นยันไม่เคยได้รับการร้องเรียนด้านพระวชิโรภาส (ประดิษฐ์ ฐานิโก) รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ท่านตัดสินใจลาสิกขาด้วยตนเองแล้ว ยอมรับในสิ่งที่กระทำ ส่วนเรื่องปัญหาด้านการเงินหรือเรื่องผู้หญิง คณะสงฆ์ไม่เคยได้รับการร้องเรียนหรือมีข้อมูลอะไรมาก่อน เรื่องของคณะสงฆ์จบลงแล้วหลังลาสิกขา จากนี้คงปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่จะดำเนินการตามกฎหมาย อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนและญาติโยมว่าพระพุทธศาสนายังคงอยู่ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า การกระทำเป็นเรื่องของส่วนบุคคลบวช 29 ปี ไต่เต้าเป็น “เจ้าคุณ”สำหรับเส้นทางในบวรพระพุทธศาสนา พระวชิรญาณ วิ. (อติโชติ ธมฺมวโร) เกิดวันที่ 21 พฤศจิกายน 2502 เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ อุปสมบทเป็นภิกษุวันที่ 22 มกราคม 2540 ณ วัดพุทไธศวรรย์ ตลอดเวลา 29 พรรษา บนเส้นทางสงฆ์ ได้เติบโตในสายบริหารและสมณศักดิ์มาโดยลำดับ ปี 2559 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ปี 2562 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูภาวนาภัทรคุณ” (ฝ่ายวิปัสสนาธุระ) ปี 2564 ดำรงตำแหน่งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ปี 2565 ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ปี 2567 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นเจ้าคุณ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ “พระวชิรญาณ”ต้นตำรับ “เหรียญเหนือดวง”ในวงการวัตถุมงคลและพระเครื่อง หลวงพ่ออติโชติถือเป็นเกจิที่มีชื่อเสียงอย่างมาก เป็นผู้จัดสร้างเหรียญจตุคามรามเทพ รุ่น “เหนือดวง” หรือ “เหรียญยกฐานะ” เพื่อเป็นที่ระลึกในวาระที่วัดพุทไธศวรรย์ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง ปี 2549 วัตถุมงคลรุ่นดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างสูงจากบรรดาลูกศิษย์ลูกหาผู้มีชื่อเสียงทั้งนักการเมือง นายตำรวจ นายทหาร นักธุรกิจ ศิลปินดารา รวมทั้งนักสะสมพระเครื่องทั่วประเทศ เนื่องจากมีขบวนการปั่นกระแสของกลุ่มเซียนพระดัง ช่วยอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ให้ผู้เลื่อมใสหลงเชื่อว่ามีพุทธคุณด้านการเกื้อหนุนดวงชะตายกฐานะให้ผู้บูชา ส่งผลให้เหรียญรุ่นนี้ที่จัดสร้างขึ้น 14 เนื้อ มีราคาเช่าบูชาเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นบาทขึ้นไปจนถึงหลักแสนบาท โดยเฉพาะเหรียญทองคำราคาทะลุหลักหลายล้านบาท แต่ภายหลังเจ้าพิธีถูกจับกุม ปิดฉากเส้นทางเกจิอุปโลกน์แห่งเมืองกรุงเก่า ส่งผลให้ราคาเหรียญร่วงดิ่งเหว ผู้เก็บสะสมพากันกุมขมับ บางส่วนเริ่มเทขายถูกๆ“นายกฯอนุทิน” ศิษย์ก้นกุฏิผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีพระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) หรือหลวงพ่อโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สร้าง “เหรียญเหนือดวง” หรือเหรียญยกฐานะอันโด่งดัง ถูกกองปราบปรามจับกุมตัวพร้อมสีกาคนสนิท โลกออนไลน์ได้แห่แชร์ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นศิษย์ก้นกุฏิคนหนึ่งของหลวงพ่ออติโชติ เป็นคลิปเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2566 ในขณะนั้นนายอนุทินดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ควักเหรียญเหนือดวงเนื้อทองคำกรอบทองล้อมเพชร ที่ได้รับจากมือหลวงพ่ออติโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ที่คล้องเชือกร่มห้อยคอติดตัวตลอดเวลา ออกมาโชว์สื่อมวลชนในระหว่างพาลูกพรรคภูมิใจไทยไปดูภาพยนตร์เรื่อง “สัปเหร่อ” พร้อมบอกว่า “นี่คือภูมิปัญญาของคนไทย นี่ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย”ค้นรังสีกาพบเงินสด-ทองอื้อขณะเดียวกัน พ.ต.ท.เรืองวิทย์ ดวงจินดา สว.กก.1 บก.ป. พร้อมพวกนำตัว น.ส.ปุณยวีร์ หรือสีกาเอ๋ เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 88/15 หมู่ 1 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ยึดพระเครื่องเนื้อทองคำ 35 องค์, ทองคำแท่งและทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 90 บาท คิดเป็นมูลค่า 6,037,470 บาท, เงินสด 3,592,300 บาท, โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง, ไอแพด 1 เครื่อง, โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ, สมุดบัญชีเงินฝาก7เล่ม, สัญญาซื้อขายที่ดิน 1 ฉบับ, เอกสารการลงทุน 18 รายการ, กรมธรรม์สุขภาพ 1 ฉบับ, ใบประกันทองคำ 6 ใบ, ใบซื้อ-ขายทองคำ 7 ใบ และสลากออมสินอีก 4 ใบ จากนั้นเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 88/17 หมู่ 1 ต.คลองสี่ บ้านอีกหลังของสีกาเอ๋ แต่ไม่พบสิ่งของที่ต้องตรวจยึดแต่อย่างใดยึด “โต๊ะกลมสยิว” เวทีเริงรักต่อมาเวลา 14.30 น. รถยนต์ตำรวจเข้ามาจอดหน้ากุฏิเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ เจ้าหน้าที่เข้าไปนำ “โต๊ะกลม” ของกลางออกจากกุฏิ นำขึ้นท้ายรถ ท่ามกลางสื่อมวลชนที่ติดตามสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ยังนำตัวนายเชษฐา นินสุขุม ไวยาวัจกรวัดพุทไธศวรรย์ ออกจากกุฏิวัดขึ้นรถตู้เดินทางเข้าไปสอบปากคำที่กองปราบปรามด้วย ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมถึงประเด็นเรื่องเงิน แต่ไวยาวัจกรวัดไม่ตอบคำถามแต่อย่างใดสอบเค้นสีกาเอ๋-ไวยาวัจกรส่วนที่กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ ตำรวจคุมตัว น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง หรือสีกาเอ๋ หญิงสาวคนสนิทอดีตเจ้าคุณอติโชติ เดินทางมาถึงกองปราบปราม สีกาเอ๋มีสีหน้าเรียบเฉย สวมเสื้อยืดสีน้ำตาล นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ผู้สื่อข่าวสอบถามว่ารู้สึกผิดหรือไม่กับเรื่องที่เกิดขึ้น อยากจะพูดอะไรกับสังคม น.ส.ปุณยวีร์ไม่ตอบคำถาม รีบสาวเท้าเดินเข้าไปในตัวอาคาร ขึ้นไปที่ กก.1 บก.ป. ชั้น 3 ทันที ต่อมาตำรวจคุมตัวนายเชษฐา นินสุขุม ไวยาวัจกรวัดพุทไธศวรรย์ เดินทางมาถึงเช่นกัน และนำตัวเข้าทางด้านหลังอาคารขึ้นลิฟต์ไปสอบปากคำทันที ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงสาเหตุของการถูกควบคุมตัว รวมถึงความเกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ แต่นายเชษฐามีสีหน้าเรียบเฉยและปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆแฉจัดตั้งมูลนิธิโยกย้ายเงินพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยเกี่ยวกับคดีดังกล่าวว่า คดีนี้เริ่มมาจากกลุ่มลูกศิษย์ของอดีตหลวงพ่ออติโชติ ทนเห็นพฤติกรรมฉาวไม่ไหว ส่งเรื่องร้องเรียนและคลิปเสพเมถุนมาให้ตำรวจสอบสวนกลาง จนนำไปสู่การสืบสวนขยายผล ใช้เวลาสืบสวนหาข้อเท็จจริงประมาณ 2 เดือน จนพบมีการเบียดบังทรัพย์สินวัดจริง ส่วนพฤติการณ์ของอดีตหลวงพ่ออติโชติ จากแนวทางสืบสวนพบว่ายักยอกเงินจากการจำหน่ายวัตถุมงคลภายในวัด แต่เมื่อได้เงินมากลับไม่นำเงินเข้าวัด ใช้วิธีการลอกเลียนแบบวัดพระบาทน้ำพุ ด้วยการไปจดจัดตั้งมูลนิธิ เพื่อโยกย้ายเงินเข้าบัญชีส่วนตัว พร้อมทั้งออกใบอนุโมทนาบัตรเป็นชื่อวัด ส่วนการจดตั้งมูลนิธิเพิ่งดำเนินการได้ไม่นานมานี้เองเสียหายกว่า 100 ล้านบาทผบช.ก.กล่าวต่อว่า ขณะที่สีกาที่ปรากฏในคลิป รู้จักกับอดีตหลวงพ่ออติโชติ ตั้งแต่ปี 2567 ขณะที่มูลค่าความเสียหายจากการตรวจสอบจนถึงขณะนี้ พบว่าเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านบาท มีทรัพย์สินบางส่วนถูกโอนย้ายไปอยู่ที่ฝ่ายหญิง แนวทางการสืบสวนยังพบว่าอีกว่าน่าจะมีบุคคลที่มีความเชื่อมโยงร่วมกระทำผิดอีก 2-3 คน รวมทั้งอาจจะมีสีกามากกว่า 1 คน เข้ามาพัวพันด้วย ตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ขยายผลดำเนินคดีต่อไปเร่งขยายผลสาวโยงเส้นเงิน“ส่วนการให้ประกันตัวของนายอติโชติ และ น.ส.ปุณยวีร์ ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ของผู้ต้องหาและข้อกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นว่าจะมีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีผู้ให้ความเคารพจำนวนมาก การดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐาน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง ก่อนสรุปข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย รายละเอียดเชิงลึกยังอยู่ในสำนวนการสอบสวน” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ผบช.ก.กล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่