ภัยในโลกออนไลน์ ยังปราบกันไม่หมดกลายเป็นปัญหาใหญ่ทำเดือดร้อนไปทั่วโลก! เวลาเข้าไปท่องโลกออนไลน์ ต้องคอยระแวด ระวัง เพราะมันเหมือนเข้าสู่สนามรบ มีคนจ้องจะเอาเปรียบ หลอกลวง ปอกลอกกันชนิดหมดเนื้อหมดตัว!แม้แต่ในแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทาง การระดับโลก ทั้งเครือข่ายบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ยักษ์อย่าง Meta ที่เป็นเจ้าของเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม วอทส์แอพ เมสเซนเจอร์ และเธรดรวมไปถึงแอปพลิเคชันต่างค่ายอย่างไลน์ แอปสโตร์ หรือกูเกิลเพลย์ ที่เป็นศูนย์รวมร้านค้าออนไลน์ มีของขายสารพัด ทั้งสินค้า เกม หนังสือ และสื่อดิจิทัลต่างๆไว้มากมายแต่มันดันมีมิจฉาชีพแฝงตัวอยู่ทุกที่ ?!คำถามแรกที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ แล้วทำไมเจ้าของแพลตฟอร์มมูลค่ามหาศาลเหล่านี้ ถึงปล่อยให้มิจฉาชีพเข้ามาเปิดแอ็กเคาต์หากินในระบบคอมพิวเตอร์ ของตัวเองเพราะชาวบ้านเชื่อว่า สิ่งที่มีตัวตนอยู่ในแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของบริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่เหล่านี้ มันต้องถูกคัดกรองมาแล้วระดับหนึ่ง?แต่สิ่งที่ชาวบ้านคิดมันผิดถนัด ในแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการเหล่านี้ ยังเชื่อใจใครไม่ได้อยู่ดี ร้านขายของออนไลน์บางแห่ง อุปโลกน์สินค้าหรือบริการมาแหกตาเหยื่อจนหลงเชื่อเป็นร้อยเป็นพัน ร้องเรียนไปยังแอดมินแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการเป็นนานสองนาน ไม่มีสัญญาณตอบรับจนตำรวจตามไปจับตัวมิจฉาชีพมาดำเนินคดีแล้ว บางครั้งหน้าเพจที่ใช้โกหกตอแหลมันยังแอ็กทีฟอยู่เลย ทำให้มีเหยื่อรายใหม่หลงเชื่อติดต่อเข้าไปเพิ่มอีก!ตอนนี้เลยขอเอาใจช่วยคดีที่ สภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) พาเหยื่อเดินหน้ายื่นฟ้องคดีนำร่อง 10 คดีต่อศาลแพ่ง เรียกร้องความเสียหายจาก แพลตฟอร์มออนไลน์ยักษ์ใหญ่และสถาบันการเงินหลายแห่งมีทั้งบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Meta LINE ผู้ให้บริการ App Store และ Google Play รวมถึงสถาบันการเงินอีกหลายแห่ง วงเงินฟ้องร้องกว่า 230 ล้านบาทเป้าหมายเพื่อผลักดันให้แพลตฟอร์มและสถาบันการเงินมีมาตรการความปลอดภัยเข้มงวดขึ้น ร่วมรับผิดชอบความเสียหาย แทนที่จะผลักภาระให้ผู้บริโภคระวังตัวฝ่ายเดียว!เรามารอดูกันว่า ผลจะเข้าข้างเหยื่อบ้างหรือไม่?สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม