เดือน พ.ย.2568 นานาชาติและรัฐบาลไทยกดดันกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้านหนัก กลุ่มสแกมเมอร์เกิดภาวะผึ้งแตกรัง ย้ายฐานหนีแบบเร่งด่วน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่ง พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ติดตามข่าวใกล้ชิด ไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านทำกลุ่มสแกมเมอร์หลอกลวงพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. ตรวจสอบชาวต่างชาติแก๊งสแกมเมอร์ใช้พื้นที่กรุงเทพฯเป็นฐานหลอกเหยื่อ พบเบาะแสกลุ่มต่างชาติ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวนมากบนคอนโดหรูย่านสุขุมวิท พล.ต.ต.ธีรเดช ส่งนักสืบแฝงเป็นช่างซ่อมอาคารพบห้อง “วอร์รูม” ฐานบัญชาการภายในคอนโดหรู มั่วสุมยาเสพติด วางแผนจับกุมมี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ควบคุมสั่งการปฏิบัติทั้งหมดชุดสืบสวนเข้าทำตามแผนที่วางไว้ กลุ่มผู้ต้องหาไม่ทันได้ตั้งตัว อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง ที่เปิดค้างพร้อมหลักฐานคาหน้าจอตรวจสอบพบว่ากลุ่มนี้มีหน้าที่ทางการเงินให้แก๊งสแกมเมอร์ พบวิธีการใหม่ใช้ AI หลอก AIนำภาพนิ่งเหยื่อสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหวหลอกระบบของธนาคารและเงินดิจิทัล ให้เข้าถึงบัญชีและดำเนินการธุรกรรมต่างๆ ทำให้ผู้เสียหายตกเป็นผู้ต้องหาง่ายดาย พบโทรศัพท์อีกกว่า 60 เครื่อง ยาไอซ์ 2 ถุง ชายชาติจีน 4 ราย แตกรังมาจากประเทศกัมพูชาการปฏิบัติการครั้งนี้ครบถ้วนด้วยความท้าทายและยากลำบาก จนถึงวันพิพากษาตัดสินความผิด ศาลอาญาพิพากษาจำเลยทั้ง 4 ราย ความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” จำคุกคนละ 5 ปีปฏิบัติการครั้งนี้คือผลของความทุ่มเท ผู้บริหารจนถึงผู้ปฏิบัติงาน ด้วยความละเอียด รอบคอบ และมีประสิทธิภาพ เป้าหมายเดียว “ประเทศไทยต้องปลอดภัยจากมิจฉาชีพที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวไทย”นำมาสู่คำพิพากษาลงโทษแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม