เมื่อวานนี้ผมเขียนถึง “อัตรา” ราชการ “ด้านประชาสัมพันธ์” ที่จะถูกยุบตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อผู้ครองตำแหน่งเกษียณอายุในปีงบประมาณ 2570 โดยเกริ่นให้ทราบถึงที่มาที่ไปของสายงานด้านนี้ที่ได้รับการยอมรับให้เป็น “เครื่องมือ” สำคัญของการพัฒนาประเทศมาตั้งแต่แผนพัฒนาฯฉบับที่ 6หลังจากมีการทดลองใช้อย่างได้ผลในแผนพัฒนาฯฉบับที่ 5 (พ.ศ.2525-2529) ในยุคของรัฐบาล “ป๋าเปรม” ซึ่งมีการตั้ง คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ ขึ้นเป็นชุดแรกเมื่อ พ.ศ.2529มองย้อนหลังกลับไป...ห้วงเวลาดังกล่าวน่าจะถือได้ว่าเป็นยุคทองของ “วิชาการประชาสัมพันธ์” มีการตั้งหน่วยงานพิเศษ ขึ้นมารับหน้าที่ในด้านนี้ในส่วนราชการต่างๆอย่างกว้างขวางมีการตั้งโฆษกของหน่วยราชการบ้าง ผู้แถลงข่าวของหน่วยราชการบ้าง โดยเฉพาะระดับกระทรวงหรือกรมแทบจะมีครบทุกแห่งกรมที่ขยับวิทยฐานะขึ้นมาเป็นกรมใหญ่กรมหนึ่งได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีการขยายเครือข่ายการปฏิบัติงานลงสู่พื้นที่ทั่วประเทศในห้วงเวลาดังกล่าว โดยเฉพาะระดับจังหวัดจากที่เคยมี ประชาสัมพันธ์ระดับเขต ครบทุกเขตทุกภาค และมี ประชาสัมพันธ์จังหวัด บ้างในบางจังหวัด...กรมประชาสัมพันธ์ได้รับอนุมัติให้มี ประชาสัมพันธ์จังหวัด ครบทุกจังหวัดในปี 2538ประกอบกับทางสภาพัฒน์และกระทรวงมหาดไทยก็ริเริ่มจัดทำ “แผนพัฒนาจังหวัด” ในช่วงดังกล่าว จึงได้อาศัยประชาสัมพันธ์จังหวัดผ่านการแถลงข่าวของผู้ว่าราชการจังหวัดเผยแพร่โครงการพัฒนาในแผนจังหวัดต่างๆอย่างสม่ำเสมอทางด้าน “งบประมาณ” ก็ได้รับการจัดสรรให้มีงบประมาณเพื่อใช้ในโครงการประชาสัมพันธ์ของแต่ละกระทรวงขึ้นเป็นการเฉพาะ ทำให้ทุกกระทรวงมีโอกาสใช้งบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น...จนเกิดช่องโหว่และถูกวิจารณ์อยู่ช่วงหนึ่งเมื่อ นักการเมือง ที่มาคุมกระทรวงและกรมนำไปใช้ประชาสัมพันธ์ตัวเอง ผมต้องขอขอบพระคุณท่านเลขาธิการ ดร.เสนาะ อูนากูล ไว้ ณ ที่นี้อีกครั้งที่นำแนวความคิดเรื่อง Development Communication ที่มีการแปลแบบไม่ตรงตัวนัก เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้ว่า “ประชาสัมพันธ์เพื่อการพัฒนา” มีส่วนสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จของ แผนพัฒนาฯฉบับที่ 5 (2525-2529) ต่อมาถึงแผนพัฒนาฯฉบับที่ 6 (พ.ศ.2530-2534)ยุคที่ได้รับการเรียกขานจนถึงทุกวันนี้ว่า ยุค “โชติช่วงชัชวาล” ของประเทศไทยที่มี “ป๋าเปรม” เป็นนายกรัฐมนตรีจากวันนั้นถึงวันนี้ ผมไม่แน่ใจว่า “งานประชาสัมพันธ์เพื่อการพัฒนา” ของส่วนราชการต่างๆหลังจากนั้นเป็นอย่างไรบ้างเมื่อมีข่าวว่าสายงานของอัตรากำลังที่จะถูกยุบ 11 สาย เกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์ถึง 5 สายงาน ดังที่คัดลอกไว้ข้างต้น ประสาคนที่เคยมีส่วนร่วมอยู่บ้างในการนำความคิด “Devcomm” มาสู่การปฏิบัติ จึงรู้สึกใจหายอาลัยอาวรณ์ดังที่พาดหัวคอลัมน์เอาไว้แต่ก็ยังหวังไว้ว่า “งานประชาสัมพันธ์โดยรวม” จะยังไม่ถูกยุบอย่างแน่นอน เพราะสามารถจะดำเนินการด้วยวิธีการอื่นๆ เช่น จ้างบริษัทเอกชน หรือเปลี่ยนเป็นอัตราพนักงานราชการดังที่ ก.พ.ชี้แจงเมื่อเร็วๆนี้ส่วนตำแหน่งอื่นๆที่จะถูกยุบในคราวเดียวกันนี้ด้วยนั้น ผมก็ขอแสดงความเสียดายและอาลัยอาวรณ์เช่นกัน แต่เนื่องจากไม่มีความรู้ในรายละเอียดก็คงจะไม่ออกความเห็นอะไรมากไปกว่านี้ก็อย่างที่ทาง ก.พ. ท่านแถลงน่ะแหละ หน่วยงานใดเห็นว่าสายงานใดยังมีประโยชน์และมีความสำคัญควรจะดำเนินการในงานนั้นๆต่อก็ขอให้ชี้แจงเหตุชี้แจงผลกลับไปอีกครั้ง เพราะหลายๆงานอาจอยู่ต่อได้เพียงแค่รูปแบบการ “จ้างงาน” อาจต้องเปลี่ยนไปเพื่อความอยู่รอดของพระบบการคลังของรัฐเท่านั้นเอง."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม