วันเสาร์สบายๆวันนี้มาคุยเรื่องแผนกำลังผลิตไฟฟ้ากันดีกว่า กระทรวงพลังงานจะเริ่มเปิดเวทีรับฟังความเห็นร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ ตั้งแต่วันอังคารที่ 8 ก.ย. แผนนี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เปิดประตูสู่อุตสาหกรรมใหม่ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ และส่งผลโดยตรงต่อบิลค่าไฟในแต่ละเดือนที่ผ่านมาไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเกินกว่าครึ่ง ปัญหาคือก๊าซในอ่าวไทยลดน้อยลงเรื่อยๆ ต้องหันไปนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งราคาผันผวนขึ้นลงตามสถานการณ์โลก ยิ่งนำเข้าก๊าซแพง ต้นทุนยิ่งสูง ค่าไฟก็แพงตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศมีแนวโน้มพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งจาก การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า การเปิดแอร์สู้สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการเติบโตของ Data Center และ ศูนย์ประมวลผล AI ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ไทยไม่ควรพลาด แม้ต้องใช้ไฟฟ้ามาก และมีกระแสไฟหล่อเลี้ยงตลอด 24 ชั่วโมง แต่เทคโนโลยีเวอร์ชันใหม่ช่วยให้กินไฟน้อยลงกระแสโลกเดินหน้าสู่การใช้พลังงานสะอาด แต่จะพึ่งแดดกับลมแบบ 100% ก็ไม่ได้ เพราะไม่เสถียร จึงต้องพึ่งพาสายส่งหลักของรัฐเป็นไฟสำรองตลอดเวลา ส่วนภาคการส่งออกก็ต้องปรับตัวตามมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป ไม่เช่นนั้นสินค้าไทยจะโดนเก็บภาษีอย่างหนักจนสู้คู่แข่งไม่ได้โลกทุกวันนี้มีความเสี่ยงสูง ทุกประเทศล้วนพยายามสร้างความมั่นคงให้ตัวเองทั้งนั้น คุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวในหลายเวทีว่า จังหวะนี้คือโอกาสดีที่สุดในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทย จากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด เดิมทีเป็นโจทย์สำหรับแก้ปัญาด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero แต่ด้วย แรงกดดันจากสถานการณ์โลก และ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เป็นโจทย์ใหม่เร่งด่วน หากไทยไม่รีบปรับตัวตั้งแต่วันนี้จะส่งผลต่อค่าครองชีพในอนาคต และกระทบขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศคุณเอกนัฏกล่าวว่า แผน PDP ฉบับใหม่จะต้องตอบโจทย์ทั้งเป้าหมาย Net Zero ความมั่นคงด้านพลังงาน และต้นทุนค่าไฟ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดมากกว่า 60%เท่าที่ผมได้ติดตามข้อมูลข่าวสาร การเปิดเวทีรับฟังความเห็นสาธารณะต่อร่างแผน PDP ฉบับใหม่ครั้งนี้ จะเสนอ 3 แนวทางให้สังคมได้ร่วมถกเถียงตัดสินใจ1.ใช้ก๊าซ+ระบบดักจับคาร์บอน CCS ยังพึ่งพาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเดิม โดยเพิ่มการติดตั้งเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน ไฟฟ้าจะสม่ำเสมอไม่เสี่ยงไฟดับ แต่เทคโนโลยี CCS ปัจจุบันยังมีราคาแพงหูฉี่ ทำให้ต้นทุนค่าไฟสูง2.ใช้พลังงานหมุนเวียน RE เต็มรูปแบบ ทั้งโซลาร์และลมดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ค่อนข้างสุดโต่ง เพราะพลังงานหมุนเวียนมีความผันผวนสูง การจะทำให้ไฟเสถียรต้องทุ่มเงินมหาศาลซื้อแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ต้นทุนสูงมากเช่นกัน3.ระบบผสมผสาน Hybrid ใช้ทั้งพลังงานหมุนเวียนร่วมกับก๊าซธรรมชาติ แบตเตอรี่ BESS ช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุนการผลิต และระบบไฟมั่นคงในระดับที่วางใจได้ส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ถูกบรรจุไว้เป็นทางเลือกศึกษาในระยะยาว นอกจากนี้ แผนยังส่งเสริมกลไก การซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง (Direct PPA) และเปิดให้เอกชนเช่าใช้สายส่งของรัฐ (TPA) ปลดล็อกให้ผู้ผลิตไฟสีเขียวเจรจาขายไฟให้ผู้ประกอบการได้โดยตรงสำหรับระดับครัวเรือนเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุดคือส่งเสริมการติดโซลาร์รูฟท็อป เพิ่มทางเลือกให้ประชาชนจากเดิมเป็นเพียงผู้จ่ายค่าไฟ เปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ผลิตไฟใช้เอง และหากมีไฟเหลือก็สามารถขายคืนเข้าระบบเพื่อสร้างรายได้เสริมประชาชนและภาคเอกชนต้องเลือกว่าจะแลกต้นทุนค่าไฟ ปริมาณพลังงานสะอาด และความมั่นคงของระบบไฟในรูปแบบใด เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อได้ และจ่ายบิลค่าไฟได้อย่างสบายใจ.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม